Min Pechaya Wallpaper : Proud To Be Me

Min Pechaya Wallpaper : Proud To Be Me
นิตยสาร Slimming

สนับสนุนเนื้อหา

Pround To Be Me โดย พีชญา วัฒนามนตรี

มาขึ้นปก Slimming อีกครั้ง สำหรับนางเอกสาว "มิน พีชญา วัฒนามนตรี" ที่นับวันดีกรีความสวยสะพรั่งของเธอจะเพิ่มขึ้นไม่หยุด ล่าสุดกำลังมีผลงานให้หลายคนติดตามกันอีกเพียบ ทั้งพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ถ่ายแบบนิตยสาร และผลงานละครเรื่องใหม่ "ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ" ที่มาประกบคู่ครั้งแรกกับพระเอกมาดเซอร์อย่าง "เป้-อารักษ์" งานนี้ใครๆ ต่างลุ้นให้รักกันนอกจอซะงั้น แต่สาวมินฝากมาบอกว่าให้จิ้นกันแค่ในจอก็พอ แต่ต้องขอพอร์ชก่อน...เอ๊ะยังไง? ยังไงแฟนละครของเธอจะได้ชมเร็วๆ นี้แล้ว เมื่อสาวมินออดอ้อนมาซะขนาดนี้ เห็นทีต้องไปอัพเดทผลงานและข่าวคราวของเธอมาฝากกันแล้วล่ะค่ะ

อย่าทำแต่งาน จนลืมใช้ชีวิต
"มินอยู่ในวงการมาสักพักแล้ว ตอนนี้เริ่มชิน พอเริ่มปรับตัวได้ ก็เริ่มสนุก มีความสุขกับงาน มินรู้สึกว่าถ้าเรารู้จักใช้ชีวิตและแบ่งขอบเขตให้ชัดเจน เราจะไม่เสียเวลา บางคนอาจคิดว่าเข้ามาอยู่ตรงนี้แล้วควรทำแต่งาน เราก็เคยเป็นแบบนั้น มินเคยทำแต่งาน จนลืมใช้ชีวิตตัวเอง ไม่สนใจอะไร ไม่เจอเพื่อน ไม่ได้ออกกำลังกาย ช่วงนั้นรู้สึกว่าชีวิตตัวเองดาวน์มากๆ ไม่เห็นจะมีความสุขเลย จนมานั่งถามตัวเองว่าอะไรคือความหมายของการใช้ชีวิต เราควรทำงานและใช้ชีวิตให้มีความสุขด้วย แล้วประกายความสุขจากข้างในจะออกมากับงานทุกอย่างที่เราทำเอง คนเราควรบาลานซ์ชีวิตให้ดีๆ ค่ะ"

ชอบการเซอร์ไพรส์เป็นชีวิตจิตใจ
"มินเป็นคนที่จับพิรุธคนเก่งมาก (ลากเสียง) สามารถเดาออกตลอดว่าใครจะทำอะไร ยิ่งใกล้วันเกิด จะมีเซนส์บางอย่างที่บอกว่าเดี๋ยวจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่เราก็ทำตัวนิ่งๆ รอดูต่อไป พอเค้าเซอร์ไพรส์มา เราก็จะยิ้มๆ แล้วขอบคุณ แต่ถ้าใครที่มาทำให้เราตกใจได้จริงๆ มินจะหน้าเหวอเลย แต่นานๆ ทีจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ล่าสุดเพิ่งถูกเซอร์ไพรส์จากกองถ่าย ซินเดอร์เรลล่าฯ ถือเป็นกองแรกที่ทำสำเร็จ เนียนและเก่งจริงๆ ยกนิ้วให้เลย (หัวเราะ) มินเป็นคนที่ชอบทำเซอร์ไพรส์คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิดของพ่อกับแม่ มินจะเอาไฟมาประดับห้อง และจัดโต๊ะอาหารเอง คนที่โดนเซอร์ไพรส์บ่อยที่สุดก็คือแม่ รูปแบบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเซอร์ไพรส์ มินเคยทำมาหมดแล้ว มินรู้สึกว่าการเซอร์ไพรส์เป็นเรื่องที่สนุกและน่าตื่นเต้น เวลาเห็นคนแปลกใจแล้วยิ้ม เราจะมีความสุข รู้สึกดีทั้งคนให้และคนรับ มินชอบทำทุกวันให้เหมือนเป็นวันสุดท้าย ชีวิตเราก็จะพิเศษมากๆ แล้วจะไม่เสียดายชีวิตเลยแม้แต่วันเดียว"

สาวห้าว ที่ชื่นชอบงานศิลปะ
"เห็นมินห้าวๆ แบบนี้ มินเป็นคนชอบศิลปะ ตอนเด็กๆ จะชอบปั้นดินน้ำมัน วาดรูป แต่ไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราวหรอก มินมีแกลเลอรี่ภาพเป็นของตัวเองด้วยนะ ที่บ้านมีกระดาษ A4 ก็เอามาวาดรูประบายสีหมดตู้เลย เป็นคนชอบสี ถ้ามินไปร้านเครื่องเขียน จะเข้าไปอยู่ในนั้นเป็นชั่วโมงเลย แม่ก็หาไม่เจอ เพราะเราชอบมุดไปหยิบสีโน่นสีนี่ รู้สึกตื่นเต้นมาก ยิ่งมี 36 42 สี ในแท่งหนึ่งมีสองสี สองด้าน จะยิ่งชอบมาก เราก็จะหยิบๆ แล้วไปบอกแม่ว่าเอาสีนี้ๆ แม่ก็จะบอกว่าซื้ออีกแล้ว ของเก่าก็ยังใช้ไม่หมดเลย โดนแม่บ่นประจำ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเด็กบ้าเครื่องเขียน เวลาเรียนก็จะเอาสีมาระบาย เอาปากกามาวาดรูปเต็มหนังสือไปหมด ก็ดีนะคะ รู้สึกว่าเวลาอ่านแล้วจำแม่นดี (หัวเราะ)"

มินคนเดิม ต้องสดใส ไฮเปอร์
"มินรู้สึกว่าตัวเองยิ่งโตยิ่งเหมือนเด็ก ขี้อ้อน เริ่มติดพ่อแม่ เพราะคิดว่าจะมีโอกาสทำแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน พอเราโตกว่านี้ เป็นวัยที่ต้องมีครอบครัวเป็นของตัวเอง เราก็ต้องวางตัวอีกแบบ มินในวันนี้กับเมื่อก่อนก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ยังเป็นคนที่สดใสร่าเริง โก๊ะๆ ไฮเปอร์เหมือนเดิม รู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตได้คุ้มค่ามากขึ้น ในหนึ่งวัน มินสามารถทำโน่นทำนี่ได้หลายอย่าง ตื่นเช้าก็ไปเรียน บ่ายถ่ายละคร เย็นไปเจอเพื่อน กินข้าว ช้อปปิ้ง ออกกำลังกาย เล่นกีฬา เป็นคนที่ชอบใช้พลังจนกว่าตัวเองจะหมดแรง แต่พอตื่นขึ้นมาก็ยังมีแรงทำอะไรต่อไปได้อีก แต่บางวันก็รู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อเหมือนกัน เมื่อมีวันที่ดี ก็ย่อมมีวันไม่ดี เป็นเรื่องปกติของคนเรา แต่จะมีมุมนั้นน้อยมาก ส่วนใหญ่เราจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว กับเพื่อน จนไม่มีเวลามานั่งเศร้าเท่าไหร่ค่ะ"

ไม่ได้เซ็กซี่ แค่ดึงเสน่ห์ออกมาเท่านั้น
"เพิ่งได้รางวัลสาวเจ้าเสน่ห์ของทีวีพูลมา ก็ขอบคุณที่มีคนเห็นเสน่ห์ในตัวเรา มินเป็นคนที่เข้าถึงง่าย เฟรนด์ลี่ ยิ่งถ้าคนที่เข้ามาหาเราแล้วไม่ตั้งแง่กับเราก่อน มินจะเล่นด้วย หลายคนบอกว่าเดี๋ยวนี้มินเซ็กซี่ขึ้น จริงๆ แล้วเราก็เป็นแบบเดิมเนี่ยแหละ แต่ด้วยหน้าที่การงาน เราจึงต้องดึงเสน่ห์ของตัวเองออกมา บวกกับการเปลี่ยนลุคส์ ถ้าแต่งหน้า แต่งตัวให้ดูเด็ก มินก็จะดูเด็กๆ น่ะแหละ มินยังคงคอนเซปต์เดิมไว้ คือ ไม่ถ่ายชุดว่ายน้ำ เพราะรู้สึกว่าคำนี้มันไกลตัวมาก ตัวตนของเราจริงๆ ชอบแต่งแนวสปอร์ต เท่ห์ๆ ทะมัดทะแมงมากกว่าค่ะ"

ไม่คิดแข่งกับใคร นอกจากใจตัวเอง
"เข้ามาอยู่ในวงการไม่เคยคิดจะแข่งขันกับใคร เพราะแค่เราแข่งกับใจตัวเองก็เหนื่อยพอแล้ว หลายคนชอบเอาเราไปเปรียบเทียบกับนักแสดงคนนั้น คนนี้ แต่มินก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับในวงการนี้ คนจะพูด จะมองเรายังไงก็ได้ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่เราต้องรู้จักตัวเอง มินรู้สึกว่าเวลาเราไปแข่งกับคนอื่นมากๆ เรามักจะไม่มองตัวเอง บางครั้งก็กลายเป็นเลียนแบบเค้าไป ไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะมัวแต่คิดว่าเราต้องทำ ต้องเป็นแบบเค้าให้ได้ แล้ววันหนึ่งความเป็นตัวตนของเราก็ค่อยๆ หายไป เราควรอยู่กับตัวเองให้มากๆ อย่างเวลามินต้องออกไปโชว์ตัวกับนักแสดงหลายๆ คน มินจะบอกช่างแต่งหน้า ทำผมเลยว่าหันหลังให้ทุกคน แล้วแต่งหน้ามินแค่คนเดียว ทำให้มินเป็นมิน ถ้าจะให้สวยก็ให้สวยแบบมิน แล้วเราจะรู้สึกว่าไม่ต้องไปยุ่งกับใคร"

ยังสนุกกับชีวิต ไม่คิดมีใคร
"แม่บอกให้มินมีแฟนได้แล้ว ถ้าไม่มีใครมาจีบ แม่เครียดแทน (หัวเราะ) จริงๆ แม่ก็หวงน่ะแหละ แต่เค้าก็มีขอบเขต เราทำอะไรอยู่ในสายตาตลอด ป๊ากับแม่จะเชื่อใจมินมาก เราก็เล่าให้เค้าฟังทุกเรื่อง แต่ตอนนี้ยังไม่มีใคร มินยังสนุกกับการใช้ชีวิตตัวเอง อยากดูแลตัวเอง ไม่พร้อมที่จะไปรักหรือดูแลใครจริงๆ มินมองว่าเรื่องแบบนี้เป็นการเสียสละอย่างหนึ่ง ผู้หญิงสมัยนี้ไม่มีใครรีบแต่งงานกันหรอก มินชอบผู้ชายเหมือนป๊าที่รักครอบครัว แต่ป๊าไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ มินชอบผู้ชายโรแมนติก กับพอร์ช ศรัณย์ ที่หลายคนให้เป็นคู่จิ้นกันก็โอเค เพราะเป็นงาน พอร์ชกับมินเป็นเจเนอเรชั่นเดียวกันตอนเข้ามาในวงการ ได้เล่นละครด้วยกัน จึงไม่แปลกที่เราจะสนิทและเป็นเพื่อนกัน เวลาเค้าแกล้งเรามา เราก็ตอบโต้เค้าได้ ไม่ค่อยเกรงใจกันเท่าไหร่ มุมมองความรักของมินยังเป็นสิ่งที่ดี เราต้องเข้าใจกันมากๆ ดูแลและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ควรเป็นทั้งผู้รับและผู้ให้ ส่วนเรื่องแต่งงานตอนนี้ยังไม่คิด คงอีกนานเลยล่ะค่ะ (ยิ้ม)"

สาวกินเก่ง แต่รู้จักควบคุมปริมาณ
"มินจะพยายามดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และกินอาหารที่ดี ถ้าเรากินอะไรเข้าไป เราก็จะเป็นอย่างนั้น มีช่วงหนึ่งที่มินชอบกินปลาร้า ก็จะออกมาเป็นปลาร้าเลย (หัวเราะ) ยิ่งถ้าได้กินแจ่วบอง จะรู้สึกฟินมาก (ลากเสียง) มินเป็นคนกินเก่ง ให้ความสำคัญกับการกินเป็นอันดับแรก ยิ่งเป็นอาหารเช้า ต้องกินทุกวัน ถ้าลืมกินข้าวเที่ยงกับข้าวเย็นยังไม่มีปัญหา แต่ถ้าวันไหนไม่ได้กินข้าวเช้าจะปวดหัว ไม่มีแรง มินมองว่าเราไม่ควรลดความอ้วนจนไม่มีความสุข อะไรที่กินได้ก็กิน กินอาหารที่หลากหลาย แค่รู้จักควบคุมปริมาณและรู้ว่าอาหารไหนควรกิน หรือไม่ควรก็พอ มินเป็นคนน้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ บางช่วงที่ทำงานหนักจนลืมกินข้าว ก็ผอมลง พอเรากลับมากิน ก็กลับไปเป็นปกติ ถ้าช่วงไหนที่อ้วนขึ้น ก็ไปออกกำลังกาย ไปเล่นเวคบอร์ด โยคะ วิ่ง ว่ายน้ำ มินจะมีช่วงดูแลตัวเอง ไม่ได้ซีเรียสตลอดเวลา อยากทำอะไรก็ทำ ทำในสิ่งที่ดีและมีความสุขค่ะ (ยิ้ม)"


Profile's Min
ส่วนสูง 165 ซม.
น้ำหนักปัจจุบัน 43 กก.
น้ำหนักมากสุด 46 กก.
น้ำหนักน้อยสุด 42 กก.

