Women to Women : "แพท วงเคลียร์" เมื่อบทบาท "แม่" พาไปค้นพบหัวใจตัวเองที่กว้างกว่าเดิม

เนื่องในวันสตรีสากลซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี Sanook Women ชวนคุณแม่ป้ายแดงพูดคุยกันสั้นๆ เกี่ยวกับแพทในเวอร์ชั่น "แม่" อีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่ผู้หญิงหลายคนบอกว่าเป็นบทบาทที่ยิ่งใหญ่ และการเดินทางผ่านเส้นทางนี้ สำหรับผู้หญิงบางคนก็บอกว่ามันเป็นขั้นสูงสุดของการเป็น "ผู้หญิง"
การเป็นแม่ ไม่ใช่แค่บทบาท แต่เป็นการเดินทางของการค้นพบตัวเองอีกครั้ง ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยความรัก ความผูกพัน และการเติบโต เมื่อ "แพท วงเคลียร์" หรือ "รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย" รับบทบาทคุณแม่ครั้งแรกในชีวิต ชีวิตก็ปรับเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่การดูแลเลี้ยงดูลูกเท่านั้น แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเองในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และค้นพบคุณค่า ความหมายของชีวิตที่ยิ่งใหญ่

การรับบทบาทคุณแม่น้องเรอารฎา แตกต่างจากแพท วงเคลียร์คนเดิมอย่างไร
ตอนท้องเขาสอนให้เราดูแลตัวเองดีขึ้น เพราะเรามีชีวิตอีก 1 ชีวิตอยู่ในท้อง เมื่อก่อนจะเสี่ยงเยอะ หรือทำงานหนัก อดหลับอดนอนได้ ใช้ชีวิตแบบไปให้ถึงที่สุด แต่ตอนท้องกลายเป็นว่าเราเริ่มรู้แล้วว่าชีวิตของเราควรจะมีลิมิต เพราะเราต้องดูแลชีวิตอีก 1 ชีวิต
ส่วนตอนเริ่มเป็นแม่ ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่เคยรู้ว่าหัวใจของเรามันขยายออกไปได้ขนาดนี้ และเราสามารถที่จะเหนื่อย อดหลับอดนอนเพื่อคนๆ นึงได้ เราไม่เคยคิดว่าเราจะอ่อนโยน เราไม่เคยคิดว่าเราจะทำได้เพราะเราก็เป็นผู้หญิงห้าวๆ แต่ลูกทำให้เราอ่อนโยนขึ้น และทำให้เราเข้าใจและเห็นความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อื่น แล้วเราอยากจะเป็นคนที่ช่วยให้เขาแฮปปี้ คิดอะไรละเอียดขึ้นในเรื่องความรู้สึกของคนอื่น เพราะการที่เราฝึกการละเอียดกับตัวเองในช่วงท้องมา ทำให้เราละเอียดกับคนอื่นด้วย
สมมุติว่าเราอยากจะพูดเรื่องนึงกับแฟน อยากให้เขาช่วยเราตั้งแต่ท้อง คลอด เลี้ยง เราจะคิดเยอะขึ้นว่าจะพูดด้วยวิธีไหน เมื่อก่อนจะเป็นคนที่พูดตรงๆ หรือพูดกับแม่ตัวเองจะพูดอย่างไรให้คุณแม่ช่วยเราเลี้ยง แต่ถ้ามีบางอย่างที่เราอยากให้คุณแม่ทำเราจะพูดอย่างไร ตอนนี้แพทว่าแพทอ่อนโยนขึ้น หรือแม้แต่คุณแม่สามีมันก็ต้องมีวิธีที่จะพูดกับเขา กลายเป็นว่ามันก็ติดไปใช้กับที่วง เราเป็นคนตรงๆ แบบเดิม แต่เราอ่อนโยนในความเป็นคนตรงๆ ของเราได้
นอกจากนี้ตอนจะคลอดมันเจ็บมาก นึกว่าจะตายไปแล้ว ตอนนั้นมันเจ็บมาก ตอนลมเบ่งครั้งสุดท้ายที่เขาจะคลอดตอนนั้นคิดเลยว่าถ้าเราตายลูกจะรอด มันดับไปหมดเลย ตามันมืด หูดับไม่ได้ยิน ตอนเบ่งครั้งสุดท้ายว่าเป็นลมสุดท้ายแล้ว ถ้าเราไม่รอดก็ให้เขาผ่าเอาลูกออก คิดแบบนั้นจริงๆ แล้วลมสุดท้ายก็ได้ยินเสียงหมอพูดว่าคลอด แล้วก็เห็นเด็กมาอยู่ข้างหน้า มันเหมือนประสบการณ์วันนั้นบอกกับเราว่าถ้ามันจบมันจบจริงๆ แล้วต่อให้ห้องคลอดสวยงามยังไงก็ตาม มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย นอกจากความอบอุ่นและความรักที่เรามีต่อกัน ลมหายใจที่เรายังมีต่อกัน คนข้างๆ ยังหายใจอยู่
พอมันผ่านจุดนั้นมาแล้ว มันทำให้เราคิดว่าไม่มีอะไรที่น่ากังวล มันเหมือนคนผ่านประสบการณ์ใกล้ตาย มันเลยรู้สึกว่าสิ่งภายนอกทั้งหลายมันไมได้สำคัญ เงิน ชื่อเสียง หรืออะไรก็ตาม ถ้าตายก็จบโมเมนต์นั้นมันทำให้เราคิดแบบนั้นจริงๆ ดังนั้นไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสัมพันธ์ ถ้าเราดีกับคนรอบข้าง เจอกันแล้วเดี๋ยวเราก็แยกจากกัน ดังนั้นจากกันด้วยความแฮปปี้มันดีกว่า มันเหมือนกับว่าเรื่องนั้นมันกลับมาเติมความคิดเราว่าเราจะทำให้ทุกโมเมนต์ที่เราเจอกับใครสักคนแล้วมันโอเค เพราะถ้าตายมันจบจริงๆ
คุณได้เรียนรู้อะไรจาก "ลูก" บ้างในฐานะเป็นคุณแม่

