ทากันแดด 2 ข้อนิ้วดีจริงหรือ จะทากันแดดอย่างไร ไม่ให้วอก และให้ได้ผลที่สุด!

ทากันแดด 2 ข้อนิ้วดีจริงหรือ จะทากันแดดอย่างไร ไม่ให้วอก และให้ได้ผลที่สุด!

ทากันแดด 2 ข้อนิ้วดีจริงหรือ จะทากันแดดอย่างไร ไม่ให้วอก และให้ได้ผลที่สุด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขคำตอบ ทากันแดด 2 ข้อนิ้วดีจริงหรือ หนาไป หรือน้อยไปหรือไม่ จะทาอย่างไร ไม่ให้หน้าวอก หน้าลอย และได้ผลที่สุดตามมาหาข้อมูลกัน

ทากันแดด 2 ข้อนิ้วดีจริงหรือ?

ทากันแดด 2 ข้อนิ้วดีจริง เพราะเป็นปริมาณที่เพียงพอในการปกป้องผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไป ปริมาณครีมกันแดดสำหรับทาหน้าที่เหมาะสม คือ บีบครีมให้ยาวประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ แต่หากเป็นกันแดดชนิดกันน้ำหรือโลชั่นควรบีบประมาณ 1-2 เหรียญสิบ

การทาครีมกันแดดในปริมาณที่น้อยเกินไป จะไม่สามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผิวเกิดปัญหาต่างๆ เช่น ผิวไหม้แดด ฝ้า กระ จุดด่างดำ และมะเร็งผิวหนัง

นอกจากนี้ การทาครีมกันแดดในปริมาณที่น้อยเกินไป อาจทำให้ครีมกันแดดไม่เกาะติดผิว ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวลดลง

ดังนั้น การทากันแดด 2 ข้อนิ้วจึงเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกในการทาครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ ช่วยให้ปกป้องผิวจากรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ


เคล็ดลับการทากันแดด 2 ข้อนิ้ว

  • บีบครีมกันแดดให้เต็มนิ้วชี้และนิ้วกลาง
  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วใบหน้าและลำคอ
  • ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นหากมีเหงื่อออกหรือว่ายน้ำ

การทากันแดด 2 ข้อนิ้วเป็นเพียงวิธีง่ายๆ ในการปกป้องผิวจากรังสียูวี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวสวยสุขภาพดีอยู่เสมอ

 
ทากันแดด 2 ข้อนิ้วอย่างไร ไม่ให้หน้าวอก หน้าลอย
การทากันแดด 2 ข้อนิ้วอาจทำให้หน้าวอก หน้าลอยได้ เนื่องจากครีมกันแดดบางยี่ห้อมีส่วนผสมของสารที่ช่วยสะท้อนแสงแดด ทำให้ผิวดูขาวขึ้น แต่หากทามากเกินไป อาจทำให้หน้าดูวอก หน้าลอยได้


วิธีทากันแดด 2 ข้อนิ้วให้หน้าปัง

  • เลือกครีมกันแดดที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา จะช่วยให้เกลี่ยง่ายและไม่เป็นคราบ

  • ทาครีมกันแดดให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ไม่ควรทาแค่บริเวณที่โดนแดดโดยตรง

  • เกลี่ยครีมกันแดดให้ทั่วและสม่ำเสมอ โดยใช้นิ้วมือหรือพัฟทาครีมกันแดด

  • รอให้ครีมกันแดดซึมซาบสู่ผิวก่อนแต่งหน้า


วิธีเกลี่ยครีมกันแดดให้ไม่เป็นคราบ

  • ทาครีมกันแดดในปริมาณที่พอเหมาะ

  • เกลี่ยครีมกันแดดจากบริเวณกึ่งกลางใบหน้าออกด้านข้าง

  • เกลี่ยครีมกันแดดบริเวณลำคอให้ต่อเนื่องกับบริเวณใบหน้า

  • เกลี่ยครีมกันแดดบริเวณหู จมูก และริมฝีปาก

  • รอให้ครีมกันแดดซึมซาบสู่ผิวก่อนแต่งหน้า

 
วิธีทาครีมกันแดดให้ปกป้องดีที่สุด 

  1. เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor หมายถึง ค่าความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวไหม้แดด โดยทั่วไป ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 จะปกป้องผิวได้ประมาณ 97% ของรังสี UVB

  2. ทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอย่างน้อย 15-30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดมีเวลาซึมซาบสู่ผิวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  3. ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ ปริมาณครีมกันแดดสำหรับทาหน้าที่เหมาะสม คือ บีบครีมให้ยาวประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ แต่หากเป็นกันแดดชนิดกันน้ำหรือโลชั่นควรบีบประมาณ 1-2 เหรียญสิบ

  4. ทาครีมกันแดดให้ทั่วผิว ไม่ควรลืมทาบริเวณหู จมูก ริมฝีปาก คอ และหลังมือ

  5. ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านั้นหากมีเหงื่อออกหรือว่ายน้ำ


เคล็ดลับการทาครีมกันแดดให้มีประสิทธิภาพ

  • ทาครีมกันแดดก่อนแต่งหน้า จะช่วยให้แต่งหน้าติดทนนานขึ้น

  • เลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารกันน้ำและกันเหงื่อ หากต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้น

  • หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ถึงแม้จะใช้ครีมกันแดดแล้วก็ตาม

การทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีและลดความเสี่ยงของปัญหาผิวต่างๆ


ประโยชน์ของการทาครีมกันแดด

  • ปกป้องผิวจากรังสียูวี ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาผิวต่างๆ เช่น ผิวไหม้แดด ฝ้า กระ จุดด่างดำ และมะเร็งผิวหนัง
  • ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี
  • ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ เช่น ฝุ่นละออง ควันพิษ และสารเคมี
  • ช่วยปกป้องผิวจากรอยแดงและรอยดำ ที่เกิดจากแสงแดด
  • ช่วยปกป้องผิวจากอาการแพ้แสงแดด


การทาครีมกันแดดเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีและลดความเสี่ยงของปัญหาผิวต่างๆ ดังนั้น จึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ถึงแม้ในวันที่อากาศไม่ร้อนหรือมีเมฆฝนก็ตาม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook