รวมแบรนด์ดังใน ELLE Fashion Week 2013 Autumn/Winter

รวมแบรนด์ดังใน ELLE Fashion Week 2013 Autumn/Winter

ถือว่าเป็นงานแฟชั่นโชว์คุณภาพระดับสากลที่มีคนจับตามองมากที่สุดอย่าง ELLE Fashion Week 2013 Autumn/Winter ซึ่งนิตยสารแอล ประเทศไทย ร่วมมือกับผู้สนับสนุนได้แก่ Samsung, TRESemmé, Chevrolet, W Bangkok, Bobbi Brown, CPN, PM Center, Stella Artois, Watsons, Pepsi, Fruitare และBangkok Post จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ สแควร์ ด้านหน้าศูนย์การค้า CentralWorld ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นเหมือนทุกๆ ปี

เกร็ดดี้เองก็ได้มีโอกาสไปเดินเฉิดฉายในงานแอลแฟชั่นวีกกับเค้าด้วย บอกเลยว่างานเกร็ดดี้จัดเต็มเสื้อผ้า หน้าผม ยังไงก็ต้องเป๊ะเอาไว้ก่อน ก็แหม!! เป็นงานที่รวบรวมดารา เซเลบริตี้ และคนที่มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นมากมายขนาดนี้ จะให้แต่งตัวเชย บ้านๆ ไปได้อย่างไรล่ะคะ..อิอิ

สำหรับผลงานที่นำมาโชว์ในงาน ELLE Fashion Week 2013 Autumn/Winter นิตยสารแอลประเทศไทยได้รับเกียรติจากทั้งดีไซเนอร์ชั้นนำของเมืองไทยและดีไซเนอร์เลือดใหม่ได้แก่ Playhound, Vatit Itthi, 4X4 Man, Painkiller, Theatre, Tutti, Patinya, Thea By Thara, Tipayaphongpoosanaphong, Something Boudoir, Hook's By Prapakas, Vatanika, Kemissara, Theoddysee, Curated By EkThongprasert, และ Milin โดยที่ทั้ง 14 โชว์ จาก 16 ดีไซเนอร์ไทยล้วนมีผู้เข้าชมเต็มแน่นเต้นท์สีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ของงาน และได้สร้างความประทับใจพร้อมเรียกเสียงปรบมือกึกก้องจากทุกคน

Playhound
บัณฑิต รัศมีโรจน์, วราภรณ์ เหมรัตน, อรวิมล เสนีวงศ์ ณ อยุธยา, จิตต์สิงห์ สมบุญ (Head of Designers) และสขิลา วัฒนศรี

"คอลเล็กชั่นนี้เราได้ไอเดียมาจากยุคเฟื่องฟูของวงการโทรทัศน์ ซึ่งนั่นก็คือยุค '90s เราได้หยิบเอากราฟิกลูกเล่นอย่างลายการ์ตูน Dogma ที่วาดล้อตัวการ์ตูนจากรายการ MTV ลาย Bad Signal หรือเทคนิค Lenticular ที่อยู่บนไม้บรรทัดที่เราใช้ตอนเด็กมาใช้เป็นการจับพลีตหรือเป็นลายพิมพ์ของคอลเล็กชั่น"
"ในส่วนของโชว์นั้นเราไม่ได้อยากทำเอง แต่เราอาศัยมุมมองของคนอื่น ให้คนอื่นมาตีความคอลเล็กชั่นและทำโชว์ให้เรา ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘Playhound TV' นี้คนที่มาดูโชว์จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของการชมโทรทัศน์ในยุคก่อน ต่างจากปัจจุบันที่คนเราชอบดูผ่านมือถือ ผ่านแท็บเล็ต จนทำให้บรรยากาศการใช้เวลาของครอบครัวแบบพ่อ แม่ ลูกขาดหายไป หลังจากที่ Playhound อายุครบ 10 ปี มันจึงเหมือนก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ที่เราดูโตขึ้น มีความสุขุมมากขึ้น เมื่อก่อนเราอาจจะชอบอะไรที่ดูดิบๆ มันๆ สนุกๆ แต่คราวนี้อยากให้คนรู้สึกว่าเรามีพัฒนาการของตัวเองโดยที่ยังไม่ละทิ้งความเป็นตัวของตัวเอง เราได้ยกระดับตัวเองขึ้นมาอีกสเต็ปหนึ่ง มีความกลมกล่อมในตัวเองมากยิ่งขึ้น"


