สารเสริมอาหารในนม เลือกใช้ให้เหมาะสม 2

S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

แคลเซียมสำคัญต่อร่างกายอย่างไร ในกระแสเลือดจำเป็นจะต้องมีปริมาณแคลเซียมที่สูงพอ สำหรับทำหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว ช่วยในการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ และการส่งกระแสประสาท ซึ่งส่วนเกินจะถูกส่งไปที่กระดูก ในทาง ตรงข้ามถ้าปริมาณแคลเซียมในเลือดพร่องต่ำลง แคลเซียมที่กระดูกจะถูกดึงออกมาใช้ในกระแสเลือด เป็นสาเหตุที่ทำให้กระดูกบางลง ดังนั้นการกินแคลเซียมสำหรับผู้สูงอายุ จึงเป็นการรักษาระดับแคลเซียมในเลือดไว้ให้สูงพอ เพื่อยับยั้งการการดึง แคลเซียมออกจากกระดูก ผู้ที่มีกระดูกบางอยู่แล้ว โอกาสที่กระดูกจะหนาขึ้น เหมือนวัยหนุ่มสาวคงเป็นไปได้ยาก นมเสริมแคลเซียมจึงน่าจะเป็นอาหาร ที่ดีสำหรับผู้สูงวัย เสริมภูมิต้านทาน สารเสริมอาหารในนมสำหรับสร้างภูมิต้านทานในเด็ก ที่ได้ยินกันบ่อย คือ prebiotic เป็นคาร์โบไฮเดรต โมเลกุลสั้นๆ ที่ร่างกายย่อยไม่ได้ เช่น โอลิโกฟรุกโตส โอลิโกกาแลคโตส ซึ่งเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อชั้นดีสำหรับจุลินทรีย์ ที่เป็นมิตรกับร่างกายของเราที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ ที่ทำให้แบคทีเรียร้ายที่ก่อโรคเจริญเติบโตไม่ได้ และจุลินทรีย์เหล่านี้ยังกระตุ้น ให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานลดการเจ็บป่วยจากโรคอุจจาระร่าง ในเด็กที่ได้รับนมแม่จะมี prebiotic อยู่อย่างสมบูรณ์ สังเกตได้ว่าจะไม่ท้องเดินบ่อย เท่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมผง ดังนั้นจึงเห็นว่าปัจจุบันมีการเสริม prebiotic ลงในนมผงสำหรับเลี้ยงทารก และในต่างประเทศมีการเติมเครื่องดื่มต่าง ๆ ด้วย แหล่งของ prebiotic ยังมีอยู่ในผัก ผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น กล้วย ส้ม หน่อไม้ฝรั่ง กระเทียม หัวหอม และถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ หากเด็กที่สามารถทานผักผลไม้ได้แล้ว ก็คงไม่ขาด prebiotic อย่างแน่นอน เสริมความสมบูรณ์ของสมอง ความสมบูรณ์พร้อมของสมองต้องเริ่มตั้งแต่ทารก สมองจะพัฒนา และเจริญเติบโตมากถึง ร้อยละ 80 ในช่วงอายุแรกเกิดถึง 2-3 ขวบ จากนั้นจะชะลอช้าลง ถึงประมาณ 6 ขวบ สมองจะเจริญเติบโตเกือบเท่าผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงควรดูแลเรื่องสารอาหารอย่างดีตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์มารดา ถึง 2-3 ขวบปีแรก ได้แก่ โปรตีน เหล็ก วิตามิน โฟเลท ไอโอดีน กรดไขมันจำเป็น เช่น DHA วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็น ซึ่งทั้งหมดนี้มีครบถ้วนอยู่ในน้ำนมมารดา การขาดสารตัวใดตัวหนึ่งไป อาจทำให้การพัฒนาของสมองไม่เป็นไปอย่างเต็มศักยภาพได้ นมที่เพิ่มสารอาหารบางอย่างจึงอาจเหมาะสำหรับกลุ่มเด็กที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยนมมารดา ส่วนเด็กทารกที่ทานอาหารเสริมตามวัยได้แล้ว เช่น ข้าวบดตับ ข้าวบดไข่แดง ข้าวบดฟักทอง ฯลฯ ก็จะได้สารอาหารเหล่านี้จากอาหารธรรมชาติต่างๆ เช่น DHA ในน้ำมันปลา และไอโอดีน ที่พบได้จากปลาทะเล ไม่ว่าจะเป็นปลาทู ปลาทูน่า ธาตุเหล็ก ในตับ ไข่แดง เป็นต้น พัฒนาการทางสมองของเด็กจะฉลาดหรือไม่นั้น หากคิดว่าขึ้นอยู่กับสารอาหารอย่างเดียวคงเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะเด็กจะฉลาดเพียงไรนั้นต้องขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยที่ส่งเสริมกัน ไม่เพียงสมองที่มีความพร้อมเพราะได้รับสารอาหารครบเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยภายนอก ได้แก่ สิ่งแวดล้อมที่จะเป็นตัวกระตุ้น เช่น ความรักจากพ่อแม่ เด็กจะฉลาดได้นั้นอยู่ที่การได้พูดคุย ซักถามและได้รับการตอบสนอง มีกิจกรรมที่ทำให้สมองเด็กได้ฝึกฝนมากขึ้นด้วย

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!