6 เทรนด์ความงามแห่งอนาคตที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมกับ NEXT by Galderma

6 เทรนด์ความงามแห่งอนาคตที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมกับ NEXT by Galderma

6 เทรนด์ความงามแห่งอนาคตที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมกับ NEXT by Galderma
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ความงามที่แท้จริงคือการผสานศาสตร์ ศิลป์ นวัตกรรม และทัศนคติผู้บริโภคเข้าไว้ด้วยกัน กัลเดอร์มา  (Galderma) ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์เสริมความงามระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 45 ปี จึงมุ่งขับเคลื่อนวิทยาการด้านความงามพร้อมเดินหน้าศึกษาวิจัยแนวโน้มตลาด เทรนด์ความงาม และความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกอยู่เสมอ เพื่อรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามที่ตอบทุกเรื่องราวของผิวที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับอุตสาหรรมและผู้บริโภคนำไปสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญ ที่กัลเดอร์มาได้ร่วมมือกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำทั่วโลกสำรวจและรวบรวมอินไซต์ที่นำเสนอ 6 เทรนด์ความงามแห่งอนาคต ซึ่งจะเป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามของโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันภายใต้รายงาน NEXT by Galderma

6 เทรนด์แห่งอนาคตที่จะปฏิวัติวงการความงาม

1.PROACTIVE BEAUTY

ยุคนี้ใครๆ ก็อยากดูดี อ่อนเยาว์ไปนานๆ แต่จะทำอย่างไรให้ผิวสวยออร่าแบบไม่รอให้ริ้วรอยถามหา นำไปสู่การดูแลผิวเชิงป้องกัน เทรนด์นี้เน้น “การป้องกันหรือชะลอริ้วรอย” มากกว่า “การรักษาแก้ไข” ด้วยวิธีการเหล่านี้

  • ดูแลตัวเองตั้งแต่ที่บ้าน: เริ่มต้นป้องกันผิวด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดด สกินแคร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระรวมไปถึงการเลือกใช้เวชสำอาง
  • สวยแบบค่อยเป็น ค่อยไป : หลายๆ คนหันมาสนใจโปรแกรมเสริมความงามเสริมจากการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นการดูแลผิวที่เจ็บตัวน้อยลง หรือที่เรียกว่า Tweakments” เพื่อให้ผิวดูดี มีความเป็นธรรมชาติ
  • คอลลาเจน กุญแจลับผิวอ่อนเยาว์ : หลายคนทราบแล้วว่าคอลลาเจนช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย จึงหันมาสนใจ "Biostimulator" หรือโปรแกรมกลุ่มที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนตามกระบวนการทางธรรมชาติของตัวเอง เพื่อฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพไปตามวัยที่เพิ่มขึ้น
  • ดูแลผิวทุกช่วงวัย : คนรุ่นใหม่ใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น และพร้อมที่จะลงทุนกับความงามตั้งแต่อายุยังน้อย มีการวางแผนดูแลผิวตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่รอให้ผิวมีปัญหาแล้วค่อยมาแก้ไข

2. MINDFUL AESTHETICS

ปัจจุบันความสวยงามจากภายนอกอย่างเดียวไม่เพียงพอ ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความเป็นธรรมชาติมากขึ้นโดยใส่ใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากพืช ไร้สารแต่งเติม และไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมองหาการดูแลความงามที่ให้ผลลัพธ์ที่มีความเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ผิวสวยและสุขภาพดี เช่นการดูแลผิวด้วยโปรแกรมกลุ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

