วิธีเช็ก Cool Tone กับ Warm Tone: สำคัญอย่างไรกับการแต่งหน้าและแต่งตัว?

วิธีเช็ก Cool Tone กับ Warm Tone: สำคัญอย่างไรกับการแต่งหน้าและแต่งตัว?

วิธีเช็ก Cool Tone กับ Warm Tone: สำคัญอย่างไรกับการแต่งหน้าและแต่งตัว?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมลิปสติกบางสีที่เพื่อนใช้แล้วสวยจัง แต่พอเราทาแล้วกลับดูหมองคล้ำ หรือเสื้อผ้าสีสดใสที่เห็นดาราใส่แล้วขึ้นมาก แต่พอเราใส่แล้วกลับดูไม่เข้ากับผิวเลย? คำตอบอาจอยู่ที่ อันเดอร์โทน (Undertone) ของผิวคุณนั่นเอง การรู้ว่าผิวของคุณเป็น Cool Tone (โทนเย็น) หรือ Warm Tone (โทนอุ่น) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือกเครื่องสำอางและเสื้อผ้าให้เข้ากับตัวคุณ ช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวา และเสริมความมั่นใจให้คุณได้มากทีเดียว

Cool Tone กับ Warm Tone คืออะไร?

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Cool Tone และ Warm Tone คืออะไรกันแน่

  • Warm Tone (โทนอุ่น): ผิวที่มีอันเดอร์โทนเป็นสีเหลือง, ทอง, พีช หรือส้ม มักจะสังเกตได้จากเส้นเลือดที่ข้อมือเป็นสีเขียว หรือผิวจะคล้ำแดดเป็นสีแทนได้ง่าย คนที่มีผิว Warm Tone มักจะดูดีในเสื้อผ้าสีเอิร์ธโทน เช่น สีเขียวขี้ม้า, ส้มอิฐ, น้ำตาล, เหลืองมัสตาร์ด และเครื่องประดับสีทอง

  • Cool Tone (โทนเย็น): ผิวที่มีอันเดอร์โทนเป็นสีชมพู, แดง หรือฟ้า มักจะสังเกตได้จากเส้นเลือดที่ข้อมือเป็นสีน้ำเงิน หรือม่วง ผิวจะไหม้แดดได้ง่ายแต่ไม่ค่อยคล้ำ คนที่มีผิว Cool Tone มักจะดูดีในเสื้อผ้าสีสดใส เช่น สีฟ้า, ชมพู, ม่วง, เขียวมรกต และเครื่องประดับสีเงิน

วิธีเช็ก Cool Tone กับ Warm Tone ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

ไม่ต้องกังวลว่าการเช็กอันเดอร์โทนผิวจะยุ่งยาก เพราะคุณสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน

  1. สังเกตสีเส้นเลือดที่ข้อมือ:

    • ถ้าเส้นเลือดออกเป็นสีเขียว แสดงว่าคุณมี Warm Tone

    • ถ้าเส้นเลือดออกเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง แสดงว่าคุณมี Cool Tone

    • ถ้าดูยาก หรือมีทั้งสีเขียวและน้ำเงินปนกัน คุณอาจมีอันเดอร์โทนแบบ Neutral Tone (โทนกลาง) ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งสีโทนร้อนและโทนเย็น

  2. เทียบกับกระดาษขาว: ลองถือกระดาษสีขาวหรือผ้าเช็ดตัวสีขาวมาเทียบกับผิวหน้าของคุณภายใต้แสงธรรมชาติ

    • ถ้าผิวของคุณดูอมเหลืองหรือส้ม แสดงว่าคุณมี Warm Tone

    • ถ้าผิวของคุณดูอมชมพูหรือน้ำเงิน แสดงว่าคุณมี Cool Tone

  3. ทดสอบกับเครื่องประดับ:

    • ถ้าเครื่องประดับสีทองดูเข้ากับผิวคุณมากกว่า แสดงว่าคุณมี Warm Tone

    • ถ้าเครื่องประดับสีเงินดูเข้ากับผิวคุณมากกว่า แสดงว่าคุณมี Cool Tone

  4. ทดสอบการถูกแดด:

    • ถ้าผิวของคุณมักจะคล้ำเป็นสีแทนได้ง่าย แสดงว่าคุณมี Warm Tone

    • ถ้าผิวของคุณมักจะไหม้แดดหรือเป็นสีแดง แสดงว่าคุณมี Cool Tone

ความสำคัญของ Cool Tone และ Warm Tone ในการแต่งหน้าและแต่งตัว

เมื่อคุณรู้แล้วว่าอันเดอร์โทนผิวของคุณเป็นแบบไหน ก็ถึงเวลาที่จะนำความรู้นี้ไปปรับใช้กับการแต่งหน้าและแต่งตัวของคุณแล้ว

การเลือกสีเครื่องสำอางให้เข้ากับอันเดอร์โทน

  • สำหรับ Warm Tone:

    • รองพื้นและคอนซีลเลอร์: เลือกสีที่มีอันเดอร์โทนเหลืองหรือทอง

    • บลัชออนและลิปสติก: เลือกสีโทนอุ่น เช่น พีช, ส้มอิฐ, น้ำตาลทอง, แดงอมส้ม

    • อายแชโดว์: เลือกสีเอิร์ธโทน เช่น ทอง, น้ำตาล, เขียวมะกอก, ส้ม

  • สำหรับ Cool Tone:

    • รองพื้นและคอนซีลเลอร์: เลือกสีที่มีอันเดอร์โทนชมพูหรือเบจ

    • บลัชออนและลิปสติก: เลือกสีโทนเย็น เช่น ชมพูอมม่วง, แดงเบอร์รี่, ฟิวเชีย, แดงอมฟ้า

    • อายแชโดว์: เลือกสีโทนเย็น เช่น เงิน, เทา, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพู

การเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับอันเดอร์โทน

  • สำหรับ Warm Tone:

    • สีหลัก: สีเอิร์ธโทน เช่น น้ำตาล, ส้มอิฐ, เขียวมะกอก, ครีม, เหลืองมัสตาร์ด

    • สีอัญมณี: ทับทิม, โกเมน, ซิทริน

    • สีเมทัลลิค: ทองแดง, ทอง

  • สำหรับ Cool Tone:

    • สีหลัก: สีโทนเย็น เช่น ฟ้า, ชมพู, ม่วง, เขียวมรกต, น้ำเงินเข้ม, ขาว

    • สีอัญมณี: ไพลิน, มรกต, อเมทิสต์

    • สีเมทัลลิค: เงิน, ทองคำขาว

การรู้ว่าผิวของคุณเป็น Cool Tone หรือ Warm Tone ไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่นเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องสำอางและเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับคุณที่สุด การเลือกใช้สีที่เข้ากับอันเดอร์โทนผิวจะช่วยขับความงามตามธรรมชาติของคุณให้โดดเด่น ผิวดูผ่องขึ้น ไม่หมองคล้ำ และยังช่วยให้คุณมั่นใจในทุกๆ วันที่ก้าวออกจากบ้านอีกด้วย ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะคะ แล้วคุณจะพบว่าการแต่งหน้าแต่งตัวนั้นสนุกขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล