my honeymoon in Phuket

my honeymoon in Phuket
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

ใครจะไปรู้ว่าคนที่อยู่กันคนละซีกโลกจะมีโอกาสพบเจอกันและเริ่มสร้างเรื่องราวดีดีด้วยกัน ชีวิตคู่ของเราได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ต.ค. พ.ศ.2548 พร้อมกับสักขีพยานมากมายที่โรงแรมเชอราตัลเชียงใหม่ เป็นภาพประทับในอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เราทำพิธีแบบศาสนาคริสต์ เพื่อแลกเปลี่ยนแหวนและคำมั่นสัญญาของเรา อีกภาพที่ประทับใจและไม่อาจจะลืมเลยก็คือ การเปิดฟลอร์ลีลาศตามอย่างสไตล์ชาวตะวันตกกับชายหนุ่มผมบรอนซ์ ตาสีฟ้า และนี่เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวของเรา เคนและซี เราออกจากน่านฟ้าเชียงใหม่มุ่งตรงสู่สนามบินกรุงเทพและต่อไปยังภูเก็ต ในวันที่ 9 ต.ค. พ.ศ.2548 เราเลือกพักยังหาดที่เงียบสงบอย่างหาดกะรนที่มี Hilton Arcadia Resort & Spa Hotel ตั้งอยู่ ( www.phuket.com/arcadia/index.htm ) โรงแรมมีอาณาบริเวณกว้างขวางที่เหมาะกับการพักผ่อน และใช้เวลาที่มีคุณค่าด้วยกัน เมื่อเปิดประตูเข้าไปยังห้องพัก เราสัมผัสถึงความราบเรียบ เก๋มีสไตล์ของห้องที่ตกแต่งด้วยสีโอ๊กน้ำตาลซึ่งเป็นสีโปรดของเราทั้งสอง เตียงนอนประดับตกแต่งเป็นข้อความจากดอกกล้วยไม้สีม่วงว่า Happy Honeymoon ที่โต๊ะรับแขกมีข้อความต้อนรับจากผู้บริหารโรงแรมและชุดผลไม้วางอยู่ มีกระดาษหนึ่งแผ่นที่มีรายละเอียดแจ้งให้ทราบว่าพรุ่งนี้จะมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจที่ทางโรงแรมจัดให้ผู้เข้าพักเข้าร่วมได้เช่น มีสอนเทนนิส เป็นต้น บรรยากาศในห้องนั้นเย็นฉ่ำพร้อมกับเพลงบรรเลงคลาสิกเพราะๆ ต้อนรับคู่ฮันนิมูนอย่างเรา ช่างเป็การเริ่มต้นที่ดีเสียจริงหนอ คืนแรกเราก็เลยรับประทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรม ใต้แสงเทียนริมสระน้ำ ช่างโรแมนติกเสียจริง จากนั้นเราก็ไปนั่งเล่นที่ล๊อบบี้เพื่อฟังเพลงและดื่มน้ำผลไม้เย็นๆ เพื่อผ่อนคลายหลังจากเดินทางมาทั้งวัน ในวันรุ่งขึ้น เราเดินชมสวนย่อม และนั่งรถรางไปรอบๆ บริเวณโรงแรม ระหว่างทางเราก็เห็นฝูงนกยูงซึ่งเดินเป็นขบวนผ่าน เราพูดเล่นกันว่า ที่นี่เป็นซาฟารีเวิลล์หรือเปล่านี้ ต่างคิดในใจว่าจะเจอสัตว์อะไรอีกไหม ... จากที่พักประมาณ 3-5 นาที เราเดินข้ามถนนไปยังหาดกะรน เพื่อเดินเลาะเลียบฝั่งตามหาดไปจนสุดทางพร้อมเก็บภาพสวยๆของเราทั้งสองคน จากนั้นเราก็เดินไปยังศูนย์จับจ่ายของฝาก ร้านอาหาร และ แหล่งบริษัททัวร์ที่รับจองแหล่งท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว เราทั้งสองตัดสินใจจองแพคเกจทัวร์ไปยังเกาะพีพี ภูเก็ตแฟนตาซีและ เช่ารถเพื่อขับเที่ยวในตัวเมืองภูเก็ตและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ เราทั้งสองคาดหวังว่าเราเองจะสนุกและเก็บเกี่ยวความประทับใจเหล่านี้ในช่วงฮันนิมูนของเรา หาดป่าตองเป็นอีกแหล่งที่เราชอบ และเลือกรับประทานอาหารค่ำหลายมื้อ พร้อมจับจ่ายซื้อของฝาก และของใช้สำหรับเราเองแสง สี เสียงตระการตา และความสนุกสนานที่ทำให้เราเพลิดเพลินจนลืมเวลาไปเลย รถราวิ่งไปมาพร้อมผู้คนจากหลายสัญชาติ เดินผ่านไปอย่างเนื่องแน่น ที่นี้จึงเป็นแหล่งที่เรา ได้บรรยากาศของความรื่นเริงภายหลังจากการพักผ่อนอย่างเงียบสงบที่หาดกระรน ดูไปดูมาที่นี้ก็คล้ายๆ กับกับไนท์บาร์ซาร์ของจังหวัดเชียงใหม่นั้นเอง เที่ยวหาดป่าตองได้สักพักเราก็กลับโรงแรมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันถัดไป พอเรากลับโรงแรมก็ต้องตะลึ่งเพราะได้ยินเสียงเพลงกับนักดนตรีเล่นเพลงลาตินและในไสตล์ต่างๆ ขณะนั้ก็มีชาวต่างประเทศบางคนที่ขอร่วมสนุกบนฟลอร์ด้วย เราทั้งสองได้แต่มองชื่นชมและสนุกอยู่ห่างๆ และก็ตั้งใจว่า เอาไว้เราค่อยเปิดฟลอร์กันครั้งที่สองนะ วันแห่งการผจญภัยก็มาถึง เราตื่นขึ้นแต่เช้าเพื่อขับรถจิ๊บที่เราเช่ามาไปรอบๆ ตัวเมืองภูเก็ต เราทั้งสองคนกางแผนที่ดู กันว่าน่าจะเริ่มต้นจากที่ไหนดี เราทั้งสองคนเป็นคนสบายๆ ชอบท้าทาย สนุกสนานเราก็เลยตกลงกันว่างั้นเราจะขับรถไปเที่ยวรอบตัวเมือง และหยุดตามแหล่งที่สำคัญๆบนแผนที่แล้วกัน เราจึงไปยังสวนสัตว์ภูเก็ต จากนั้นก็ไปขี่ม้าที่ Phuket Riding Club เพื่อความปลอดภัยเราจึงต้องแต่งตัวใหม่อย่างรัดกุม ใส่รองเท้าและหมวกกันกระแทก นี่เป็นการขี่ม้าครั้งที่สองของซี แต่สำหรับเคนคงจะหลายรอบแล้วละ ม้าเริ่มจากการก้าวเยาะๆๆไปตามทางจนถึงวิ่งเร็วและเร็วขึ้นเมื่อทางโล่ง เราขี่ไปก็ตื่นเต้นไปด้วยเพราะกลัวตกม้า แต่งานนี้ต้องเป็นหญิงกล้าซะหน่อย แต่เพื่อความปลอดภัย ครูฝึกจะให้คำแนะนำและอยู่ใกล้ชิดตลอดเวลา หนึ่งชั่วโมงช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เราจึงกลับมายังจุดพักแล้วเยี่ยมชมคอกม้าที่มีอยู่สักครู่จึงขับรถออกจากที่นั้นไปยังแหลมพรหมเทพเพื่อดูพระอาทิตย์ตกดิน แหลมพรมเทพ รอบล้อมด้วยความงามของทะเลสีฟ้าที่มองไปไกลจนสุดสายตา ก็ไม่อาจจะหาอาณาเขตของจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดได้ เราทั้งสองเดินไปตามทางเดินพื่อชมวิว แล้วก็ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกกัน จากนั้นเราก็ต้องรีบขับรถเข้าตัวเมืองภูเก็ตเพื่อไปชมโชว์ที่ภูเก็ตแฟนตาซีที่ เกาะกมลา เราเองสนุกกับการขับรถเพื่อค้นหาที่หมายให้เจอก่อนการแสดงจะเริ่มต้น ช่วงขับรถไปก็มีเรื่องตลกที่เรายังคงอดหัวเราะไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็คือ ระหว่างทางที่เราหลงทางเนื่องจากการไม่ชำนาญทาง อยู่ๆ เราก็เจอรถตู้ที่มีป้ายเขียนชื่อ Phuket FantaSea ด้วยความดีใจมากเราจึงรีบขับรถตามไปติดๆ รถตู้นั้นวิ่งไวมากแล้วก็หายไป อยู่ๆ ก็มีอีกคันโผล่มาจากซอย เราก็ขับรถตามอย่างไม่คลาดสายตาจนไปถึงยังที่หมาย โดยต้องหยุดรอเพื่อให้รถตู้รับแขกจากโรงแรมเป็นพักๆ เราเข้าไปซื้อตั๋วและรับประทานอาหารเย็นก่อนที่โชว์จะเริ่ม ระหว่างนั้นเราก็แวะซื้อของที่ระลึกจากร้านค้าและเล่นเกมตามบูทต่างๆที่จัดขึ้น เมื่อถึงเวลาจึงเข้าไปดูโชว์อลังการของทาง Phuket FantaSea น่าชื่นชมกับนักแสดงหลายร้อยชีวิตและความสามารถของสัตว์นานาชนิดที่ร่วมด้วย โดยเฉพาะช้างแสนรู้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย การแสดงนี้ได้สอดแทรกขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมที่ดีงามขอไทยซึ่งทำให้คนต่างชาติ และเคนคนของเราได้เข้าใจประเทศไทยและคนไทยมากยิ่งขึ้น วันรุ่งขึ้นก็เป็นอีกกิจกรมที่เรารอคอย รถตู้มารับเราที่โรงแรมเพื่อพาเราไปยังท่าเรือรัษฏา เรานั่งเรือ Sea Angel Cruise เพื่อไปยังหมู่เกาะพีพี เรือมีทั้งหมดสามชั้นโดยชั้นบนเป็นดาดฟ้าที่สามารถมองดูทิวทัศน์ได้ เรือมีบริการขนม น้ำอัดลม และชากาแฟตลอดทาง เรานั่งข้างคุณป้าท่านหนึ่งที่จะไปขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เกาะพีพี เราทำความรู้จักกันและคุณป้าก็ดีใจมากที่เห็นคนจากเชียงใหม่มาเที่ยวไกลถึงภาคใต้ จากนั้นเราก็ขอคุณป้าช่วยรูปให้ คุณป้าก็เลี่ยงบอกว่าถ่ายไม่เป็น ไม่เคยถ่ายในชีวิตมาก่อน เราก็เลยสอนท่านวิธีการถ่ายรูปจากกล้องดิจิตอล จากนั้นท่านก็ถ่ายรูปเราโดยมีเพียงหน้าที่ปราศจากผมด้านบน เราดูภาพและอดขำในใจไม่ได้กับภาพที่ออกมาและความน่ารักของป้าที่พยายามที่จะถ่ายรูปให้เป็นถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ก็ตาม เมื่อใกล้ถึงเกาะ เราเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อชมและถ่ายรูปรอบๆ เกาะ อันได้แก่ พีพีเลย์ ชมอ่าวโละสะม๊ะ เกาะบิดะนอก เกาะบิดะใน อ่าวบิเละ และถ้ำไวกิ้ง จากนั้นทางทัวร์ก็ให้เราลงไปดำน้ำดูปะการังสักครู่ เราทั้งสองก็สวมชุดว่ายน้ำ ใส่รองเท้ากบแล้วกระโดดลงจากเรือเพื่อดำน้ำ ระหว่างว่ายไปข้างๆ ก็มีฝูงปลาที่มีสีสันสวยงามว่ายร่ายล้อมเรา ทั้งประการังและปลาเหล่านี้สวยงามเหมือนกับมีใครสักคนเอาสีมาระบาย จากนั้นเราทั้งสองว่ายข้ามไปยังอ่าวลิง เจอฝูงลิงมากมายที่แบมือร้องขอกล้วยจากชาวต่างชาติ ช่างเป็นภาพที่น่ารักเหลือเกิน แต่ขณะเดียวกันก็น่าเป็นห่วงที่มีเรือเร็วบางลำเข้าไปใกล้ฝั่งจนเกินไปซึ่งอาจทำลายประการังและปลาสวยๆได้ ก็หวังใจว่าผู้ที่มาท่องเที่ยวทุกคนคงจะช่วยกันดูแลรักษาสิ่งสวยงามเหล่านี้ให้อยู่คูศไทยของตลอดไป จากนั้นเราก็ว่ายน้ำเพื่อจะกลับมายังเรือ เออ....ซีเลยได้กลายเป็นซินเดอเรล่าในตอนนี้ รองเท้ากบกลับหลุดหายไป จนเจ้าชายเคนของซีต้องไปตามหาเอากลับมาให้ แต่ก็ไม่ทันเพราะเจ้าหญิงซีเดินถูกประการังครูดที่เท้าจนบาดเจ็บจนเลือดออก เจ็บมากจนน้ำตาเล็ดเลย เจ้าชายของซีจึงต้องให้เราเกาะหลังไปยังเรือเพราะเจ็บเท้าจนว่ายไม่ไหว ดีนะเนี่ยที่เคนทำงานอยู่บนเรือใหญ่ในมหาสมุทรมาก่อน จึงทำให้เราหายห่วงหน่อยว่าจะไปถึงเรืออย่างปลอดภัย .... จากนั้นเราก็ไปทานอาหารเที่งที่พีพีดอน โดยกรุ๊ปของเรารับประทานอาหารเที่ยงที่ PP Hotel แล้วเราก็พักผ่อนตามอัธยาศรัย เคนเป็นคนชอบทะเลมากเลยรุดหน้าไปหาแหล่งที่เช่าเจ็ตสกี แต่น่าเสียดายที่หาดนี้ไม่มี เดินไปไม่ไกลนักก็เห็นแหล่งให้เช่าเรือแคนนูเพื่อจะพายสำรวจความสวยงามรอบๆ เกาะ ด้วยความห่วงใยเราก็เลยทาซันบล๊อกให้ เพราะรู้ดีว่าแดดแรงๆ ตอนบ่ายนี้จะต้องแผดเผาผิวของเคนอย่างแน่นอน เสร็จแล้วเคนก็หยิบขวดน้ำหนึ่งลิตรโบกมื้อบ๊ายบายแล้วก็ค่อยๆหายลับตาไป ส่วนเราก็เลยไปสั่งน้ำผลไม้ปั่น แล้วไปนอนอ่านหนังสือและหลับพักผ่อนสักครู่ในร่มเพราะกลัวผิวเป็นสีแทน แต่ยังไงก็ได้แดดอยู่ดี เคนชมนักชมหนาว่าสวย ส่วนเราถ้ากลับไปเชียงใหม่คงต้องซื้อครีมไวท์เทนนิ่ง และครีมขัดตัวหมดไปหลายกระปุกแน่นอนเลย สนุกจนลืมว่าเท้าเจ็บไปเลย... พอถึงโรงแรมเคนก็รีบพาเราไปยังห้องพยาบาล เป็นที่น่าประทับใจมากเลยที่โรงแรมมีพยาบาลและแพทย์อยู่ประจำวัน เราก็เลยเข้าไปทำแผลก่อนที่จะอักเสบ แล้วก็ต้องเดินกะเพลกๆไปมา แต่ก็เป็นดีนะที่มาบาดเจ็บใกล้ๆวันเดินทางกลับ วันก่อนวันกลับเราพักผ่อนสบายๆอยู่กับโรงแรม ส่วนตอนเย็นเราก็กลับไปยังหาดป่าตองเพื่อรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารไอริช หาดป่าตองพร้อมดูพระอาทิตย์ตกดินกัน จากนั้นก็เดินเที่ยวเพื่อซื้อของฝากก่อนกลับ พอได้ของเสร็จเราก็ได้ยินเสียเพลงดังมาจากร้านอาหารมากมาย เราเดินผ่านที่แห่งหนึ่งเรียก The Crocodile ซึ่งตัวอาคารนั้นเหมือนถ้ำ เราจึงเข้าไปด้านในไม่เห็นมีลูกค้านอกจากพนักงานเราจึงสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ แล้วเราก็คุยกันว่า เราน่าจะเปิดฟลอร์ครั้งที่สองนะ ด้วยความอายเราก็เลยต้องยืมท่าทำพิซซ่า และท่าใช้แคดตันบัทของ Kevin James จากภาพยนต์เรื่อง Hitch มาใช้ หนังตลกที่เราชอบเรื่องนี่ได้สื่อถึงความหมายของความรักจากคู่พระนางในเรื่อง เรื่องของเราที่ภูเก็ตนี้ก็เป็นอีกความทรงจำที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและหยดน้ำตา เราทั้งสองได้เติมเต็มกันและกันให้เป็นคนที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเหมือนภาพยนต์ที่เราทั้สองชอบเรื่อง Jerry Maguire ที่ Jerry Maguire ได้พูดกับคนรักของเขาว่า You complete me และเธอก็ตอบว่าYou had me (my heart) at hello และกับกาลครั้งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต ++ แบ่งปัน - ส่งเรื่องราว สถานที่ ความประทับใจ ใน My Honeymoon ของคุณได้ที่นี่

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!