3. FAST AESTHETICS

 เทรนด์ความงามตามกระแสเป็นที่น่าจับตามอง โดยกลุ่มเจน Z และมิลเลนเนียลที่สนใจความงามมักใช้โซเชียลมีเดียติดตามดารา หรือคนดังเพื่ออัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งเหล่าคนดัง และโซเชียลมีเดียเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดเทรนด์ความงามใหม่ๆ จนกลายเป็นไวรัล บางกระแสกลายเป็น “Must-have” เพียงชั่วข้ามคืน แต่เทรนด์เหล่านี้อาจเสื่อมความนิยมไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน อาทิ เทรนด์ริมฝีปากสไตล์รัสเซีย (Russian Lips) ดวงตาแบบ Fox Eyes และการศัลยกรรมเสริมบั้นท้ายสไตล์บราซิลเลียน แม้การตามกระแสเทรนด์ฮิตจะสะท้อนถึงการมองหาความแปลกใหม่ของผู้บริโภค แต่ยังถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการให้บริการด้านความงาม โดยแพทย์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอันดับแรก ไม่ใช่แค่การตอบสนองความต้องการที่จะสวยตามกระแส

4. BEAUTY FANDOM

ความงามไม่ได้จำกัดอยู่แค่ลุคทั่วไป แต่ยังมีความงามแบบเฉพาะกลุ่มได้รับอิทธิพลมาจากความหลงใหลในตัวศิลปิน เซเลบริตี้ ไอคอนทางวัฒนธรรม อนิเมะ รวมถึงได้แรงบันดาลใจจากฟิลเตอร์และโลกดิจิทัล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมือนไอคอนที่ชื่นชอบ เช่น การปรับลุคตามแฟชั่น Barbiecore หรือ Fairycore การศัลยกรรมใบหูให้ดูเหมือนเอลฟ์ (Fairy Ear Surgery) และการศัลยกรรมแปลงโฉมเพื่อให้มีดวงตาขนาดใหญ่และ "ใบหน้าแบน" แบบ 2 มิติ อย่างไรก็ตามการดูแลความงามตามเทรนด์นี้ยังเป็นประเด็นละเอียดอ่อน และถกเถียงกันถึงขอบเขตที่เหมาะสมและจริยธรรมในการให้บริการด้านความงาม

5. EXPRESSIONALITY

ไม่มีคำว่า “สวยแบบเดียว” อีกต่อไป เพราะปัจจุบันเป็นยุคที่ส่งเสริมให้ทุกคนแสดงอัตลักษณ์ความเป็นตัวเองผ่านแฟชั่น ทรงผม การแต่งหน้า และการเสริมความงามที่เปิดกว้าง ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเรื่องเพศ วัฒนธรรม หรือค่านิยมดั้งเดิม  ซึ่งจะเห็นว่า ผู้ชายสนใจเวชศาสตร์ความงามมากขึ้น  ส่วนผู้หญิงก็กล้าที่จะฉีกกรอบความงามที่ไม่ยึดติดกับมาตรฐานเดิมๆ ที่สำคัญหลายคนมองหาความงามในแบบที่เหมาะกับตัวเอง โดย 8 ใน 10 ของกลุ่มเจน Z และมิลเลนเนียล เชื่อว่านิยามความงามคือ “การเป็นตัวของตัวเอง”

6. CANCELLING AGE

อายุเพิ่มขึ้นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป เพราะอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณค่าและความงาม ในยุคนี้ผู้บริโภคไม่ต้องการที่จะมีผิวที่เต่งตึงและเด็กลง แต่ต้องการคงสภาพผิวหน้า และองค์รวมให้ดูสุขภาพดี กระชับ มีความเป็นธรรมชาติ เหมาะกับแต่ละช่วงวัย โดยผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองในการดูแลผิวที่เน้นเฉพาะจุดไปสู่การดูแลผิวแบบครอบคลุม ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวระยะยาว และสนใจการทำหัตการเสริม ความงามที่ช่วยทำให้ผิวแข็งแรงจากภายใน เช่น การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

6 เทรนด์เหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนถึงทิศทางอุตสาหกรรมความงามในอนาคต แต่ยังเผยให้เห็นถึงทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อความงามในแง่มุมต่างๆ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงความงามสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามให้เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด

 

*ผลลัพธ์และระยะเวลาที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และเทคนิคของแพทย์ผู้ดูแลผิวพรรณและความงาม

#NEXTbyGalderma
#Galderma
#AestheticsByGaldermaThailand

 

[Advertorial]

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล