7 วิธีทำให้ห้องน้ำหอมสะอาดและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ (ไม่ใช่แค่การกลบกลิ่น!)

7 วิธีทำให้ห้องน้ำหอมสะอาดและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ (ไม่ใช่แค่การกลบกลิ่น!)

7 วิธีทำให้ห้องน้ำหอมสะอาดและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ (ไม่ใช่แค่การกลบกลิ่น!)
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แม้ว่าห้องน้ำจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สุดในบ้าน แต่ก็เป็นพื้นที่ที่ทุกคนในบ้านหรือแขกมาเยี่ยมเยือนใช้ร่วมกันอยู่เสมอ ด้วยความชื้นสูงและการใช้งานบ่อย ห้องน้ำจึงมักเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่าย การหาวิธีให้ห้องน้ำสะอาดและมีกลิ่นหอมสดชื่นอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นประจำ

ผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำดีๆ ในการดูแลห้องน้ำให้ทั้งสะอาดและมีกลิ่นหอม พร้อมวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถเริ่มทำได้ทันที

1. ทำความสะอาดโถส้วมให้สะอาดหมดจด

แม้จะเป็นขั้นตอนพื้นฐาน แต่โถส้วมก็มักถูกละเลยเพราะใช้งานบ่อยที่สุด
เจสสิก้า แบร็กดอน ผู้ร่วมก่อตั้ง Koala Eco แนะนำให้ใช้ “ออกซิเจนบลีช” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อและกำจัดแบคทีเรีย ใช้ทำความสะอาดทั้งด้านในและด้านนอกของโถส้วม โดยใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดร่วมกับน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์

สำหรับคนที่ชอบทำสูตร DIY เอง อลิเซีย โซโกลอฟสกี จาก AspenClean แนะนำสูตร “ลูกบอลทำความสะอาดโถส้วม” โดยผสมเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย กรดซิตริก ¼ ถ้วย และน้ำมันหอมระเหย 10 หยด เทใส่พิมพ์ซิลิโคน ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วหย่อนลงในโถส้วมเพื่อทำความสะอาดและเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่น

2. เพิ่มกลิ่นหอมด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ

การเลือกกลิ่นหอมในห้องน้ำเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว หากห้องน้ำมีขนาดเล็กหรือใช้เป็นห้องน้ำแขก เทียนหอมขนาดเล็กก็เพียงพอ เช่น Voluspa Foraged Wildberry Mini Candle ที่ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ และผลิตจากขี้ผึ้งมะพร้าวซึ่งเผาไหม้สะอาด

ส่วนกลิ่นแนวสปา สามารถเลือกใช้ก้านไม้หอม Tea in the Sahara Diffuser จาก Element Brooklyn หรือสเปรย์ห้องจาก Grove Co. ที่ให้กลิ่นดอกไม้จากธรรมชาติอ่อนๆ เพิ่มความสดชื่นได้อีกด้วย อีกหนึ่งเคล็ดลับคือแขวนใบยูคาลิปตัสสดไว้ที่หัวฝักบัว เพื่อให้กลิ่นหอมสดชื่นฟุ้งไปทั่วขณะอาบน้ำ

3. อย่ามองข้าม “ท่อน้ำทิ้ง”

แดนนี เพน ประธานบริษัท New Era Plumbing & HVAC กล่าวว่าท่อน้ำทิ้งมักเป็นแหล่งของกลิ่นไม่พึงประสงค์มากกว่าโถส้วม โดยเฉพาะท่อในอ่างล้างมือหรือฝักบัวที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เขาแนะนำให้เปิดน้ำไหลเป็นประจำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำในท่อแห้ง ซึ่งจะทำให้กลิ่นย้อนขึ้นมาได้

ควรทำความสะอาดท่อสัปดาห์ละครั้งด้วยน้ำยาล้างท่อแบบเอนไซม์ เพราะเอนไซม์ช่วยสลายคราบสบู่ เส้นผม และสิ่งสกปรกได้ดีกว่าสูตรผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชู สำหรับวิธีธรรมชาติ อลิเซีย โซโกลอฟสกี แนะนำให้บีบน้ำมะนาวลงไปในท่อหรือโถส้วมเพื่อดับกลิ่นและเพิ่มความสดชื่น

4. เทขยะในห้องน้ำให้บ่อยขึ้น

แม้ว่าถังขยะในห้องน้ำจะมีฝาปิด แต่ก็สามารถกักกลิ่นไว้ได้ทุกครั้งที่เปิดออก ควรเทขยะอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากมีเศษขยะเปียกหรือกระดาษชำระชื้น

เพนแนะนำว่า หากต้องการลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ให้โรยเกลือหรือเบกกิ้งโซดาที่ก้นถังขยะก่อนใส่ถุง แล้วหยดน้ำมันหอมระเหยลงไปเล็กน้อย ส่วนผสมนี้จะช่วยดูดซับกลิ่นไม่ดีและเพิ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปในตัว

5. ซักผ้าขนหนูและพรมเช็ดเท้าทุกสัปดาห์

ในห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่าง ผ้าขนหนูและพรมเช็ดเท้ามักอับชื้นและมีกลิ่นเร็วกว่าปกติ ควรซักทุก 7–9 วัน เพื่อป้องกันกลิ่นเชื้อราและกลิ่นเหม็นอับ
เลือกใช้น้ำยาซักผ้าที่ให้กลิ่นหอมสะอาด เช่น Koala Eco Mandarin and Peppermint Natural Laundry Wash หรือ Cleancult Juniper and Sandalwood Laundry Detergent ที่ช่วยให้ผ้าหอมสดชื่นยาวนาน

6. เปิดหน้าต่างหรือใช้เครื่องลดความชื้น

การเปิดหน้าต่างให้ห้องน้ำระบายอากาศอาจดูเป็นเรื่องง่าย แต่หลายคนมักลืมทำ โดยเฉพาะระหว่างอาบน้ำอุ่น หากห้องน้ำมีหน้าต่าง ควรเปิดไว้พร้อมเปิดเครื่องลดความชื้นควบคู่กัน จะช่วยลดความชื้นสะสมที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นได้

เพนกล่าวว่า “หากคุณทำความสะอาดหมดแล้วแต่กลิ่นยังคงอยู่ อาจเป็นเพราะความชื้นยังไม่ระเหย ห้องน้ำที่มีความชื้นต่ำจะไม่มีกลิ่น และสามารถระบายกลิ่นได้เร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด”

7. ทำความสะอาดห้องอาบน้ำทุกวัน

การเช็ดทำความสะอาดห้องอาบน้ำหลังใช้งานทุกครั้ง จะช่วยลดการสะสมของคราบสบู่ หินปูน และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดกลิ่นอับได้ อีกทั้งยังช่วยยืดระยะเวลาระหว่างการทำความสะอาดใหญ่ได้ด้วย

เจสสิก้า แบร็กดอน แนะนำให้ใช้น้ำยาเฉพาะสำหรับทำความสะอาดห้องอาบน้ำหรือผงออกซิเจนบลีช ฉีดพ่นลงบนกระจกและกระเบื้อง ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นใช้แปรงขัด เปิดน้ำร้อนล้างออก แล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์หรือที่รีดน้ำ เพื่อให้พื้นผิวสะอาดเงาและไม่มีกลิ่นตกค้าง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล