รักษาปาน และลบรอยสักด้วยแสงเลเซอร์

รักษาปาน และลบรอยสักด้วยแสงเลเซอร์
โรงพยาบาลยันฮี

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อก่อนเรามักจะชินกับคำว่า แสงเลเซอร์ ที่ใช้สำหรับรักษาโรคต่าง ๆ ของทางการแพทย์ และในปัจจุบันนี้แสงเลเซอร์มีบทบาทในการเสริมสร้างความงาม กำจัดส่วนเกินที่ไม่ต้องการ ลบรอยแผลเป็น ผิวหน้า ผิวกายของคุณได้ เอาละค่ะ เรามาทำความรู้จักกันในเรื่องของ เลเซอร์ กันหน่อยเป็นไงคะ ปัจจุบันทางการแพทย์ได้นำเลเซอร์เข้ามาใช้เพื่อการรักษาการแพทย์ และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยเฉพาะรักษาโรคมะเร็ง โรคเกี่ยวกับเยื่อบุตา รวมทั้งโรคผิวหนังต่าง ๆ แสงเลเซอร์จึงเป็นเครื่องช่วยในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และเป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษา ทั้งโรคทั่วไปชนิดร้ายแรง จนถึงโรคผิวหนังและเรื่องราวเกี่ยวกับความสวยความงาม เช่น ใช้กำจัดสิ่งที่เกิดขึ้นในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมบนใบหน้า หรือจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ ปาน ไฝ หูด ติ่งเนื้อ กระเนื้อ กระแดด สิวหิน รอยสัก รอยแผลเป็น ริ้วรอยต่าง ๆ ทั้งนี้การใช้แสงเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพควรเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือไม่ถูกประเภทกับลักษณะการรักษา จะก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้ ก่อนที่คุณจะเลือกวิธีการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งเป็นที่นิยมมากวิธีหนึ่ง คุณควรศึกษาชนิดและประเภทของเครื่องเลเซอร์ให้ชัดเจนก่อนนะคะ ดังนั้นในตอนนี้หมอจะแนะนำให้คุณได้รู้จักวิธีการรักษาด้วยแสงเลเซอร์กันค่ะ เลเซอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ 1. เลเซอร์ชนิด NON-SPECIFIC คือ ชนิดที่ไม่จำเพาะกับตัวรับแสง หมายถึง แสงเลเซอร์จะกำจัดหรือทำลายเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการ โดยอาจจะมีการทำลายเนื้อเยื่อทางผ่านของลำแสงได้ 2. เลเซอร์ชนิด SPECIFIC LASER คือ ชนิดจำเพาะกับตัวรับแสง หมายถึง แสงเลเซอร์จะไปกำจัดหรือทำลายเฉพาะเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการโดยเฉพาะ โดยที่เนื้อเยื่อปกติข้างเคียงถูกทำลายน้อยที่สุด เมื่อทราบถึงประเภทของเครื่องเลเซอร์แล้ว ควรจะทราบถึงความหมายของเลเซอร์กันบ้างค่ะ เลเซอร์ (LASER) มาจากคำว่า Light Amplification by Stimulated Emission of Radiation หมายถึง การจัดระเบียบอนุภาคของแสงให้มีพลังงานสูงขึ้น วิ่งตรงยังตำแหน่งที่ต้องการรักษา เครื่องเลเซอร์ปัจจุบัน มีมากมายหลายชนิด ซึ่งมีประสิทธิภาพ และการรักษาที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่นิยมใช้มากที่สุด ได้แก่ 1. เครื่อง CO2 Laser 2. เครื่อง Erbium Yag Laser 3. เครื่อง Q-Switch Ruby Laser 4. เครื่อง ND Yag Laser เครื่อง CO2 Laser เป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพมากค่ะ และเป็นเลเซอร์ชนิดที่ปล่อยคลื่นแสงเฉพาะกับเซลล์ที่มีน้ำอยู่ภายใน แบ่งออกเป็นเลเซอร์หลายประเภทแล้วแต่การใช้งาน เช่น Ultra pulse และ Super pulse วิธีการรักษา คือ จะปล่อยแสงเลเซอร์ลึกใต้ผิวหนังประมาณ 20 - 30 ไมครอน จนถึง 0.1 - 0.2 มิลลิเมตร ต่อการยิง 1 ครั้ง หากยิงเลเซอร์ลึกเกินกว่านั้น ลำแสงจะเข้าไปทำลายเซลล์อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการรักษาด้วยแสงเลเซอร์จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น เครื่อง CO2 Laser สามารถใช้รักษาโรคได้หลายชนิด แต่ส่วนมากแล้วนิยมใช้ในการกำจัดไฝ, หูด, ขี้แมลงวัน, กระเนื้อ ติ่งเนื้อ สิวหิน และต่อมไขมันโต เป็นต้น เครื่อง Erbium Yag Laser คุณสมบัติของเครื่องใกล้เคียงกัน CO2 Laser เป็นคลื่นแสงที่ทำลายเฉพาะบริเวณที่ต้องการแบบตื้น ๆ กับเซลล์ที่มีน้ำ จึงทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าเลเซอร์ทั่วไป และจะเกิดรอยดำและแดงหลังการทำเลเซอร์กับคนที่มีสีผิวคล้ำน้อยกว่าเลเซอร์ตัวอื่น ๆ สำหรับเครื่อง Erbium Yag Laser นิยมใช้ในการกรอผิวหน้าเพื่อลบรอยแผลเป็นจากหลุมสิว, ริ้วรอยใต้คาง, รอบปาก, รอบ, ตา, รอยแผลเป็นบนใบหน้าที่เป็นร่องหลุมให้ตื้นขึ้น เป็นต้น เครื่อง Q Switch Ruby Laser เป็นเลเซอร์ที่สามารถปล่อยพลังสูงในระยะเวลาสั้น จะปล่อยแสงสีแดงออกมา จึงมักเรียกว่า เลเซอร์ทับทิม พลังงานที่เกิดขึ้นถูกดูดซึมโดยเมลานิน (Melanin) เม็ดสีของผิวหนัง และรอยสักสีดำ น้ำเงิน และสีเขียว เครื่อง Q Switch Ruby Laser ใช้รักษาปานดำ ปานโอตะ กระแดด กระลึก ลบรอยคล้ำบริเวณริมฝีปาก ลบรอยสักทั่วไป และลบรอยสักคิ้ว เป็นต้น เครื่อง ND-Yag Laser เป็นเครื่องเลเซอร์ที่ถูกออกแบบมาให้มีการทำงานคล้ายกับ Ruby Laser ปล่อยคลื่นแสงออกได้ 2 ความถี่คลื่นแสง คือ 1064 มิลลิเมตร และ 532 มิลลิเมตร เครื่อง ND-Yag Laser จึงใช้ลบรอยสักทั่วไป ทั้งลีน้ำเงิน สีดำ สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีน้ำตาล ลดปัญหาเม็ดสีในผิวหนัง เช่น กระ กระแดด กระลึก ปานดำ และปานโอตะ ได้เช่นเดียวกับ Q Switch Ruby Laser การรักษาด้วยแสงเลเซอร์ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป หากคุณรู้ถึงคุณสมบัติ ประเภทและวิธีการรักษาที่ถูกต้องแล้ว ก่อนทำการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ทุกครั้ง จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เพื่อเลือกใช้เลเซอร์ให้ถูกประเภทกับโรคที่ต้องการรักษา และเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองด้วยค่ะ การรักษา ปานดำ ปานแดง ปานโอตะ ด้วยแสงเลเซอร์ ปาน เป็นความผิดปกติของผิวหนังอย่างหนึ่งที่มักจะปรากฏตั้งแต่เกิดแล้วค่ะ แต่ปานบางชนิดก็อาจจะเพิ่งปรากฏรอยในช่วงวัยเด็ก หรือวัยรุ่นก็ได้ มีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ สามารถเกิดขึ้นทั่วร่างกาย โดยทั่วไปแล้วปานจะขยายขนาดหรือโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ ปานมีด้วยกันหลายชนิด แต่ปานที่พบกันบ่อย ได้แก่ ปานดำ มีลักษณะเป็นผืนราบสีน้ำตาลอ่อน หรือเข้ม ขอบชัดขอบอาจจะเรียบหรือหยักก็ได้ มีขนาดตั้งแต่ 2-20 เซนติเมตร มักพบตั้งแต่แรกเกิด ถ้าพบว่ามีจำนวนมากกว่า 5 - 6 แห่ง ก็อาจมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น ทางระบบประสาท โครงกระดูก เป็นต้นปานดำอีกแบบหนึ่งซึ่งมีสีดำเข้มและมีขน