Menu To Slim
เช้า ข้าว+ไข่ดาว+แจ่งบอง
เที่ยง ส้มตำ+ข้าวกะเพรา
เย็น สลัดผัก ผลไม้

Make Min Happy
5 เรื่องที่ทำให้มินยิ้มได้
1. โดนบอกรัก ใครก็ได้มาบอกรักเรา คนในครอบครัว หรือแฟนคลับก็ได้ แค่เห็นป้ายไฟ ได้ยินเสียงกรี๊ด มินก็ใจละลายแล้วค่ะ
2. โดนเซอร์ไพรส์ แต่ไม่ค่อยมีใครทำสำเร็จสักที ถ้าใครเซอร์ไพรส์มินได้นะ โห! รักเลยอ่ะ จะรู้สึกว่าคนนี้เก่งจัง ให้ขึ้นท็อปชาร์ตเราเลย
3. เรียนจบ ถือเป็นความตั้งใจอย่างหนึ่ง ตอนนี้เหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว เย่ๆ
4. เห็นพ่อแม่ พี่ชายมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ มินเป็นคนที่ชอบเรื่องตลก ชอบทำให้คนหัวเราะ เมื่อทุกคนมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขจริงๆ จะจดจำภาพเหล่านี้เอาไว้
5. มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมจะทำอะไรที่เรารักต่อไปในทุกๆ วัน เพราะเวลามินป่วยจะรู้สึกนอยด์ บางทีก็เป็นขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล นอนอยู่เฉยๆ รู้สึกเหมือนโดนขัง

Make Min Sad
5 เรื่องที่ทำให้มินเศร้าได้
1. โดนไม่รัก อย่ามีใครมาบอกว่าไม่รักมินนะ จะร้องไห้เลย ตอนเด็กๆ เวลามีใครมาบอกว่าโป้ง เราก็ไม่แฮปปี้แล้ว
2. มีตังค์ แต่ซื้ออะไรไม่ได้ เวลาตั้งใจจะไปซื้อเสื้อผ้า หรือของที่ตัวเองอยากได้ แต่ไม่สามารถซื้อได้ ทั้งๆ ที่มีตังค์อยู่ในมือ จะนอยด์และเสียใจมาก รู้สึกว่าของบางอย่างมันหายาก และมีผลต่อสภาพจิตใจของเราจริงๆ นะ เฮ้อ...
3. สูญเสียคนรัก ตอนอาม่าเสีย มินร้องไห้หนักที่สุดในชีวิตเลย ร้องอยู่ 3 วันติดเหมือนคนบ้า ตอนนั้นยังอยู่ที่อเมริกา ไม่ได้กลับมาด้วย หลังอาม่าเสีย ทำให้รู้สึกว่าชีวิตคนเรามันสั้น ทุกวันนี้มินรักป๊ากับแม่มาก อยากทำอะไรก็ทำเลย
4. เวลาเครียดกับเรื่องงานมากๆ บางครั้งก็ร้องไห้ มินเชื่อว่าน้ำตาไม่ใช่ความอ่อนแอ แค่ต้องการปลดปล่อย มินชอบนั่งมองกระจกแล้วร้องไห้ ปล่อยให้เรื่องเศร้าหายไปพร้อมๆ กับน้ำตาที่ไหลออกมา เป็นคนที่ร้องไห้แล้ว พอตื่นขึ้นมาอีกวันจะลืมไปเลยว่าเมื่อวานเคยเครียดเรื่องอะไร
5. เจ็บตัวเวลาเดินเตะของ น้ำตาเล็ดตลอด เกิดจากความซุ่มซ่ามของตัวเอง เพื่อนๆ ตั้งฉายาให้ว่า สวยสะดุด ไม่ได้สวยสะดุดตานะ แต่ชอบสะดุดของ ไปขึ้นเวทีไหนก็สะดุดหกล้มหน้าคว่ำหน้าหงาย เป็นเรื่องที่น่าอายมาก พยายามแก้ไขอยู่ โดยการเก๊ก ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว (หัวเราะ)

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!