ทำอย่างไรเมื่อร่างกายเลิกผลิตคอลลาเจน? ชะลอวัย สร้างความกระชับ คืนความอ่อนเยาว์

ทำอย่างไรเมื่อร่างกายเลิกผลิตคอลลาเจน? ชะลอวัย สร้างความกระชับ คืนความอ่อนเยาว์

ทำอย่างไรเมื่อร่างกายเลิกผลิตคอลลาเจน? ชะลอวัย สร้างความกระชับ คืนความอ่อนเยาว์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อย่างเข้าสู่วัย 25 ปีเป็นต้นไป ร่างกายของเราจะเริ่มผลิตคอลลาเจนลดลง และจะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวพรรณเริ่มหย่อนคล้อย ไม่กระชับ เกิดริ้วรอย ผมและเล็บไม่แข็งแรง รวมถึงข้อต่อต่างๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพลง 

แม้เราจะไม่สามารถหยุดกระบวนการนี้ได้ แต่เราสามารถชะลอและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนได้ เพื่อคงความอ่อนเยาว์และสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

สัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายเลิกผลิตคอลลาเจน

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีรับมือ มาทำความรู้จักกับสัญญาณที่บ่งบอกว่าคอลลาเจนในร่างกายของเรากำลังลดลง:

  • ผิวพรรณ: ผิวแห้งกร้าน ขาดความยืดหยุ่น เริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ รอยเหี่ยวย่น และความหมองคล้ำ
  • ผมและเล็บ: ผมบางลง แห้งเสีย แตกปลาย เล็บเปราะ หักง่าย
  • ข้อต่อและกระดูก: มีอาการปวดข้อ ข้อติดขัด หรือรู้สึกไม่สบายเวลาเคลื่อนไหว
  • กล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง หรือมีอาการปวดกล้ามเนื้อได้ง่าย

วิธีรับมือเมื่อร่างกายผลิตคอลลาเจนลดลง

แม้ว่าการผลิตคอลลาเจนจะลดลงตามวัย แต่เราสามารถดูแลตัวเองเพื่อชะลอความเสื่อมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ด้วยวิธีเหล่านี้:

1. บำรุงจากภายในด้วยอาหารและวิตามิน

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการบำรุงและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน:

  • โปรตีนคุณภาพดี: ร่างกายต้องการกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบของโปรตีนเพื่อนำไปสร้างคอลลาเจน พบมากในเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา (โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ทูน่า) ไข่ ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากนม
  • วิตามินซี: เป็นสารสำคัญในการสังเคราะห์คอลลาเจน หากขาดวิตามินซี ร่างกายจะไม่สามารถสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พบมากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม ฝรั่ง กีวี มะเขือเทศ และบรอกโคลี
  • สังกะสี (Zinc): แร่ธาตุสำคัญที่ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนและอิลาสติน พบมากในหอยนางรม เมล็ดฟักทอง ถั่วต่างๆ และเนื้อสัตว์
  • ทองแดง (Copper): เป็นโคเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน พบมากในเครื่องในสัตว์ เห็ด เมล็ดงา และถั่ว
  • กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid): ช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผิวและข้อต่อ แม้ไม่ใช่คอลลาเจนโดยตรง แต่ช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการทำงานของคอลลาเจน พบในน้ำซุปกระดูก และสามารถรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมได้
  • สารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยปกป้องคอลลาเจนที่มีอยู่แล้วจากการถูกทำลาย พบในผักผลไม้หลากสี เช่น ผักใบเขียวเข้ม เบอร์รี่ มะเขือเทศ และชาเขียว

2. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายคอลลาเจน

พฤติกรรมบางอย่างสามารถเร่งการสลายตัวของคอลลาเจนได้ ควรหลีกเลี่ยง:

  • แสงแดด: รังสียูวีเป็นศัตรูตัวฉกาจของคอลลาเจน ทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสติน ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ สวมเสื้อผ้าที่ปกป้องผิว และหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดในช่วงกลางวัน
  • น้ำตาลและอาหารแปรรูป: การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะไปจับกับโปรตีน ทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชั่น (Glycation) ซึ่งทำให้คอลลาเจนแข็งตัว เปราะ และสูญเสียความยืดหยุ่น
  • การสูบบุหรี่: สารเคมีในบุหรี่ทำลายคอลลาเจนและลดการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวดูแก่กว่าวัย
  • มลภาวะและอนุมูลอิสระ: ฝุ่นควัน มลพิษ และอนุมูลอิสระจากสิ่งแวดล้อม สามารถทำลายคอลลาเจนได้
  • ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ: ความเครียดสะสมและการอดนอนส่งผลต่อฮอร์โมนและกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ ทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

3. การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและหัตถการทางการแพทย์

  • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมกระตุ้นคอลลาเจน: มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ เรตินอยด์ (Retinoids), วิตามินซี (Vitamin C), เปปไทด์ (Peptides) และ กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid)
  • อาหารเสริมคอลลาเจน: การรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนเปปไทด์ หรือคอลลาเจนไตรเปปไทด์ อาจช่วยเติมเต็มคอลลาเจนที่ขาดไปได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทาน
  • หัตถการทางการแพทย์: สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว อาจพิจารณาหัตถการที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น เลเซอร์, RF (Radiofrequency), Ultherapy, Thermage, หรือการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulators)

4. วิถีชีวิตและสุขนิสัยที่ดี

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้สารอาหารไปหล่อเลี้ยงผิวและเซลล์ต่างๆ ได้ดีขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟู
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับที่มีคุณภาพช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเอง

แม้ร่างกายจะเลิกผลิตคอลลาเจนไปในระดับหนึ่งเมื่อเราอายุมากขึ้น แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายคอลลาเจน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม รวมถึงการมีสุขนิสัยที่ดี จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ยังพอมี และรักษาสมดุลคอลลาเจนในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณมีผิวพรรณที่ดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดี และมีความมั่นใจในทุกช่วงวัย

การเริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนเพื่อสุขภาพและความงามในระยะยาวของคุณเอง 

อ่านเพิ่ม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล