ปัสสาวะหลังมีเซ็กซ์ ประโยชน์ที่คาดไม่ถึง และความเข้าใจผิดที่ผู้หญิงต้องรู้

ปัสสาวะหลังมีเซ็กซ์ เคล็ดลับช่วยลดความเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่ควรรู้
การปัสสาวะหลังมีเซ็กซ์อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในทางสุขอนามัยแล้ว พฤติกรรมนี้ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการขับแบคทีเรียออกจากท่อปัสสาวะ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTIs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจากระบบบริการสุขภาพสากล ระบุว่า แม้การปัสสาวะหลังเสร็จกิจจะไม่ใช่เรื่อง "จำเป็น" สำหรับทุกคน แต่เป็นสิ่งที่ "มีประโยชน์" อย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีโยนี (ช่องคลอด) เนื่องจากท่อปัสสาวะซึ่งเป็นจุดระบายน้ำปัสสาวะตั้งอยู่ใกล้กับช่องคลอดมาก ระหว่างการมีเซ็กซ์แบคทีเรียอาจถูกผลักเข้าสู่ท่อปัสสาวะและเดินทางไปยังกระเพาะปัสสาวะจนเกิดการอักเสบได้
ทำไมบางคนถึงควรปัสสาวะหลังมีเซ็กซ์มากกว่าคนอื่น?
แม้ว่าการปัสสาวะหลังมีเซ็กซ์จะไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่กลุ่มคนบางกลุ่มอาจได้รับประโยชน์จากวิธีนี้มากกว่า ดังนี้:
- ผู้ที่มีช่องคลอดและเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย: กลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะระยะทางจากท่อปัสสาวะไปยังกระเพาะปัสสาวะนั้นสั้นมาก แบคทีเรียจึงเดินทางไปก่อโรคได้ง่ายและเร็ว
- ผู้ที่มีองคชาต: การปัสสาวะหลังมีเซ็กซ์อาจมีประโยชน์น้อยกว่า เนื่องจากท่อปัสสาวะมีความยาวกว่ามาก ทำให้แบคทีเรียต้องใช้เวลานานและเดินทางไกลกว่าจะก่อให้เกิดการติดเชื้อได้
- กรณีออรัลเซ็กซ์: แม้จะไม่มีการสอดใส่ แต่หากมีการใช้ปากสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศ แบคทีเรียจากปากและลิ้นอาจถูกผลักเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้เช่นกัน ดังนั้นการปัสสาวะหลังกิจกรรมนี้จึงยังคงแนะนำ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องการคุมกำเนิดและโรคติดต่อ
มีการถกเถียงและเข้าใจผิดในหลายประเด็น ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้ข้อเท็จจริงเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดดังนี้:
- ป้องกันการตั้งครรภ์ไม่ได้: ต่อให้คุณลุกไปปัสสาวะทันทีหลังการหลั่งอสุจิ ก็ไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ เพราะน้ำปัสสาวะออกมาจากท่อปัสสาวะ ส่วนอสุจิเดินทางเข้าไปในช่องคลอด ซึ่งเป็นคนละช่องทางกันโดยสิ้นเชิง
- คนอยากมีลูกลุกไปฉี่ได้ไหม?: หากคุณกำลังพยายามตั้งครรภ์ แพทย์บางท่านอาจแนะนำให้นอนนิ่งๆ สัก 5 นาทีเพื่อให้ตัวอสุจิเดินทางสะดวกขึ้น แต่ความจริงแล้วอสุจิที่แข็งแรงจะว่ายไปข้างหน้าโดยไม่ต้องพึ่งแรงโน้มถ่วง การลุกไปปัสสาวะจึงไม่ได้ทำลายโอกาสในการมีบุตรของคุณ
- ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ไม่ได้: การปัสสาวะช่วยขับแบคทีเรียจากท่อปัสสาวะเท่านั้น แต่เชื้อ STIs สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยฉีกขาดเล็กๆ บนเยื่อบุผิวได้ วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพคือการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
ควรปัสสาวะเมื่อไหร่ และถ้าไม่ปวดต้องทำอย่างไร?
เพื่อให้ได้ผลในการป้องกัน UTIs สูงสุด คุณควรปัสสาวะ ภายใน 30 นาทีหลังมีเซ็กซ์ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี หากคุณไม่รู้สึกปวดปัสสาวะ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลองดื่มน้ำสะอาดเพิ่มอีกสักครึ่งแก้วหรือหนึ่งแก้ว หรือลองเปิดน้ำทิ้งไว้เพื่อใช้เสียงน้ำช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ
บทสรุปคือ การปัสสาวะหลังมีเซ็กซ์คือวิธีที่ทำได้ง่ายและช่วยส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี หากควบคู่ไปกับการดื่มน้ำที่เพียงพอและการขับถ่ายตามปกติ ความเสี่ยงต่อโรคทางเดินปัสสาวะก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการติดเชื้อบ่อยผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

