
ศรัทธาในความเชื่อมั่น วันดี กุญชรยาคง CEO หญิง แห่งอาณาจักรโซลาร์ฟาร์ม
วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและซีอีโอ บริษัท เอสพีซีจี จํากัด (มหาชน) คือหนึ่งในนักธุรกิจสตรีชาวไทยที่ติดอันดับทําเนียบนักธุรกิจสตรีทรงอิทธิพลแห่งทวีปเอเชียประจําปี 2015 ซึ่งจัดโดยนิตยสารธุรกิจชั้นนํา Forbes Asia นอกจากนี้แล้วเธอยังได้รับรางวัลต่างๆ อีกมากมาย อาทิ นักธุรกิจสตรียุคใหม่ปี 2013 จาก Asia Pacific Entrepreneurship Awards และยังได้รับคัดเลือกจากองค์การสหประชาชาติ (UN) เมื่อปี 2014 ให้เป็นสตรีผู้นําด้านการลดโลกร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

รางวัลทั้งหลายที่ได้รับการยกย่องมีผลพวงมาจากธุรกิจที่เธอบุกเบิกและลงมือทํา นั่นคือธุรกิจผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งแรกในเมืองไทยและอาเซียน จากจุดเริ่มต้นที่เกิดจากความคิดในการนําพลังงานสะอาดมาสู่ประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดสภาวะโลกร้อนตามมาด้วยศรัทธาในความคิด ได้เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้เดินหน้าทําธุรกิจสีเขียว

“I want to bring solar power to South-east Asia” คือประโยคสําคัญที่เธอบอกกับเวิลด์แบงก์ในวันที่หอบหิ้วเอกสารบินไปยังฟิลิปปินส์เพื่อขอความสนับสนุนในการร่วมลงทุน แม้เมื่อเริ่มต้นดูจะเป็นไปได้ยากแต่ด้วยความคิดของเธอที่ว่าอุปสรรคถือเป็นความท้าทายในที่สุดนักธุรกิจหญิงคนนี้ก็ก้าวสู่หนทางความสําเร็จภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี
ทราบมาว่าปกติคุณวันดีไม่ค่อยให้สัมภาษณ์หรือออกสื่อเท่าไหร่
ไม่ค่อยค่ะเนื่องจากแต่ก่อนเราอยู่ในภาคของนักธุรกิจ นักธุรกิจมีหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นเป็นหลักแต่วันนี้มีอีกงานที่ได้รับผิดชอบคือประธานสภาสตรีแห่งชาติฯอาจต้องมีมุมมองที่ให้ผู้คนรู้จักเรามากขึ้นในแนวความคิดในฐานะของผู้หญิงทํางานและมุ่งมั่นในการทํางานเป้าหมายคือความสําเร็จส่วนจะมากหรือน้อยอยู่กับสิ่งที่เราจะก้าวเดิน

วันนี้คุณแต่งตัวด้วยผ้าไทย ปกติแต่งตัวสไตล์นี้ไหมคะเพิ่งเปลี่ยนสไตล์ค่ะ
เดิมทีชอบใส่กางเกงแต่เมื่อเป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติฯเราอยากชูเรื่องผ้าไทย ตอนนี้เรียนรู้เรื่องผ้าไทยก็ต้องไปสัมผัสกับผ้าแต่ชอบผ้าฝ้าย ผ้าไทย มานานแล้ว มักจะใส่เสื้อผ้าไทยกับกางเกงอย่างชุดที่ใส่มาวันนี้ก็ทอโดยชาวบ้านลายนี้คือมัดหมี่ เมื่อวันก่อนเพิ่งได้มาเลยทดลองใส่ดูใส่เป็นเหมือนผ้าถุงทํางานถ้าเราไปประเทศ ลาวจะเห็นผู้หญิงบ้านเมืองเขาใส่กันทั้งเมือง เลยลองใส่แล้วใส่สบายถ้า เราช่วยกันใส่ชาวบ้านก็มีงานทํา ซึ่งเราต้องศึกษาเรื่องลายผ้าต่างๆ นี่กําลังมาพัฒนาว่าทํายังไงให้ชาวบ้านมีความยั่งยืนกับสิ่งที่เขาทํา
ท่าทางจะเป็นคนไม่ค่อยชอบแต่งตัว
ใช่ค่ะ ไม่ค่อยแต่งตัว เพราะเวลาไปสระผม ทําผม แต่งตัว แต่งหน้าใช้เวลานะเงินที่เราไปซื้อเสื้อผ้าชุดหนึ่ง 8,000-9,000 บาท เป็นค่าเทอมเด็กได้เป็นปีเลยนะ เด็กเรียนได้เทอมหนึ่งเลยเอาเงินที่จะแต่งตัวไปช่วยสังคมดีกว่า


สำนักงานของบริษัทที่กรุงเทพฯ จากนักธุรกิจ ทําไมถึงมารับตําแหน่งประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ
คือตําแหน่งประธานสภาสตรีฯ มาจากการที่ดิฉันดํารงตําแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงของจังหวัดชัยนาทสืบ เนื่องจากสามีเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่จะรับตําแหน่งนายก-สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงประจําจังหวัดนั้นๆ มีหน้าที่ธํารงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของท้องถิ่น กิจกรรมท้องถิ่นต่างๆ อย่างสุดสัปดาห์นี้มีการแข่งขันลิเก เอาลิเกท้องถิ่นมารื้อฟื้นเพราะจังหวัดชัยนาทมีลิเกดังหลายคณะหรือประเพณีที่ทําสืบเนื่องต่อกันมาเป็นเวลายาวนานและยังมีตําแหน่งนายกเหล่ากาชาด ซึ่งภรรยาผู้ว่าราชการทุกจังหวัดเป็นประเทศไทยมีสภากาชาดไทยโดยมีสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเป็นสภานายิกาสภากาชาดไทย
และมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเป็นอุปนายิกาสภากาชาดไทยสภากาชาดงานหลักคือรับบริจาคโลหิตและช่วยเหลือคนด้อยโอกาสคนยากไร้อย่างคนป่วยมีปัญหาป่วยติดเตียงพวกที่ต้องการความช่วยเหลือแต่รัฐเข้าไม่ถึงก็จะมีเหล่ากาชาดจังหวัดที่ไปให้ความช่วยเหลือที่สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์มีองค์กรสมาชิกคือสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงทุกจังหวัดเป็นองค์กรสมาชิก เป็นสภาสตรีที่มีอายุค่อนข้างยาวนานมากก่อตั้งตั้งแต่ปี2499โดยท่านผู้หญิงละเอียดพิบูลสงคราม
ดังนั้นด้วยการเป็นสมาชิกดิฉันได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการอํานวยการสภาสตรีแห่งชาติสมัยที่ 25 เริ่มจากปี 2558-2561 ดํารงตําแหน่งประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ความที่เป็นภริยาผู้ว่าฯ อยู่มาแล้ว 3 จังหวัดเราได้สัมผัสงานช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มชนบทการที่ได้มีโอกาสผ่านงานมาอย่างนี้ก็น่าจะทําให้เราทํางานในระดับชาติดีขึ้น

ช่วง 2-3 ปีมานี้คุณได้รับการยกย่อง ได้รับเกียรติประวัติ รับตําแหน่งต่าง ๆ ทั้งในเมืองไทยและระดับนานาชาติหลากหลาย ซึ่งล้วนแต่เป็นผลพวงมาจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม
จริง ๆ ต้องบอกว่าเมื่อปี 2549 ดิฉันเกษียณไปแล้ว 2-3 ปี แล้วกลับมาทํางานใหม่ปี 2552 สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลประกาศรับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เมื่อปี 2552 ตอนนั้นไม่มีใครยื่นเลยเป็นปี ซึ่งตอนนั้น ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านเป็นคนผลักดันนโยบายนี้ ประกาศมาเป็นปีไม่มีใครยื่นเพื่อเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และขายให้กับรัฐบาล ดิฉันเจอดร.ปิยสวัสดิ์ในหลายโอกาสท่านบอกลองมาดูสิว่าเป็นไปได้ไหมตอนนั้นว่างงานก็ศึกษาเอง
ดูในเรื่องความเป็นไปได้ทางธุรกิจใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการศึกษา หลังจากที่ think เราก็ believe ในสิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปได้เวลาเราคิดอะไรมี believe ในสิ่งที่เราคิดด้วยถ้าไม่มี believe จะไม่มีแรงขับเคลื่อนหลังจากที่เรามี think มี believe เราสามารถที่จะขับเคลื่อนให้มันสามารถทํางานไปได้
ดังนั้นเลยเริ่มทําธุรกิจขึ้นมาด้วยความเชื่อมั่นก็ไปยื่นขอที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตั้งใจยื่น 1 โครงการการไฟฟ้าดีใจเพราะไม่มีใครไปยื่นเลยเลยให้มา 36 โครงการดังนั้น 36 โครงการมีกําลังการผลิตรวมกว่า 260 เมกะวัตต์กระจายอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่…
อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร ขวัญเรือน no.1055 vol.45 November 2015
