เล็บเจล vs เล็บอะคริลิค แบบไหนทำแล้วปังไม่พังสุขภาพเล็บ

เทียบชัด เล็บเจล vs. เล็บอะคริลิค เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับสไตล์คุณ
เมื่อต้องการเปลี่ยนลุคให้เล็บสวยติดทนนาน ตัวเลือกยอดนิยมในร้านทำเล็บมักหนีไม่พ้น "เล็บเจล" (Gel Nails) และ "เล็บอะคริลิค" (Acrylic Nails) แม้ว่าทั้งสองวิธีจะช่วยให้เล็บสวยงาม แต่ก็มีคุณสมบัติ ขั้นตอน และความทนทานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกให้ถูกต้องจึงช่วยให้เล็บของคุณสวยถูกใจและไม่ทำลายสุขภาพเล็บ
บทความนี้จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจความแตกต่างของสองทางเลือกนี้ เพื่อตัดสินใจว่าแบบไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณที่สุด โดยทั้งเล็บเจลและอะคริลิคต่างก็มีจุดเด่นและข้อควรพิจารณาที่ไม่เหมือนกัน
1. เล็บเจล (Gel Nails): เล็บสวยเงา ดูเป็นธรรมชาติ
เล็บเจล คือการทาสารโพลีเมอร์เหลว (Resin) ลงบนเล็บจริงหรือเล็บต่อ จากนั้นจึงนำไปอบด้วยเครื่อง UV หรือ LED เพื่อทำให้สารนั้นแข็งตัว (Curing) วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากขั้นตอนทำรวดเร็วและไม่มีกลิ่นฉุนรบกวนในระหว่างการทำ
คุณสมบัติเด่นของเล็บเจล
- ความรู้สึก: มีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นสูง ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติคล้ายเล็บจริง และให้ความเงางามสูง
- ความทนทาน: มักติดทนได้ประมาณ 2–3 สัปดาห์ โดยมีแนวโน้มที่จะหลุดเป็นแผ่น (Chip) มากกว่าการแตกหัก
- การถอดออก: ถอดออกได้ง่ายกว่า โดยการห่อด้วยสำลีชุบอะซิโตน (Acetone) แล้วทิ้งไว้ให้หลุดออก ซึ่งทำลายหน้าเล็บน้อยกว่าหากทำอย่างถูกวิธี
2. เล็บอะคริลิค (Acrylic Nails): ความแข็งแกร่งและทนทานสูงสุด
เล็บอะคริลิค คือการผสมผสานระหว่างผงโพลีเมอร์ (Polymer Powder) และน้ำยาโมโนเมอร์ (Monomer Liquid) เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นก้อนอะคริลิคที่สามารถปั้นรูปทรงได้ จากนั้นจะปล่อยให้แห้งและแข็งตัวเองในอากาศ โดยไม่ต้องใช้ไฟอบ ขั้นตอนนี้อาจมีกลิ่นฉุนของน้ำยารบกวนบ้าง
คุณสมบัติเด่นของเล็บอะคริลิค
- ความรู้สึก: มีความแข็งแกร่งและทนทานมากที่สุด มีน้ำหนักและความหนามากกว่าเล็บเจลเล็กน้อย
- ความทนทาน: ทนทานสูงสุด สามารถอยู่ได้นานกว่า 1 เดือน ด้วยการเติมโคน (Fill) เหมาะสำหรับการต่อเล็บที่มีความยาวมาก หรือเปลี่ยนรูปทรงเล็บอย่างรุนแรง
- การถอดออก: มักต้องอาศัยการตะไบออกเป็นส่วนใหญ่ หรือใช้อะซิโตนในการแช่ ซึ่งใช้เวลานานและอาจทำลายหน้าเล็บได้ง่ายกว่า หากทำโดยผู้ที่ไม่มีความชำนาญ
เลือกทำเล็บแบบไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด
การตัดสินใจว่าจะเลือกทำเล็บเจลหรือเล็บอะคริลิคขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณ ลองพิจารณาตามข้อกำหนดด้านล่างนี้
คุณควรเลือก "เล็บเจล" หาก:
- ชอบให้เล็บดูธรรมชาติ มีความเงางามสูง และยืดหยุ่น
- ต้องการเปลี่ยนสีเล็บบ่อย ๆ หรือชอบทำลวดลายละเอียด
- กังวลเรื่องสุขภาพเล็บ และต้องการวิธีการถอดที่ทำลายเล็บน้อยที่สุด
- ต้องการความสวยงามที่ติดทนกว่ายาทาเล็บปกติ แต่ไม่ต้องการความแข็งระดับโครงสร้าง
คุณควรเลือก "เล็บอะคริลิค" หาก:
- ต้องการต่อเล็บที่มีความยาวมากๆ หรือปรับรูปทรงเล็บให้ต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน
- มีปัญหาเล็บหักง่าย หรือเล็บอ่อนแอ และต้องการโครงสร้างที่แข็งแรงเข้ามาช่วยพยุง
- มีอาชีพหรือกิจกรรมที่ต้องใช้มืออย่างหนัก และต้องการความทนทานสูงสุด
- ต้องการความติดทนยาวนานหลายสัปดาห์ แม้จะต้องอดทนต่อกลิ่นฉุนของน้ำยาได้
ไม่ว่าคุณจะเลือก เล็บเจล หรือ เล็บอะคริลิค สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกช่างทำเล็บที่มีความชำนาญ และหมั่นดูแลสุขภาพหน้าเล็บให้แข็งแรงอยู่เสมอ รวมถึงให้เล็บได้พักหายใจบ้าง เพื่อให้คุณสนุกกับการทำเล็บได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจในความงามของเล็บมือได้อย่างยาวนาน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