Vatit Itthi
วทิต วิรัชพันธุ์ และอิทธิ เมทะนี

"ปกติโชว์ปีละครั้งของเราจะทำชุดแต่งงานและชุดกลางคืนที่มาจากแรงบันดาลใจต่างกันควบคู่กันไป แต่คราวนี้เราเน้นไปที่ชุดกลางคืนในสเกลที่จริงจัง โดยรายละเอียดการสร้างงานจะอยู่ในระดับเดียวกับการทำชุดแต่งงาน ทั้งนี้เพื่อให้เห็นว่าเป็นการสร้างงานที่เราถนัดอย่างแท้จริง
"เวลาที่แต่ละคอลเล็กชั่นออกมาคอนเซ็ปต์ของโชว์จะตามมาเอง ที่ผ่านมาเรานำดนตรีบรรเลงแนวคลาสสิกมาใช้บ้าง ใช้เพลงที่มีเสียงร้องบ้าง คราวนี้ต้องคอยดูกันว่าจะออกมาเป็นรูปแบบไหน เราต้องการนำเสนอคอลเล็กชั่นที่อัดแน่นและนำเสนอไอเดียหลักได้อย่างชัดเจน แต่ละลุคที่ถูกใช้จะบอกเล่าเรื่องราวของตัวมันเอง อยากให้เข้าใจว่าเราไม่ได้ต้องการขยายจนเป็นคอลเล็กชั่นใหญ่ที่ใช้วิธีเพิ่มลุคใหม่จากลุคที่ใกล้เคียงกัน"

Milin
มิลิน ยุวจรัสกุล, ภุชงค์ นิลรัตนะ และเกื้อบุญ ชวนบุญ

"ครั้งนี้เป็นคอลเล็กชั่นที่ 10 แล้วของ Milin เราจึงอยากให้สาว Milin ค่อนข้างโมเดิร์น พร้อมกับทุกสถานการณ์ เราจึงอยากสร้างความแตกต่างโดยคิดขึ้นว่าหากสาว Milin ไป auction house แล้วจะแต่งตัวอย่างไร จึงออกมาเป็นเสื้อผ้าแต่ละชุดด้วยเทคนิค ด้วยสี ด้วยชนิดของผ้าที่แสดงออกถึงความท้าทาย ฉีกรูปแบบไปจากที่ผ่านๆมา มีการจับเอากลิ่นอายของยุคเรอเนซองซ์และศิลปะแบบคอนเทมโพรารีที่เน้นความเป็นแอ็บสแทร็กต์มาผสมผสานกัน มาทวิสต์ให้สนุกมากขึ้นด้วยสีสันและรายละเอียดของลายพิมพ์ นอกจากนี้เรายังใช้วิธีขึ้นหุ่นหรือมูราจทุกชุด ด้วยน้ำหนักผ้า แพตเทิร์นของผ้า ทำอย่างไรให้เวลาที่สวมใส่แล้วเดินแล้วเสื้อผ้าพลิ้วไหวสวยงามรับกับเรือนร่างพอดี
"เมื่อต้องทำโชว์ในงานแอลแฟชั่นวีก เราได้ออกแบบชุดใหม่สำหรับโชว์โดยเฉพาะเพิ่มขึ้นมาด้วย แต่สิ่งที่ยากอยู่คือจะทำอย่างไรให้ชุดที่คนเคยเห็นแล้ว วางจำหน่ายไปแล้วมีความน่าสนใจมากขึ้น ผ่านแสง สี และเสียงแบบ 360 องศา และแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 4 แล้วกับงานแอลแฟชั่นวีก เราก็ยังอยากให้มีเซอร์ไพรส์ แต่ครั้งนี้จะแตกต่างออกไปในรูปแบบใดต้องติดตามดู"

Vatanika
วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

"จากหนังสือ Drawn from Paradise ซึ่งรวมภาพสเกตช์ของ Bird of Paradise ต่อด้วยการติดตามผลงานของช่างภาพนามว่าทิม ลาแมนที่เคยทำโปรเจ็กต์ถ่ายภาพเกี่ยวกับนกชนิดนี้ จึงเกิดเป็นความสนใจเริ่มรีเสิร์ชเพิ่มแล้วคิดว่ามันน่าจะต่อยอดจนเป็นคอลเล็กชั่นได้ นกชนิดนี้บางสายพันธุ์สามารถเต้นระบำเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม มีการนำขนนกชนิดนี้มาใช้ตกแต่งในบางชนเผ่า รวมไปถึงถ้าสืบค้นให้ลึกไปถึงในช่วงศตวรรษที่ 18 เหล่าสตรีในสังคมชั้นสูงยังนำขนนกชนิดนี้มาใช้ตกแต่งเป็นเฮดพีซ เราจึงได้พยายามพัฒนาเป็นลายพิมพ์และเท็กซ์เจอร์ที่น่าสนใจประจำคอลเล็กชั่น
"สำหรับโชว์ครั้งนี้เราอยากให้ Vatanika มีความเป็นเรดี้ทูแวร์ที่ชัดเจนขึ้นเพื่อให้แตกต่างจาก Vatanika Atelier ไลน์เสื้อผ้าซึ่งเน้นไปที่งานฝีมือสุดประณีตล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดกระโปรงยาวหรือชุดแต่งงาน คนที่มาดูโชว์จะได้เห็นถึงความเป็นแบรนด์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ยังอยากให้ผู้หญิงรู้สึกว่ามีเชปเหมือนเดิม ชอบให้ดูมีทรวดทรง เอวคอด มีสะโพก มีหน้าอก และจะเห็นได้ว่ามีเสื้อตัวหลวม ชุดตัวหลวมที่เมื่อใส่แล้วยังดูมีซิลูเอตให้เลือกใช้เช่นกัน"

ขอบคุณภาพประกอบจาก thaicatwalk.com/

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!