ซึ่งอันที่จริงจัดเป็นไฝชนิดหนึ่ง พบตั้งแต่แรกเกิดเช่นกัน ถ้ามีขนาดใหญ่มากควรไปให้หมอตัดออก เพราะอาจกลายเป็นมะเร็งได้ค่ะ ปานแดง มีลักษณะเป็นปื้นสีแดง เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดในชั้นหนังแท้ มักเป็นตั้งแต่แรกเกิด บางชนิดจะมีสีเข้มขึ้นเป็นแดงเข้มหรือม่วง และหนานูนขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้น อาจพบร่วมกับความผิดปกติอื่นในร่างกายได้เช่นกัน สำหรับคนที่เป็นควรไปหาหมอเพื่อปรึกษา และทำการรักษาต่อไป ปานโอตะ เป็นจุดคล้ายกระ สีน้ำเงินอมเขียวหรือเทา มักพบที่หน้าและจะเป็นเพียงขางเดียว อาจพบจุดรีแบบเดียวกันนี้ในเยื่อขอบตาขาวด้วยก็ได้ ส่วนใหญ่เป็นตั้งแต่แรกเกิด แต่อาจพบในช่วงวัยเด็ก หรือวัยรุ่นก็ได้ ปัจจุบันสามารถรักษาปานได้ด้วยวิธีการค่อนข้างสะดวกและได้ผลค่อนข้างดีก็คือการใช้ LASER รักษาแต่มักจะต้องทำการรักษาหลายครั้ง โดยเลือกใช้ LASER ที่เหมาะกับปานชนิดนั้น ๆ เช่น 1. ใช้ VASCULAR LASER สำหรับเส้นเลือด ในการรักปานแดง 2. ใช้ PIGMENTED LASER ได้แก่ LASER แสงทับทิม หรือ ND YAG LASER สำหรับเม็ดสีในการรักษาปานดำและปานโอตะ ขั้นตอนของการรักษาด้วย LASER นั้นไม่ยุ่งยากมากนัก แถมสะดวกและรวดเร็ว โดยแพทย์จะทายาชาตรงบริเวณปานทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที ก่อนทำ LASER หลังการรักษาไม่ควรให้แผลถูกน้ำประมาณ 24 ชั่วโมง ให้ใช้ยาทาแผล เช้า-เย็น และควรหลีกเลี่ยงแสงแดด กระทั่งแผลหายดี คือ ประมาณ 7 วัน หลังทำการรักษา ก็สามารถทาครีมกันแดดได้ การลบรอยสักด้วยแสงเลเซอร์ หรือสักทับ ในสมัยโบราณ การสักหรือที่เรียกกันว่าสักยันต์ จะลักกันเฉพาะผู้ชาย โดยมีความเชื่อในเรื่องของไสยศาสตร์วิชาอาคมเป็นสำคัญ แต่ในปัจจุบัน การสัก ถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เป็นการสักเพื่อความสวยงามมากกว่าเน้นในเรื่องของไสยศาสตร์เหมือนในอดีต การสักในสมัยนี้จึงเป็นที่นิยมสักกันทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ยิ่งมีดารา นักแสดง นางแบบ นิยมสักเพื่อความสวยงามกันหลายคน จนกลายเป็นแฟชั่นไปอย่างหนึ่ง โดยมากการสักเพื่อความสวยงามมักจะสักในหลาย ๆ จุดเช่น ที่ปาก แก้ม ขอบตา เปลือกตา หัวไหล่ เนินอก แขน ขา ข้อเท้า หรือในที่อื่น ๆ ตามแต่เจ้าของร่างกายต้องการสัก ความสวยงามของรอยสักเป็นแฟชั่นที่ทันสมัยในช่วงวัยหนึ่งแต่พอนาน ๆ ไป รอยสักที่เคยเห็นสวยงามนั้นอาจไม่สวยงามอีกแล้ว บางคนก็อาจจะเบื่อเจ้ารอยสักนั้น หรือบางคนรอยสักนั้นอาจเป็นอุปสรรคในการทำงาน จึงมีความคิดที่อยากจะกำจัดหรือลบรอยสักออกไปให้พ้นหน้าพ้นตาซะที่ แต่จะทำอย่างไรจึงจะไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครปรารถนา เอาล่ะ ถ้าคุณไม่อยากเก็บรอยสักเอาไว้ให้ติดตัวอีกต่อไปแล้วละก็ หมอจะแนะนำวิธีการลบรอยสักให้ค่ะ การลบรอยสัก เป็นวิธีการรักษาหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของผู้ที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขรอยสักเดิม และสามารถลบรอยสักได้จริง แต่การที่จะได้ผล 100% หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสีที่คุณไปสัก ความลึกของการสัก และปฏิกิริยาตอบสนองของผู้ไปสักเอง วิธีลบรอยสักมีด้วยกันหลายวิธี ตั้งแต่ การกรอผิวบางส่วนที่เป็นรอยสักออก การตัดบริเวณที่สักออก หรือ การสักทับ แต่ การใช้เลเซอร์ เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน และปลอดภัย ไม่ติดเชื้อใด ๆ การลบรอยสักมีประโยชน์หลายอย่างต่อผู้ที่ต้องการลบรอยสัก อาทิ 1. เพื่อแก้ไขและเปลี่ยนแปลงรอยสักเดิมที่ไม่ต้องการให้หมดไป 2. เพื่อผิวหนังที่เรียบ สวยงามเกลี้ยงเกลาไร้ร่องรอย 3. เสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ทีนี้หมอจะพาคุณเข้าสู่วิธีการลบรอยสักด้วยแสงเลเซอร์กันเลยนะคะ การลบรอยสักด้วยการใช้แสงเลเซอร์ มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ เลเซอร์ทับทิม (Ruby Laser) และ ND-Yag Laser ซึ่งการที่จะเลือกประเภทของเลเซอร์นั้น จะขึ้นอยู่กับสีที่คุณใช้ในการสัก ความลึกของการสัก รวมทั้งระยะเวลาของการสักว่าสักมานานเท่าไรด้วย การลบรอยสักด้วยเลเซอร์นั้น จะอาศัยพลังงานจากแสงเลเซอร์ที่เข้าไปทำให้เม็ดสีของหมึกที่สักลงไป ซึ่งเป็นโมเลกุลใหญ่ให้แตกตัวกระจายออก แล้วอาศัยกลไกการกำจัดสิ่งแปลกปลอมของร่างกายขจัดเอาเม็ดสีที่แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ นั้นออกไป และทำให้รอยสักจางลงไป โดยการทำเลเซอร์ประมาณ 3-7 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณสี ชนิดของสี และระยะเวลาที่ใช้ทำในแต่ละครั้ง รวมกับขนาดหรือบริเวณพื้นที่ของรอยสัก ถ้าสักรูปเป็นบริเวณเล็ก ๆ อาจใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ต่อครั้ง ถ้าสักเป็นรูปมังกรคาบแก้ว ก็ขอเวลาให้หมอหน่อยก็แล้วกันนะคะ หลังการลบรอยสักด้วยแสงเลเซอร์แล้วแพทย์จะแนะนำให้คุณดูแลตัวเอง ดังนี้ 1. ประมาณ 24 ชั่วโมง หลังทำเลเซอร์ให้แกะพลาสเตอร์ปิดแผลออก และไม่ควรให้บริเวณแผลถูกน้ำเป็นเวลา 2-3 วัน 2. ระหว่างนี้ให้ล้างแผลด้วยนำสะอาด หรือน้ำเกลือล้าง โดยใช้ไม้พันสำลีเช็ดแผลเบา ๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น รอให้แห้งแล้วจึงทายาที่แพทย์สั่ง หลังจาก 24-72 ชั่วโมงไปแล้ว แผลสามารถโดนน้ำได้ตามปกติ และทายาต่อเนื่องไปจนกระทั่งสะเก็ดหลุด 3. ถ้ามีอาการปวดแผล ให้รับประทานยาแก้ปวดครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง 4. กรณีที่แผลมีอาการอักเสบ บวมแดง ให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ และสาเหตุของการอักเสบ 5. แผลจะแห้งตกสะเก็ด และหลุดเองภายใน 1-2 สัปดาห์ คุณไม่ควรแกะสะเก็ดออกเอง 6. ไม่ควรใช้เครื่องสำอาง หรือครีมอื่นใดทาบนแผล จนกว่าสะเก็ดจะหลุดออกหมด หรือแผลหายสนิทแล้ว 7. หลังแผลหายควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และใช้ครีมกันแดดติดต่อกันอย่างน้อย 2-3 เดือน และมารับการตรวจตามแพทย์นัด การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ เป็นการแก้ไขที่ง่ายและสะดวกปลอดภัย ด้วยการทำเพียงไม่กี่ครั้ง รอยสักที่คุณไม่ปรารถนาก็จะจางไป โดยไม่เป็นแผลเป็น หากคุณตัดสินใจที่จะลบรอยสัก หมอแนะนำว่าคุณไม่ควรซื้อน้ำยา เพื่อมาลบรอยสักเองนะคะ เพราะอาจเป็นอันตรายและเกิดแผลเป็นได้ คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการลบรอยสักโดยตรง เพื่อให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!