เล็บเจล vs เล็บอะคริลิค แบบไหนทำแล้วปังไม่พังสุขภาพเล็บ

เล็บเจล vs เล็บอะคริลิค แบบไหนทำแล้วปังไม่พังสุขภาพเล็บ

เล็บเจล vs เล็บอะคริลิค แบบไหนทำแล้วปังไม่พังสุขภาพเล็บ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เทียบชัด เล็บเจล vs. เล็บอะคริลิค เลือกแบบไหนดีให้เข้ากับสไตล์คุณ

เมื่อต้องการเปลี่ยนลุคให้เล็บสวยติดทนนาน ตัวเลือกยอดนิยมในร้านทำเล็บมักหนีไม่พ้น "เล็บเจล" (Gel Nails) และ "เล็บอะคริลิค" (Acrylic Nails) แม้ว่าทั้งสองวิธีจะช่วยให้เล็บสวยงาม แต่ก็มีคุณสมบัติ ขั้นตอน และความทนทานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกให้ถูกต้องจึงช่วยให้เล็บของคุณสวยถูกใจและไม่ทำลายสุขภาพเล็บ

บทความนี้จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจความแตกต่างของสองทางเลือกนี้ เพื่อตัดสินใจว่าแบบไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณที่สุด โดยทั้งเล็บเจลและอะคริลิคต่างก็มีจุดเด่นและข้อควรพิจารณาที่ไม่เหมือนกัน

1. เล็บเจล (Gel Nails): เล็บสวยเงา ดูเป็นธรรมชาติ

เล็บเจล คือการทาสารโพลีเมอร์เหลว (Resin) ลงบนเล็บจริงหรือเล็บต่อ จากนั้นจึงนำไปอบด้วยเครื่อง UV หรือ LED เพื่อทำให้สารนั้นแข็งตัว (Curing) วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากขั้นตอนทำรวดเร็วและไม่มีกลิ่นฉุนรบกวนในระหว่างการทำ

คุณสมบัติเด่นของเล็บเจล

  • ความรู้สึก: มีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นสูง ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติคล้ายเล็บจริง และให้ความเงางามสูง
  • ความทนทาน: มักติดทนได้ประมาณ 2–3 สัปดาห์ โดยมีแนวโน้มที่จะหลุดเป็นแผ่น (Chip) มากกว่าการแตกหัก
  • การถอดออก: ถอดออกได้ง่ายกว่า โดยการห่อด้วยสำลีชุบอะซิโตน (Acetone) แล้วทิ้งไว้ให้หลุดออก ซึ่งทำลายหน้าเล็บน้อยกว่าหากทำอย่างถูกวิธี

2. เล็บอะคริลิค (Acrylic Nails): ความแข็งแกร่งและทนทานสูงสุด

เล็บอะคริลิค คือการผสมผสานระหว่างผงโพลีเมอร์ (Polymer Powder) และน้ำยาโมโนเมอร์ (Monomer Liquid) เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นก้อนอะคริลิคที่สามารถปั้นรูปทรงได้ จากนั้นจะปล่อยให้แห้งและแข็งตัวเองในอากาศ โดยไม่ต้องใช้ไฟอบ ขั้นตอนนี้อาจมีกลิ่นฉุนของน้ำยารบกวนบ้าง

คุณสมบัติเด่นของเล็บอะคริลิค

  • ความรู้สึก: มีความแข็งแกร่งและทนทานมากที่สุด มีน้ำหนักและความหนามากกว่าเล็บเจลเล็กน้อย
  • ความทนทาน: ทนทานสูงสุด สามารถอยู่ได้นานกว่า 1 เดือน ด้วยการเติมโคน (Fill) เหมาะสำหรับการต่อเล็บที่มีความยาวมาก หรือเปลี่ยนรูปทรงเล็บอย่างรุนแรง
  • การถอดออก: มักต้องอาศัยการตะไบออกเป็นส่วนใหญ่ หรือใช้อะซิโตนในการแช่ ซึ่งใช้เวลานานและอาจทำลายหน้าเล็บได้ง่ายกว่า หากทำโดยผู้ที่ไม่มีความชำนาญ

เลือกทำเล็บแบบไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด

การตัดสินใจว่าจะเลือกทำเล็บเจลหรือเล็บอะคริลิคขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณ ลองพิจารณาตามข้อกำหนดด้านล่างนี้

คุณควรเลือก "เล็บเจล" หาก:

  • ชอบให้เล็บดูธรรมชาติ มีความเงางามสูง และยืดหยุ่น
  • ต้องการเปลี่ยนสีเล็บบ่อย ๆ หรือชอบทำลวดลายละเอียด
  • กังวลเรื่องสุขภาพเล็บ และต้องการวิธีการถอดที่ทำลายเล็บน้อยที่สุด
  • ต้องการความสวยงามที่ติดทนกว่ายาทาเล็บปกติ แต่ไม่ต้องการความแข็งระดับโครงสร้าง

คุณควรเลือก "เล็บอะคริลิค" หาก:

  • ต้องการต่อเล็บที่มีความยาวมากๆ หรือปรับรูปทรงเล็บให้ต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน
  • มีปัญหาเล็บหักง่าย หรือเล็บอ่อนแอ และต้องการโครงสร้างที่แข็งแรงเข้ามาช่วยพยุง
  • มีอาชีพหรือกิจกรรมที่ต้องใช้มืออย่างหนัก และต้องการความทนทานสูงสุด
  • ต้องการความติดทนยาวนานหลายสัปดาห์ แม้จะต้องอดทนต่อกลิ่นฉุนของน้ำยาได้

ไม่ว่าคุณจะเลือก เล็บเจล หรือ เล็บอะคริลิค สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกช่างทำเล็บที่มีความชำนาญ และหมั่นดูแลสุขภาพหน้าเล็บให้แข็งแรงอยู่เสมอ รวมถึงให้เล็บได้พักหายใจบ้าง เพื่อให้คุณสนุกกับการทำเล็บได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจในความงามของเล็บมือได้อย่างยาวนาน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล