แอร์ไม่เย็น ค่าไฟพุ่ง! เปิด 5 เคล็ดลับให้แอร์เย็นฉ่ำ ที่หลายคนมองข้าม
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/wo/0/ud/53/268877/air.jpgแอร์ไม่เย็น ค่าไฟพุ่ง! เปิด 5 เคล็ดลับให้แอร์เย็นฉ่ำ ที่หลายคนมองข้าม

แอร์ไม่เย็น ค่าไฟพุ่ง! เปิด 5 เคล็ดลับให้แอร์เย็นฉ่ำ ที่หลายคนมองข้าม

แชร์เรื่องนี้

สงสัยไหมว่า ทำไมเปิดแอร์แล้วไม่เย็น ทั้งที่เพิ่งล้างแอร์มาใหม่ๆ หรือทำไมค่าไฟถึงพุ่งสูงผิดปกติในช่วงหน้าร้อน? ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวันได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ "แหล่งความร้อนแฝง" ภายในบ้านที่เป็นตัวการทำให้แอร์ทำงานหนัก พร้อมแนะเคล็ดลับการใช้แอร์ให้เย็นเร็วและคุ้มค่าที่สุด

สาเหตุแอร์ไม่เย็น เพราะแหล่งความร้อนลับในบ้าน

ก่อนจะตัดสินใจเรียกช่างมาซ่อม ลองเช็กดูว่าห้องของคุณมีปัจจัยที่ทำให้แอร์ทำงานหนักเกินไปหรือไม่ โดยเฉพาะ 3 สาเหตุหลักที่มักถูกมองข้าม ดังนี้

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าปล่อยความร้อน: อุปกรณ์ที่เปิดทิ้งไว้อย่างตู้เย็น คอมพิวเตอร์ หรือทีวีขนาดใหญ่ จะมีการระบายความร้อนออกมาสะสมในห้องตลอดเวลา
  • ความร้อนสะสมที่ผนังและพื้น: โดยเฉพาะห้องที่โดนแดดส่องทางทิศตะวันตก ผนังจะดูดซับความร้อนไว้สูงมาก ทำให้แอร์ต้องใช้พลังงานมหาศาลในการดึงอุณหภูมิลง
  • หลอดไฟประเภทเก่า: หลอดไส้หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิมจะมีความร้อนสูงขณะใช้งาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออุณหภูมิภายในห้อง

5 เคล็ดลับวิธีทำให้แอร์เย็นเร็ว และประหยัดค่าไฟ

หากต้องการแก้ปัญหาแอร์ไม่เย็นและต้องการ วิธีประหยัดไฟแอร์ ให้ได้ผลจริง สามารถทำตามขั้นตอนที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำได้ดังนี้

1. กำจัดต้นตอความร้อนในช่วงกลางวัน

หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สร้างความร้อนสูง เช่น เตาอบ เตารีด หรือการทำอาหารหนักๆ ในห้องแอร์ช่วงที่อากาศร้อนจัด เพื่อลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไป

2. เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED

การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED นอกจากจะช่วยประหยัดไฟโดยตรงแล้ว ยังช่วยลดการปล่อยความร้อนสะสมภายในห้อง ทำให้ห้องเย็นลงและช่วยให้ระบบแอร์ตัดการทำงานได้ตามรอบปกติ

3. ใช้พัดลมช่วยกระจายความเย็น (Air Circulation)

เทคนิคสำคัญคือการวางพัดลมในจุดที่ทแยงมุมกับแอร์แล้วเป่าลมให้ขนานไปกับพื้น วิธีนี้จะช่วยยกมวลลมเย็นที่มักจะกองอยู่ด้านล่างให้หมุนเวียนไปทั่วห้อง ทำให้รู้สึกเย็นเร็วขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องลดอุณหภูมิแอร์ลงต่ำเกินไป

4. เทคนิคถูพื้นลดอุณหภูมิ

สำหรับห้องที่พื้นมีความร้อนสะสม การใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ถูพื้นก่อนเปิดแอร์จะช่วยระบายความร้อนบนพื้นผิวผ่านการระเหยของน้ำ เป็นวิธีธรรมชาติที่ช่วยให้แอร์ทำความเย็นได้ไวขึ้นอย่างมาก

5. ล้างแผ่นกรองและตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศา

การตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียสควบคู่กับการเปิดพัดลม จะให้ความรู้สึกเย็นสบายเทียบเท่า 24 องศา แต่ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า 10% นอกจากนี้ควรล้างแผ่นกรองแอร์ทุก 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันฝุ่นอุดตันการไหลเวียนของลม

สรุป

การจัดการกับแหล่งความร้อนแฝงภายในบ้านควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมการใช้งาน เป็นวิธีประหยัดไฟแอร์ที่ยั่งยืนที่สุด นอกจากจะช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศและลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาวได้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม