กาละแมร์ พัชรศรี: ชีวิตหลังมี คสช.

กาละแมร์ พัชรศรี: ชีวิตหลังมี คสช.
นสพ.มติชน

สนับสนุนเนื้อหา

twitter :@kalamare
ชายตาหาข้าวเปลือก มติชนสุดสัปดาห์ 30 พฤษภาคม - 5 มิถุนายน 2557

เมืองไทยน่าเป็นประเทศที่ชิลที่สุดเมื่อมีการรัฐประหารหรือมีทหารเข้าควบคุมอำนาจ!

อยากจะบอกกับฝรั่งต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าอย่าไปตื่นตระหนกตกใจอะไรกันมากมาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในเมืองไทย ยังไงเราก็ยังใช้ชีวิตกันแบบสบายๆ ชิลๆ แทบไม่มีอะไรผิดปรกติกับชีวิต

มีวันแรกที่ประกาศเคอร์ฟิวเท่านั้นแหละที่คนรีบแห่กันกลับบ้านจนแน่นรถไฟฟ้าไปหมด(เชื่อไหม เกินครึ่งดีใจที่ได้กลับบ้านเร็ว!) เห็นใบหน้าคนรอต่อคิวขึ้นรถจะกลับบ้านไม่ได้มีความเครียดอะไร ไม่ได้กังวลอะไร สบายๆ ให้กลับเราก็กลับ แวะถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กสักหน่อยว่าเรายังอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้านะ ไม่มีตื่นตระหนกทั้งนั้น

หรือนี่จะเป็นความสบายใจของคนบางส่วนในสังคม ที่รอคอยมานาน ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงสักที มันจะได้จบๆ สักที เอาไงเอากัน รอมานานแล้ว รออีกนิด สบายอยู่แล้ว!

การมาของ คสช. ในยุคนี้ นำมาซึ่งเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่อาจะเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ก็ได้ เพราะมันเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก! ขอรวบรวมไว้ดังนี้...

- พี่สรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวที่ได้ชื่อว่ามีเวลาออกอากาศมากที่สุดอยู่ในขณะนี้ ชายผู้ทำงาน 7 วัน ไม่มีวันหยุดมานานหลายปี มาวันนี้เขาได้หยุดงาน!!! เพราะทีวีทุกช่องไม่มีรายการทีวีใดใดทั้งสิ้น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟดับ เขายังมาทำงานได้ แต่ครั้งนี้ทำได้แค่ตื่นเช้ามาเล่นกับหมาน้อยที่บ้าน (แต่ยังใส่สูทเตรียมพร้อมทำงานอยู่) และมาบันทึกเทปรายการที่สถานีไว้ เผื่อมีรายการ

- น้องแยม ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ก็ไม่ได้ออกอากาศแต่ยังต้องไปเฝ้าทำข่าว อยู่ในที่จริงกับแหล่งข่าว ไม่รายงานก็ไม่ได้ เพราะจิตวิญญาณของนักข่าวก็อยากรายงาน เธอจึงรายงานผ่านคลิป 15 วินาทีทางอินสตาแกรม รถใครมาใครไปเธอรายงานหมด แม้แต่พักกินขนมปังเย็นเธอก็รายงาน

- เราได้ฟังเพลงปลุกใจอย่างเพลิดเพลิน ระหว่างเปิดรอคำประกาศจาก คสช. ฟังไปฟังมาก็ติดหูและเริ่มมีคนเอาเนื้อร้อง ประวัติของเพลงปลุกใจมาโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

- ทำให้เราได้หยุดพักการดูทีวีบ้าง ยิ่งตอนนี้มีทีวีดิจิตอล มันเยอะไปหมด เลือกดูไม่ถูก ถึงเวลาได้พักบ้างก็ดีเหมือนกัน

- คนดูได้พัก คนทำงานยิ่งได้พักกันใหญ่ ไม่ต้องส่งเทปรายการ ได้มีเวลาตัดต่อละครเพิ่มขึ้น เลิกถ่ายทำรายการเร็ว ไม่ดึกดื่น 3 ทุ่มต้องเลิกกองแล้ว เพื่อให้กลับก่อน 4 ทุ่มที่ประกาศเคอร์ฟิว

- พอไม่มีทีวีดู คนก็ออกมาเที่ยวนอกบ้านมากขึ้น (เห็นไหมคนไทยยังเที่ยวได้ จับจ่ายได้เสมอ) มีงานจัดที่ไหนก็แห่กันไปตากแอร์ ช็อปปิ้ง ฉันไปงานเกี่ยวกับอาหารมา ทุกคนต้องหิ้วถุงกันพะรุงพะรัง ไม่รู้ว่ากักตุนอาหารไปในตัวรึเปล่า แต่ก็ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนึ่งล่ะ ได้ข่าวว่าวันแรกที่ คสช. ประกาศ เจ้าของสินค้าที่เป็นต่างชาติตกใจปิดบู๊ธรีบกลับเลย แต่พอวันรุ่งขึ้น เข้าใจและปรับตัวได้ก็มาเปิดขายเหมือนเดิม

- ไม่มีทีวีดูยังพออยู่ได้ เพราะยังมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ถ้าตัดล่ะก็ คนชักดิ้นชักงอแน่ๆ ก็เล่นกันเข้าไปสิ ประกอบกับความว่างและจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดของคนไทย ก็มีเวลาทำคลิปนั่นนี่ ภาพประกอบคำพูดล้อเลียน นำพาความสนุกสนานในยามเคร่งเครียดตอนนี้ ทำให้รู้เลยว่าไม่ว่าบ้านเราจะตกอยู่ในสถานการณ์ไหน เราก็ยังมีมุมตลกของเราได้เสมอ

- ครั้งนี้เราได้เห็นทหารหล่อหน้าตาดีมากมาย ทำให้เก้ง กวาง บ่าง ชะนี ต้องมีภารกิจตามหาและถ่ายรูปทหารเหล่านี้มาอวดคนในโซเชี่ยลมีเดียให้ได้

- คนได้กลับบ้านเร็วขึ้น มีเวลาอยู่กับครอบครัว คนที่เรารักมากขึ้น กินเหล้ากันน้อยลง (เอ๊ะ! หรือกินเร็วขึ้น) แต่เชื่อว่าน่าจะใช้เงินน้อยลงและมีเงินเก็บมากขึ้น

- เป็นปรากฏการณ์ที่ร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ต้องปิดร้าน 4 ทุ่ม ทำให้เราได้เห็นภาพพนักงานร้านมายืนรุมกันหน้าร้าน และทำท่างกๆ เงิ่นๆ กับการปิดประตูเหล็กหน้าร้าน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยปิดเลย แล้วมันปิดกันยังไง(วะ)

- ลามไปถึงหมาน้อยหมาใหญ่หน้าร้าน ที่เป็นสัญลักษณ์ของร้านสะดวกซื้อไปแล้ว เพราะเมื่อร้านปิด นั่นหมายถึงความเย็นจากแอร์ในร้าน ถึงมีประตูเปิด-ปิดก็ยังให้ได้ความเย็นออกมาบ้าง แต่คราวนี้ปิดเลย หมาน้อยจะเอาแอร์จากไหน ถึงขั้นไปไม่เป็นเหมือนกัน

- นี่เป็นช่วงของการปล่อยข่าวลือ ข่าวเท็จ ข่าวมั่ว ข่าวนั่งเทียนเยอะมาก แล้วมีการส่งต่อ แชร์กันไปเรื่อยๆ จนไม่รู้อันไหนเชื่อได้ เชื่อไม่ได้

ล่าสุดเจอกับตัว มีการปล่อยรายชื่อผู้ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่ง 1 ในนั้นดันมีชื่อฉันด้วย!!! นำมาซึ่งความตกใจของคนใกล้ตัว ที่ถามไถ่มากันอย่างวุ่นวาย ว่าทำไมในรายชื่อที่มีนักการเมืองหรือญาติพี่น้องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง แล้วดันมีชื่อฉันเข้าไปด้วย

จนผู้ใหญ่ในช่อง 3 เช็กข่าวให้ ปรากฏว่า เป็นความเข้าใจผิด!! คือ มีมือบงการยิง M79 คนหนึ่งใช้ชื่อว่า "กาละแม" พอมีการพิมพ์ชื่อ คนพิมพ์คงเพลิน ก็เขียนไปเลยว่า "พัชรศรี เบญจมาศ (กาละแมร์)" คงคิดว่าพอได้ยินว่า "กาละแม" ก็เขียนชื่อจริง-นามสกุลด้วยความเคยชิน

ขอย้ำว่า ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ประการใด และไม่ได้เป็นบุคคลที่มีรายชื่อห้ามออกนอกประเทศอย่างที่เขียนไว้

ทั้งนี้ ฉันได้เขียนแถลงการณ์จาก ก.ล.ม. ฉบับที่ 1 ไว้ในอินสตาแกรม @kalamare แล้ว ใครข้องใจโปรดไปอ่านซ้ำอีกครั้งหนึ่งได้ค่ะ!

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!