หลากแง่มุมชีวิตของความเป็นครีเอทีฟ

หลากแง่มุมชีวิตของความเป็นครีเอทีฟ
ChicMinistry

สนับสนุนเนื้อหา

ณ ร้านเค้กแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านพระราม 9 ปรากฏร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ในชุดเสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ ถือสมุดอยู่ในมือ 1 เล่ม ให้ความรู้สึกกึ่งรีแล็กซ์ กึ่งทางการในคราวเดียวกัน หากเดินสวนกันธรรมดา คงยากจะเดาได้ว่า เขาคนนี้เป็นครีเอทีฟหนึ่งในทีมงานที่รับผิดชอบมหกรรมขายรถระดับชาติที่คลาคล่ำไปด้วยพริตตี้ซึ่งถือเป็นสีสันสำคัญภายในงาน หรือที่เราเรียกกันว่า Motor Expo ด้วยลุคส์ที่ค่อนข้างห่างจากครีเอทีฟ อาชีพที่หลายๆคนมองว่ามีความติสท์ในตัวสูง ทำให้วันนี้ R.J จะขอทำความรู้จักกับครีเอทีฟผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานการจัดงาน Motor Expo เสียหน่อย อยากรู้ถึงแง่มุมชีวิต รวมไปถึงแรงบันดาลใจของเขา มาจากที่ไหนอะไร อย่างไรบ้าง เอาล่ะค่ะอย่ารอช้า เราไปทำความรู้จักกับเขาพร้อมๆ กันดีกว่า

หลากแง่มุมชีวิตของความเป็นครีเอทีฟ

นิยามความเป็นตัวตน
“ไม่เคยบอกตัวเองว่าเป็นคนยังไงนะ แต่เพื่อนชอบบอกว่า ดูเป็นคนคิดเยอะ อย่างถ้าจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าผมคิดเป็นหนังสือเลย เอาไปให้เพื่อนดูเลย มีข้อมูลเต็มเลย เป็นคนไม่ซีเรียสนะ แต่ชอบทำอะไรมีแบบแผนมันสนุกครับ ด้วยความที่เป็นคนชอบเอาชนะคนด้วยมั๊ง เลยคิดแผนวิธีที่จะชนะมาก่อนแล้ว”

นิยามคำว่าครีเอทีฟ
“ผมว่าสมัยนี้ใครๆ ก็จะบอกว่าตัวเองเป็นครีเอทีฟ แต่ครีเอทีฟจริงๆแล้วผมว่ามันขึ้นอยู่กับนิสัยส่วนตัวด้วยในการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ปาร์ตี้ต่างๆ ผมว่าความเป็นครีเอทีฟคือคุณต้องรู้ คุณอยากรู้อะไรคุณต้องเข้าไปไม่ใช่คุณไปเปิดเว็บไซต์ หรือไปถามเพื่อน เหมือนคนเล่าให้ฟังว่าร้านนี้อร่อย ถามเพื่อน แต่ไม่กิน คือมันต้องเข้าถึง ผมไม่ใช่ Artist ผมเป็นครีเอทีฟที่ตอบสนองโจทย์ตามลูกค้า ผมขายอ่ะ ผมไม่ใช่นักเพ้อฝัน เอาความเป็นจริงเป็นหลักว่าทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ทำ ผมไม่ใช่ครีเอทีฟในสไตล์ศิลปินที่จะต้องคิดให้มันอลังการ”

หลากแง่มุมชีวิตของความเป็นครีเอทีฟ

ขอบเขต และสิ่งที่ท้าทายในการทำงาน
“ผมอยู่บริษัทที่ชื่อว่า IMC ครับ หรือเรียกง่ายๆว่าสื่อสากล เป็นบริษัทที่เราจะทำงานเกี่ยวกับรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ งานหลักๆของเราจะมีงานทุกปี ชื่อว่างาน Motor Expo เป็นงานขายรถยนต์ระดับชาติ (แล้วก็รวมตัวพริตตี้มากที่สุด) ผมเป็นหนึ่งในทีมงานการจัดงาน Motor Expo ซึ่งความท้าทายของการทำงานจะเป็นเรื่องของคนมากกว่า สิ่งที่หนักใจที่สุดก็คือ เราเป็นเด็กแล้วเราต้องไปสั่งใคร ต้องไปบังคับเขา ซึ่งวิธีแก้ปัญหาของผมก็คือ ผมจะคิดตลอดว่าผมเป็นเด็กนะ ผมก็ทักทาย สวัสดีทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นตำแหน่งอะไร ไม่ว่าเราจะต้องคุมเขาหรือเปล่า หรือว่าเวลาเราเดินไปเราเห็นเขาไม่ทำงาน เราก็จะไม่ได้ตำหนิเขา แต่เราก็จะเดินไปให้เขารู้ว่าเราเดินมานะ เราก็จะบอกเขาว่ามันต้องเสร็จกี่โมง แล้วก็มีอีกอย่างหนึ่งบางทีการกินข้าว ผมก็เข้าใจว่าการอยู่กับคนหมู่มากมันจะถูกแบ่งชนชั้นในการเป็นหัวหน้างาน เป็นช่าง เราก็สามารถเข้าไปกินข้าวกับเขาได้เลย เราไม่จำเป็นต้องแยก ทำให้ลุงๆหรือพี่ๆน้องๆเขารู้สึกใกล้ชิดเรา พอเป็นแบบนี้มันทำให้รู้สึกว่าเขาเต็มที่กับสิ่งที่เราบอกมากขึ้น ดีกว่าเราบังคับเขา ก็ทำอย่างนี้เรื่อยมา ทำให้ทำงานง่ายขึ้นครับ”

วิกฤตของงานที่ทำที่เคยเจอที่คิดว่าหนักที่สุด
“ปีที่ 2 ที่ผมอยู่ น้ำท่วมเมืองทองธานี งานของเราจัดอยู่ตรงกลางของเมืองทอง เราไม่คิดเลยว่าคนจะมางานเรา เพราะว่าน้ำท่วมอยู่รอบ ก็ยังมีคนมางานเรา เราตัดค่าใช้จ่ายให้เข้าฟรี ก็ยังมียอดจองที่สูง แสดงว่าเรื่องรถยนต์สำคัญมาก คนอยากมาดู อยากมาผ่อนคลาย เราไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนั้น”

หลากแง่มุมชีวิตของความเป็นครีเอทีฟ

แผนงานในอนาคต
“ด้วยความที่ชอบดูผู้หญิงแต่งตัว ก็เลยคุยกับเพื่อนว่าเรามาทำอะไรที่เราชอบกันไหม เพื่อนๆจะมีร้านอยู่ที่สวนจตุจักร ตั้งใจว่าจะมีร้านเปิดอยู่ที่สวนจตุจักร ที่ทำเสื้อผ้าผู้หญิงเพราะออกแบบได้หลากหลาย แล้วผู้หญิงควักกระเป๋าง่ายกว่า แล้วผู้หญิงไม่ถามเยอะเท่าผู้ชาย เราพยายามจะให้เขาซื้อแล้วก็ใส่ครั้งสองครั้งเท่านั้นแหละ แล้วที่สนใจจะทำเสื้อผ้าผู้หญิงเพราะเรามีเพื่อนผู้หญิงเยอะ แล้วเรารู้สึกว่าเพื่อนผู้หญิงเราแต่ละคนสวยๆทั้งนั้นเลย แต่งตัวเก่ง ปาร์ตี้ ถ้าทำเสื้อผ้าก็จะเอาเสื้อผ้าไปให้เพื่อนใส่ ด้วยความที่เพื่อนเราเป็นคนสังคม มีคนติดตามในโลกออนไลน์เยอะ เป็นแสน ถ้าใส่อะไรปปุ๊บ...ดัง ขายได้ ต่อให้มันธรรมดามากๆ ถ้าเพื่อนใส่ก็ขายได้ แล้วเสื้อผ้ามันมีจุดเด่นด้วยลาย เรื่องราว และด้วยความรู้สึกที่คนซื้อไปแล้วรู้สึกว่ามีคุณค่า ผมเป็นคนคิดคอนเซ็ปต์ ด้วยความที่เราเป็นครีเอทีฟ เราก็จะพยายามหาเรื่องราวมาใส่กับเสื้อผ้าของเรา เช่นทำกระโปรงลายดอกไม้ ผมก็จะเขียนไปด้วยว่าเป็นลายดอกไท้ยุคไหน ผมเป็นคนชอบทำอะไรมี Story ต้องมีที่มาที่ไป เพื่อนก็เลยชอบ ผมรู้สึกว่าถ้าอ่านแล้วต้องซื้อนะ มันมีคุณค่ามากเลย คอนเซ็ปต์ของร้านอยากทำกางเกงหรือกระโปรงก็ได้ที่ใส่สบายๆ รองรับเสื้อยืดสีขาว ธรรมดาๆ ที่เป็นเสื้อยืดสีขาวเพราะ กระโปรงหรือกางเกงมันจะมีลาย และด้วยความที่เราชอบมองผู้หญิง เราก็จะรู้ว่าเขาควรใส่กับอะไรมากกว่า เราก็จะแนะนำเขา”

แนะนำหนุ่มสาวออฟฟิศที่อยากทำงานอื่นๆควบคู่กับงานประจำ
“ต้องคิดก่อนว่าเราชอบอะไรดูจากงานที่เราทำ แต่เราต้องรักงานที่เราทำด้วยนะ แล้วเราก็ลองลิสมา เขียนเยอะๆเลย เขียนว่าเราชอบอะไร แต่ผมมองว่าการทำงานประจำ ถ้าคุณจะลงไปทำธุรกิจด้วย สิ่งแรกที่จำเป็นที่สุดคือ คุณต้องไม่หิ้วงานกลับมาทำที่บ้าน งานของคุณต้องสามารถจบได้ในวันเดียว ไม่งั้นคุณก็คงแย่”

หลากแง่มุมชีวิตของความเป็นครีเอทีฟ

วิธีสร้างแรงบันดาลใจในแบบฉบับของคุณฌอน
“ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบออกไปไหนมาไหน แรงบันดาลใจของผมก็คือ ผมชอบสังเกตทุกอย่างรอบตัว ผมจะมีความสุขง่ายๆกับเรื่องเล็กๆ เป็นคนยิ้มง่ายให้กับหมาและแมว ผมรู้สึกว่ามันคือแรงบันดาลใจของผม ที่บ้านมีแมวเวลาเราเหนื่อยๆ เราเจอมัน เราก็ยิ้มให้มันไม่รู้เป็นไร อย่างไปเจอหมาที่ไหนเราเห็นมันแล้วก็จะยิ้ม รู้สึกยิ้มไปเอง ผมมีความสุขกับเรื่องเล็กๆอย่างพนักงานเซเว่นยิ้มให้ผมก็มีความสุขแล้วนะ รู้วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง รู้ว่าอะไรทำให้เราทุกข์อะไรทำให้เราสุข เราก็จะไม่เข้าไปที่ความทุกข์ เครียดปุ๊บก็ออกกำลังกาย เจอเพื่อน เล่นบาส เรารู้ว่าความสุขอยู่ที่ไหน เราก็เดินเข้าไปหยิบจับมัน เป็นคนคิดบวก ไม่เคยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร มองความเป็นจริงแล้วก็แก้ไขให้ตรงจุด”

นอกจากจะเป็นครีเอทีฟในเรื่องงานแล้ว คุณฌอนยังสามารถครีเอทมุมมองการใช้ชีวิตได้ดีมากๆ ชิคสเตอร์หลายท่านสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอนค่ะ ส่วนใครที่อยากติดตามคุณฌอนอย่างใกล้ชิดนะคะ สามารถติดตาม Instagram ได้ที่ C_NITIVIT

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!