แรกๆ เขาสอนความบริสุทธิ์กับเรา เขาตรงไปตรงมากับเรา ทุกอย่างมันตรงไปตรงมามาก เรียบง่ายมาก และความเรียบง่ายนั้นมันสวยงามมาก อีกเรื่องคือความอดทน เขาฝึกความอดทนของเรา รู้สึกว่าที่เราฝึกมาทั้งทางจิต ภาวนามาได้ใช้กับเขาค่อนข้างเยอะเพราะว่า อย่างสามีแพทเวลาลูกร้อง เขาจะเริ่มไม่ไหว แต่ว่าแพทเอาวิชามาใช้หมดเลย จึงรู้สึกว่าเขาสอนตรงนี้กับเราเยอะ
อีกเรื่องคือเขาเปลี่ยนแปลงทุกวัน แค่เดือนเดียวจากวันแรกย้อนกลับไปดู เขาจะไม่ตัวเล็กเท่านั้นอีกแล้ว ดังนั้นเวลาที่แพทเหนื่อย อดนอน แพทก็จะกลับไปย้อนคิดว่าเขาจะไม่มีวันตัวเท่านี้ เราควรจะดื่มด่ำโมเมนต์ทุกโมเมนต์ เพราะรู้ตัวอีกทีเขาอาจจะเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว
- "แพท วง Klear" แชร์ประสบการณ์ คลอดลูกโดยวิธีธรรมชาติ ไม่บล็อคหลัง
- "แพท วง KLEAR" คลอดลูกสาวชื่อเพราะมาก ของขวัญปีใหม่แสนพิเศษของครอบครัว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
