My sweet frist Honeymoon at samui

My sweet frist Honeymoon at samui
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

ชีวิตคู่ของเราได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 10 ธ.ค. พ.ศ.2548 พร้อมกับสักขีพยานมากมาย ณ อาคารประมณฑ์ผลาสินธุ์ ค่ายอดิศร ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี ลูกเขยอินเตอร์คนนี้ตื่นเต้นและดีใจมากๆที่ได้ใส่ชุดไทยและได้ทำตามประเพณีไทยถึงแม้จะไม่เข้าใจมาก่อนก็ตาม แต่ก็พยายามทำตามที่นลินบอกทุกอย่าง ทำให้คุณพ่อคุณแม่และสักขีพยานทุกคนต่างพากันปลื้มใจที่ลูกเขยอินเตอร์คนนี้ทำตัวได้น่ารักเช่นนี้ เป็นวันที่เราสองคนประทับใจอย่างยิ่งและจะจดจำไปตลอดชีวิต ที่เราได้ทำถูกต้องตามประเพณีของไทย ทำให้พ่อแม่ที่เป็นที่รักของนลินมีความสุขและภูมิใจในตัวลูกสาวและลูกเขยอินเตอร์คนนี้ ในวันที่ 11 ธ.ค. พ.ศ.2548 พวกเราเดินทางออกจากจังหวัดสระบุรีมุ่งตรงสู่สนามบินดอนเมืองและต่อไปยังเกาะสมุยจ.สุราษฎธานี เราฮันนีมูนกันที่ ศิลา เอวาซอน ไฮด์อะเวย์ แอนด์ สปา สมุย (www.evasonhideaways.com ) รถจากรีสอร์ทมารอรับที่สนามบิน เดินทางประมาณ 6 กิโลเมตรจากสนามบินสมุยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงรีสอร์ท รีสอร์ทมีบริเวณกว้างขวางด้วยเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ซึ่งทำให้เราตื่นตาตื่นใจกับวิวของทะเลที่รายล้อมรีสอร์ท และเสียงคลื่นน้ำทะเลกระทบฝั่งช่างไพเราะจับใจเสียจริง วิลล่าทุกหลัง (บ้านพัก) ตั้งอยู่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ และพฤษานานาพันธุ์ ซึ่งรายล้อมเป็นเนินตามแนวของชายหาด มีความเป็นส่วนตัวอย่างมากเหมาะกับการพักผ่อนของคู่ฮันนีมูนอย่างที่สุดที่จะใช้เวลาที่มีคุณค่าด้วยกันและเรายังได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นจากพนักงานประจำบ้านอีกด้วย พนักงานประจำบ้านของเราชื่อ โย พูดภาษาอังกฤษเก่งและบริการดีมาก โยขับรถพาทัวร์ทั่วรีสอร์ทอธิบายทุกอย่างให้ฟังและก็มาส่งที่วิลล่า(บ้านพัก) เราสัมผัสถึงบรรยากาศธรรมชาติมากๆ ต้องเดินตามทางบรรไดลงไปประมาณเกือบ 50 ขั้น ก็จะถึงวิลล่าของตัวเอง(บ้านพัก) พอเปิดประตูเข้าไปยังห้องพักพวกเราก็พบว่านี้แหล่ะสวรรค์บนดินของมนุษ์ยธรรมดาๆอย่างเรานี้เอง ที่สามารถสัมผัสได้จริง ห้องพักตกแต่งแบบราบเรียบแต่เก๋มีสไตล์ของตัวเอง สามารถชมวิวของทะเลที่สวยงามได้ทุกจุด แบบไม่มีความแตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของห้องพัก โดยเฉพาะห้องนอนทำให้บรรยากาศในยามค่ำคืนแสนจะโรแมนติดมากๆ ที่โต๊ะรับแขกมีข้อความต้อนรับจากผู้บริหารรีสอร์ทและชุดผลไม้และโทรศัพท์มือถือส่วนตัวไว้ให้ใช้ติดต่ออย่างสะดวก ส่วนห้องอาบน้ำเป็นห้องน้ำสไตล์เปิด ที่มีการใช้พื้นที่อย่างเหมาะเจาะและให้แสงสว่างจากภายนอกอย่างพอเพียง วิลล่ามี 2 ชั้น ชั้นล่างมีสระว่ายน้ำที่ได้รับการออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวและกลมกลืนไปกับวิลล่า เราแทบจะมองไม่เห็นขอบของสระว่ายน้ำ ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากหมือนเราแยกตัวไปอยู่กับธรรมชาติ อากาศในห้องนั้นเย็นฉ่ำไปด้วยแอร์ธรรมชาติและมีเสียงดนตรีบรรเลงเพลงเพราะๆ ต้อนรับคู่ฮันนีมูนอย่างเราทั้งสองให้มีอารมณ์อ่อนไหวไปตามเสียงเพลงและสายลม หลังจากที่เราสำรวจและชื่นชมกันทั่วบริเวณบ้านพักแล้ว โยก็ส่งรถมารับ เชิญให้เราไปรับประทานอาหารค่ำฟรี 1 มื้อที่ร้านอาหารของรีสอร์ท ใต้แสงเทียนริมทะเล บรรยากาศช่างโรแมนติกมากถึงมากที่สุดสายลมเย็นๆเสียงคลื่นน้ำทะเลกระทบฝั่งทำให้เราผ่อนคลายกันอย่างมากหลังจากเดินทางมาทั้งวัน ในวันรุ่งขึ้น 12 ธ.ค 2548 เราก็พากันเดินเล่นออกกำลังกายไปในตัวจนถึงห้องอาหารของรีสอร์ท ทานอาหารเช้าไปด้วยและก็ทานอาหารตาจากการชมวิวทะเลไปด้วยทำให้รสชาติอาหารอร่อยยิ่งขึ้น หลังจากที่เราทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้วรถก็มารับเราไปยังสปา วันนี้ฝนตกปร่อยๆ ทำให้อากาศเย็นมาก พนักงานนวดก็มาพาเราไปเปลี่ยนชุดให้ใส่ ก.ก.น กระดาษตัวเดียวกับผ้าขนหนู พอเปลี่ยนชุดกันเสร็จ พนักงานนวดก็พาเราไปที่อ่างสปาปล่อยให้เราสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกัน 1 ช.ม ภายในอ่างน้ำนมมีกลีบกุหลาบสีแดงโปรยเต็มอ่าง น้ำนมในอ่างสปามีกลิ่นหอมหวนชวนหลงใหล พร้อมด้วยแชมเปญ์ไว้ให้เราสองคนดื่มฉลองฮันนีมูนกันบรรยากาศก็แสนจะโรแมนติก ไม่ต้องกลัวเรื่องการถ้ำมองเลย เพราะที่นี้เป็นที่ส่วนตัวมากๆ พอครบกำหนดเวลาพนักงานก็มาเคาะประตูและรอจนกว่าเราจะบอกให้เขามา หลังจากนั้นก็พาเราไปที่ห้องสำหรับนวดตัว เป็นห้องนวดแบบเปิดวิวทะเลให้ชม เราขึ้นไปนอนคว่ำหน้าที่เตียงนวดวิวทะเลสวยงามมาก พนักงานนวดเปิดเพลงคลาสิกเบาๆแล้วก็เริ่มนวดจากหัวไหล่ไปจนจรดปลายเท้า เมดีบอกว่าพนักงานนวดแข็งแรงมากทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายกับการนวดมากๆ เราก็ด้วย นอนชมวิวทะเลและสัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติไปด้วยทำให้เราเผลอหลับไปทั้งคู่ จนพนักงานนวดกระซิบปลุกให้ตื่นเพราะต้องเปลี่ยนท่านอนหงายให้นวดต่อ เราก็ถามเขา " คุณรู้สึกยังไงบ้าง ? ผ่อนคลายไหม ? เมดีก็ตอบ " ผมผ่อนคลายมากๆ ผมรักการนวดไทยมากๆ "แล้วก็ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข พนักงานนวดที่นี้นวดดีมาก พูดจาก็ไพเราะอ่อนหวานถึงเมดีจะไม่เข้าใจภาษาไทยแต่เขาก็รับรู้ถึงมารยาทอันดีงามของหญิงไทย เราใช้เวลาในการนวดทั้งหมด 3 ชม กว่า หลังจากนวดเสร็จ รถก็มารับกลับวิลล่า เรารู้สึกโล่งเบาสบาย พอถึงที่ห้องพักก็พากันถ่ายรูปเก็บภาพอันสวยงามไว้เป็นความทรงจำว่าเราได้มาสัมผัสธรรมชาติกันอย่างแท้จริง เรามาทานอาหารค่ำกันที่ร้านอาหารของรีสอร์ท เมดีจองโต๊ะพิเศษไว้สำหรับดินเนอร์คืนนี้พนักงานจัดอาหารไว้สำหรับเรา เป็นดินเนอร์แบบส่วนตัวมีแค่เราเท่านั้น นั่งทานอาหารชมวิวทะเล ฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง เมนูสำหรับคืนนี้ เราทานอาหารทะเลกัน มีพ่อครัวส่วนตัวมาปรุงอาหารให้ เสริ์ฟขณะร้อนๆ เผากุ้ง ปู หอย ให้ทานแบบสดๆร้อนๆออกมาจากเตา สำหรับดินเนอร์มือนี้นลินประทับใจเป็นอย่างมากและจะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป เราทานอาหารกันอย่างอร่อยและดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก็พากันกลับวิลล่า ออกมานั่งที่ริมสระว่ายน้ำดูวิวทะเลไปเรื่อย นั่งจับมือกันไว้ " นลินคุณชอบที่นี้ไหม ? " ชอบค่ะ " " เอาไว้ปีหน้าเรามาฉลองฮันนีมูนปีที่ 2 ที่นี้กันอีกทีนะ" " ค่ะ " แล้วก็นั่งกอดกันไว้มองดูดวงดาวบนท้องฟ้าไปเรื่อย เราใช้เวลาฮันนีมูนอยู่ที่นี้ 3 วัน เราประทับใจการบริการและวิวทะเลที่นี้กันมาก และคิดว่าฮันนีมูนครั้งต่อไปคงจะมาที่นี้อีกแน่นอน ตอนนี้นลินก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา รัฐเท็กซัส กับเมดีแล้ว เราสองคนยังคงรักกันเหมือนวันแรกที่ผ่าน ยิ่งนานวันยิ่งผูกพันธ์ เราจัดงานแต่งงานกันอีกครั้งที่ ลากเวกัส และฮันนีมูนกันที่นั้น เอาไว้นลินจะกลับมาเล่าความประทับใจที่ลากเวกัสให้ฟังอีกนะค่ะ รูปของเราไฟล์มีขนาดใหญ่เกินไปก็เลยโพสต์รูปลงไม่ได้ แต่ว่าเราโพสต์รูปไว้ที่ลิงค์นี้ หากเพื่อนคนไหนสนใจดูรูปก็เชิญแวะเข้ามาชมกันได้นะค่ะ http://my.inlovephoto.com/2006/Nasumi ++ แบ่งปัน - ส่งเรื่องราว - แนะนำสถานที่ ความประทับใจ ใน My Honeymoon ของคุณได้ที่นี่

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!