ปากแห้ง ทำไงดี? สาเหตุ วิธีแก้ และการดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื้น

ปากแห้ง ทำไงดี? สาเหตุ วิธีแก้ และการดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื้น

ปากแห้ง ทำไงดี? สาเหตุ วิธีแก้ และการดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อาการปากแห้ง เป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะจากสภาพอากาศ พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือสาเหตุอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายแล้ว ยังส่งผลต่อความมั่นใจอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจสาเหตุของปากแห้ง พร้อมวิธีแก้ไขและเคล็ดลับการดูแลริมฝีปากให้กลับมาชุ่มชื้น นุ่มนวลน่าสัมผัส

สาเหตุของอาการปากแห้ง

การที่ริมฝีปากแห้ง แตก ลอก หรือเป็นขุยนั้น มีสาเหตุได้หลากหลาย ดังนี้:

  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): เป็นสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุด เมื่อร่างกายขาดน้ำ ริมฝีปากจะเป็นส่วนแรกๆ ที่แสดงอาการแห้งออกมา
  • สภาพอากาศ: อากาศที่แห้งและเย็น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว หรือการอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานๆ จะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวหนังและริมฝีปาก
  • พฤติกรรมส่วนตัว:
    • การเลียริมฝีปากบ่อยๆ: น้ำลายมีเอนไซม์และกรดอ่อนๆ ที่จะระเหยไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ริมฝีปากแห้งยิ่งขึ้น
    • การดึงหรือกัดริมฝีปาก: เป็นการทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ริมฝีปากแตกง่าย
  • การใช้ผลิตภัณฑ์บางชนิด:
    • ลิปสติกบางประเภท: โดยเฉพาะลิปสติกเนื้อแมตต์ หรือลิปสติกที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อาจทำให้ปากแห้งได้
    • ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปาก: บางชนิดมีส่วนผสมที่อาจระคายเคืองและทำให้ปากแห้ง
  • การแพ้สารเคมี: การแพ้ลิปบาล์ม ลิปสติก ยาสีฟัน หรืออาหารบางชนิด อาจทำให้เกิดอาการแพ้ที่ริมฝีปาก เช่น คัน บวม และแห้งลอก
  • ภาวะสุขภาพบางอย่าง:
    • โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยเบาหวานมักมีอาการปากแห้งร่วมด้วย
    • ภาวะขาดวิตามิน: โดยเฉพาะวิตามินบี 2 (Riboflavin) อาจทำให้ปากแตกที่มุมปากได้
    • ปัญหาเกี่ยวกับต่อมน้ำลาย: เช่น โรคเชอเกร็น (Sjögren's syndrome)
    • การรับประทานยาบางชนิด: เช่น ยาแก้แพ้ ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ หรือยาสำหรับรักษาสิวบางประเภท

ปากแห้ง ทำยังไงดี? วิธีแก้ปัญหาปากแห้ง และการดูแลริมฝีปาก

เมื่อทราบสาเหตุแล้ว ก็มาถึงวิธีการรับมือและดูแลริมฝีปากให้กลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง:

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ: เป็นวิธีที่ง่ายและสำคัญที่สุด ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอและส่งผลให้ริมฝีปากชุ่มชื้นจากภายใน
  2. ทาลิปบาล์มเป็นประจำ:
    • เลือก ลิปบาล์ม ที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น เช่น เชียบัตเตอร์ (Shea Butter), ขี้ผึ้ง (Beeswax), วาสลีน (Petroleum Jelly), เซราไมด์ (Ceramides), วิตามินอี (Vitamin E), หรือน้ำมันจากพืชต่างๆ
    • ทาลิปบาล์มซ้ำๆ ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะหลังทานอาหาร ดื่มน้ำ หรือก่อนนอน
    • หากต้องเผชิญแดด ควรเลือกลิปบาล์มที่มีค่า SPF เพื่อป้องกันรังสี UV
  3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายริมฝีปาก:
    • งดเลียริมฝีปาก: พยายามเตือนตัวเองไม่ให้เลียริมฝีปากบ่อยๆ
    • งดกัดหรือดึงลอก: ปล่อยให้ผิวที่แห้งหลุดลอกไปเองตามธรรมชาติ หรือใช้วาสลีนทาหนาๆ เพื่อช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นแล้วเช็ดออกเบาๆ
  4. ใช้เครื่องทำความชื้นในอากาศ (Humidifier): หากคุณอยู่ในห้องปรับอากาศตลอดเวลา การใช้เครื่องทำความชื้นจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ และลดปัญหาปากแห้งได้
  5. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน:
    • เปลี่ยนยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น โซเดียมลอริลซัลเฟต (SLS) หรือแอลกอฮอล์
    • เลือกลิปสติกหรือลิปกลอสที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์
  6. สครับริมฝีปาก (สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง):
    • ใช้น้ำตาลผสมน้ำผึ้งหรือน้ำมันมะกอก นำมานวดวนเบาๆ บนริมฝีปากเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก
    • หลังสครับ ให้ทาลิปบาล์มบำรุงทันที
  7. ทานอาหารที่มีประโยชน์:
    • เพิ่มการทานผัก ผลไม้ และอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี โดยเฉพาะ วิตามินบี 2 เช่น นม ไข่ โยเกิร์ต เห็ด ผักใบเขียว
    • กรดไขมันจำเป็น (Omega-3) จากปลาทะเล หรือเมล็ดแฟลกซ์ ก็ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นได้
  8. ปรึกษาแพทย์: หากลองดูแลตัวเองด้วยวิธีข้างต้นแล้วอาการปากแห้งยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง แตกเป็นแผล มีเลือดออก หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม

อาการปากแห้งสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เริ่มต้นจากการดื่มน้ำให้เพียงพอ ทาลิปบาล์มเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายริมฝีปาก เพียงเท่านี้ ริมฝีปากของคุณก็จะกลับมานุ่มนวล ชุ่มชื้น และมีสุขภาพดีอีกครั้ง

อ่านเพิ่ม

วางลิ้นให้ถูกต้อง เคล็ดลับสุขภาพและบุคลิกภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล