คำว่า แต่งงาน โดย นพ.สุกมล

คำว่า แต่งงาน โดย นพ.สุกมล

คำว่า แต่งงาน โดย นพ.สุกมล
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
บทความโดย นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล / ภาควิชาจิตเวชศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะผู้ชายดีๆ ที่หายากคนหนึ่ง ผมรู้สึกเห็นใจสตรีเพศจริงๆ ครับ... ช่วงเวลาในการเลือกคู่ของเธอทั้งหลายช่างสั้นยิ่งนัก เพราะช่วงอายุขัยของวัยสาวเริ่มผลิบานเมื่อประมาณ 13 ปี แล้วมาสุดเขตแดนเมื่อวัยสามสิบ... วันเกิดครบรอบ 30 จึงเป็นตัวเลข! แห่งความสะเทือนขวัญ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก... หลายคนไม่อยากพูดถึง คนอื่นก็ไม่ควรเอ่ยปากด้วย... ถือเป็นมารยาทสังคมอย่างหนึ่ง ยกเว้นพวกมีวาจาเป็นอาวุธ ที่ชอบถามว่า 'ปาอะไรเอ่ยที่ผู้หญิงกลัวที่สุด ' เฉลย ' ปาเข้าไปสามสิบยังไม่มีแฟน ' ... ใครดันถาม มันผู้นั้นสมควรตาย ตอนเรียนหนังสือเป็นนักเรียนนักศึกษา คุณพ่อคุณแม่ก็สอนนักสอนหนาว่า ' อย่าริรักในวัยเรียน ' 'ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี จบแล้วค่อยมีแฟน ' ทั้งๆที่คุณตอนเรียนหนังสือมีโอกาสพบปะเพศตรงข้าม มากหน้าหลายตา ก็หาได้สนใจไม่ เป็นคนประเภท ' รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน ' ทุ่มเทชีวิตให้แก่การศึกษา...เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชาเป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน หลังจบการศึกษา ประกอบสัมมาอาชีวะ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาว่าง เลือกสรร ควานหา ผู้จะมาเป็นเจ้าบ่าวในอนาคต ตั้งสเปกว่าต้องได้แฟนหนุ่มประเภทซูเปอร์เพอร์เฟค อย่างวิลลี่ แมคอินทอช หรือจอห์นนี่ แอนโฟเน่ หรืออย่ างน้อยๆ ก็ต้องมาดแมนแฮนซั่ม หล่อล่ำดำขรึม ถึงจะได้มาตรฐาน... คุณประเภทหุ่นอัฟริกา หน้าติมอร์ อย่าได้สะเออะหน้ามาให้เห็น...ไม่มีทางได้แอ้มหรอก จากวันเป็นเดือน - จากเดือนเป็นปี ความรักไม่มีวี่แววคืบหน้าแม้วันเวลาผ่านไป... เพราะที่ทำงานทั้งห้องมีผู้ชายอยู่แค่ 5 คน - เจ้านายก็มีเมียแล้ว... ไม่อยากตกเป็นภรรยาบุญธรรม สองคนดันเป็นเกย์... อีกคนยังลังเลอยู่ว่าจะเป็นดีหรือเปล่า... คนสุดท้ายเป็นชายแท้ แต่กำลังถูกแย่งตัวระหว่างเกย์สองคนอยู่ ไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สาม... นั่งรถมาทำงาน ก็สองชั่วโมงครึ่ง กลับอีกสองชั่วโมงสี่สิบนาที กลับถึงบ้านหมดสิ้นกำลัง ขอนอนเอาแรงก่อน ..........ขณะที่งีบหลับอย่างสนิท ภาพในความฝันที่เธอเห็นคือ สถาบันการศึกษาที่เธอจบมา...แหล่งที่มีเพศตรงข้ามชุกชุม เธอหวนรำลึกนึกถึงผู้ชายดีๆที่เขาเคยอุตส่าห์มาเฝ้าตามจีบ ตามง้อตามตื้อ แล้วเราเล่นตัวจนเคยตัว ในที่สุดผลประโยชน์ตกอยู่ที่เพื่อนสนิท เป็นที่เรียบร้อย... แหม ! ไม่น่าเลย ยิ่งคิดยิ่งเสียดายจริงจริ๊ง...ตื่นพอดี เจอโลกแห่งความจริง ดำเนินชีวิตไปแต่ละวัน ยิ่งเข้าหน้าหนาว ซองสีชมพูกลิ่นหอมๆ จากเพื่อนๆ เริ่มทยอยมาตามหลังซองกฐินซองผ้าป่าที่เพิ่งหมด ฤดูกาล... พอไปในงาน ดันเจอคำถามสะกิดใจอีกว่า 'เมื่อไรจะถึง คิวแจกการ์ดของตัวบ้างล่ะ'... 'โถ! การ์ดแต่งงานน่ะพิมพ์เสร็จแล้ว เหลือแต่ชื่อเจ้าบ่าวที่ยังไม่ได้เลือกว่าจะเป็นใคร เพราะครั้งนี้เขาเปลี่ยนระบบเลือกตั้งใหม่ ยังงงๆ เรื่องปาร์ตี้ลิสต์อยู่เลย' เอ๊ะ...เกี่ยวอะไรกัน!...ในใจก็คิดว่า ' ก็ฉันอยู่เป็นโสดนี่มันไม่ดียังไง หนักกระบาลใครรึเปล่า' เคยตั้งคำถามกันไหม...ว่าทำไมต้องแต่งงาน (กันด้วย!)... คำตอบจากเพื่อนๆ ที่แต่งงานแล้วหรืออยากจะแต่งงานอาจมีหลากหลาย... 'อยู่คนเดียวมันว้าเหว่ อยากมีใครสักคนไว้แก้เหงา ' ... รายนี้เห็นผู้ชาย เป็นตัวคลายเหงา 'รายได้ไม่พอใช้ หาคนช่วย (หาเงิน)'ผมกลัวมาช่วยผลาญเงินมากกว่า 'อยากมีลูก ก็ต้องหาพ่อก่อนสิ '...เกิดได้ลูกแล้วจะทิ้งพ่อ ร ึเปล่าเนี่ยะ 'โรงงานพร้อมแล้ว ขาดผู้ประกอบการ'... เจ้าของคำตอบกำลังหาผู้ร่วมลงทุนฯลฯ อันว่า' ชีวิตคู่ 'อยู่ไปเพื่อสิ่งใด ? ชีวิตคู่ คือ การเติมเต็มซึ่งกันและกัน ดังนั้นเมื่อมีชีวิตสมรสแล้ว ครึ่งหนึ่งของ ชีวิตเราจะหายไปในส่วนที่ขาดจะมีครึ่งชีวิตของอีกฝ่ายมาเติมแต่งแห่งพื้นที่ว่างนั้น ขณะที่ครึ่งชีวิตของเราที่หาย ก็มิได้สูญสลายไปไหน มันก็ไปเติมที่ว่างของคู่เรานั่นเอง จุดมุ่งหมายของ! การแต่งงาน คือ การใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขมากขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อเป็นสามีภรรยาแล้วต้องมีความสุขมากกว่าตอนอยู่คนเดียว ถ้าตอนอยู่ด้วยกันแล้ว มีแต่ความทุกข์ ความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ก็ไม่รู้ว่าจะแต่งงานไปหาพระแสงดาบคาบค่ายที่ไหน...อยู่คนเดียวมันส์กว่า ชีวิตคู่ต้องเกื้อกูลกันและกัน ความก้าวหน้าของสามี ภรรยาต้องมีส่วนอย่างน้อยก็ปลอบใจในยามที่สามีเครียดจากการงาน ชีวิตภรรยาถ้าไม่คิดเอาดี ในทางโลกก็เจริญในทางธรรม กำลังใจต้องได้จากสามีเช่นกัน อย่างน้อยก็อย่าหาทุกข์มาสุมเพิ่ม... ถ้าคู่รักของเราประกอบมิจฉาอาชีวะ ติดเหล้า เล่นการ พนันโกงบ้านกินเมือ ง ชีวิตอีกฝ่ายก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะฉะนั้นเวลาเลือกแฟน แทนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตา ฐานะการเงิน ยี่ห้อรถเก๋งที่ใช้อยู่ ฯลฯ เปลี่ยนเป็นเงื่อนไขแค่สองข้อที่จำแสนง่าย คือ หนึ่ง - สุขใจยามอยู่ใกล้ชิด สอง - คู่ช่วยคิดชีวิตก้าวหน้า เพราะชีวิตคู่คือการเติมเต็มชีวิตแก่กันและกัน หาใช่เป้าหมายเพื่อการเสริม เพิ่มความเสียว เพราะอยู่คนเดียวก็เสียวได้ ไม่ง้อใครให้เสียเวลา ไม่เสียชาติเกิดหรอกครับ ถ้าคุณจะใช้ชีวิตเป็นโสด ถือคติประจำใจว่า 'อยู่เป็นโสด ดีกว่ามีผัวเลว ' : ที่มา

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ ของ คำว่า แต่งงาน โดย นพ.สุกมล

คำว่า แต่งงาน โดย นพ.สุกมล
คำว่า แต่งงาน โดย นพ.สุกมล
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล