8 ทริค "ซ่อมเล็บซีด เล็บเปราะ" กู้เล็บพัง ปั้นเล็บสวยเหมือน Hand Model

8 ทริค "ซ่อมเล็บซีด เล็บเปราะ" กู้เล็บพัง ปั้นเล็บสวยเหมือน Hand Model
SistaCafe

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe คนอยากเล็บสวยทั้งหลาย หน้าสวยก็เรื่องหนึ่ง แต่เราเชื่อว่าสาวๆ อีกหลายคนที่ไม่ได้อยากสวยแค่หน้า แต่อยากสวยหัวจรดเท้า รวมถึง "มือและเล็บ" ที่สุขภาพดี แม้จะเปลือยเล็บสดถ่ายรูปมือเฉยๆ ก็ยังสวยโดยไม่ต้องทาเล็บ ซึ่งบางคนก็มีเล็บแบบนั้นตั้งแต่เกิด แต่ก็ยังมีสาวๆ อีกมากมายที่อายเล็บตัวเองที่ซีด เปราะ หรือเล็บเหลืองเพราะทาเล็บบ่อยเกินไปจนไม่กล้าถ่ายรูปเห็นเล็บด้วยซ้ำ ( บางคนแก้ปัญหาเล็บเหลืองด้วยการทาเล็บทับ ยิ่งเหลืองก็ยิ่งทา วนลูปไม่จบไม่สิ้น แล้วเมื่อไหร่เล็บจะหายเหลืองล่ะจ๊ะเธอ -___-'')

ใครที่เล็บสภาพไม่โอเคมากๆ แล้ว แต่ก็ไม่อยากเสียเงินให้ร้านทำเล็บ เธอเข้ามาถูกบทความแล้ว! เพราะเราจะมาบอกต่อ 8 ทริคซ่อมเล็บพัง กู้กลับเป็นเล็บสวยสุดเฮลตี้ด้วยตัวเอง ที่ทำง่าย ใช้ได้จริงชัวร์ *แต่อาจต้องใช้เวลา มีวินัย และใช้อุปกรณ์เยอะนิ้ดดด นึงเด้อ* ถ้าพร้อมจะมีเล็บสวยไปกับเราแล้ว ก็ 1 2 3 Go!


1. 'บำรุงเล็บ' ให้แข็งแรงตั้งแต่พื้นฐาน
 

มือและเล็บจะสวยได้ ก็ต้องบำรุงกันตั้งแต่แรกเริ่ม! นั่นคือเติม "ความชุ่มชื้น" ให้เล็บอย่างสม่ำเสมอ เรามักทาแฮนด์ครีมกันเป็นปกติ แต่มักละเลยส่วนที่เป็นเล็บไป บางคนเว้นทาช่วงเล็บหรือทาแค่ผ่านๆ ทำให้เล็บไม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ จึงอาจเกิดอาการแห้ง เปราะบางได้ง่าย ( ที่จริงเล็บเปราะมักมาจากหลายสาเหตุรวมกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลักๆ คือเล็บไม่ชุ่มชื้นมากพอค่ะ ) 

สาวๆ ยังต้องทาแฮนด์ครีมเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือทา "ผลิตภัณฑ์บำรุงเล็บ" เช่น เซรั่ม ครีม หรือออยล์ที่เน้นฟื้นฟูเล็บโดยเฉพาะควบคู่ไปด้วย หรืออย่างง่ายที่สุด ก็ใช้ออยล์อะไรก็ได้ที่มีในบ้าน น้ำมันมะกอกก็ได้ น้ำมันมะพร้าวก็ดี นวดเน้นบริเวณเล็บเป็นประจำ เท่านี้เล็บก็จะแข็งแรง อิ่มฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองทำดูสักสัปดาห์ก็เห็นความแตกต่างแล้วค่ะ


2. "หนังกำพร้าข้างเล็บ" อย่าขูดเยอะ ปล่อยไว้บ้างก็ได้
 


 สาวๆ หลายคนอาจติดนิสัย ต้องทำให้เล็บเรียบเนียนสวยงามตลอดเวลา ว่างๆ ก็ใช้ตะไบขูดเล็บ กรรไกรตัดหนังมาขูดๆ ถูๆ หนังกำพร้าข้างเล็บ ( หรือที่เรียกกันว่า จมูกเล็บ ) อยู่ตลอด เพื่อกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไป ผู้เชี่ยวชาญได้บอกว่า ที่จริง ' หนังกำพร้า ' ไม่ใช่ผู้ร้าย หน้าที่ของมันตามธรรมชาติคือช่วยป้องกันเล็บไม่ให้ติดเชื้อ หากไปขูดมันออกมากๆ จะส่งผลร้ายกับเล็บมากกว่าด้วยซ้ำ 

หมอผิวหนังเตือนว่า หากหนังข้างเล็บถูกเสียดสีจนแห้งมากๆ หรือมีแผล ถ้าไม่รีบบำรุงรักษา นานเข้าอาจส่งผลให้เล็บติดเชื้อและมีผลกับการเติบโตของเล็บได้ด้วย! ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าจมูกเล็บแห้งลอกหรือฉีกง่าย ควรบำรุงด้วยครีมหรือออยล์สำหรับเล็บ จะช่วยทำให้เล็บแข็งแรง เฮลตี้ได้ดีกว่าในระยะยาวค่ะ


3. เลี่ยงการให้เล็บ "สัมผัสกับน้ำ" โดยตรง
 

 
ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ให้เธอเลิกล้างมือ หรือใส่ถุงมือล้างนะคะ อันนั้นก็อาจจะเยอะไปหน่อย! แต่พยายามลดเวลาที่ ' เล็บจะปะทะน้ำโดยตรง ' ให้น้อยลง โดยที่ยังล้างมือได้สะอาดปกติ เอาง่ายๆ คือไม่อ้อยอิ่งกับการล้างมือนานเกินจำเป็นค่ะ เพราะหากเล็บโดนน้ำมากเกินไป จะทำให้โครงสร้างเล็บอ่อนแอลงได้ อารมณ์คล้ายๆ ผมที่เปียกหมาดๆ ก็จะอ่อนแอกว่าผมแห้งเช่นกันค่ะ 

แนะนำให้สาวๆ ใส่ถุงมือ เวลาทำงานใช้มือที่ต้องสัมผัสกับน้ำนานๆ เช่น ล้างจาน ล้างรถ เป็นต้น ลองสังเกตง่ายๆ เวลาอาบน้ำสระผมหรือว่ายน้ำนานเป็นชั่วโมง เล็บจะมีลักษณะนิ่มๆ ยุ่ยๆ เพราะเล็บก็เหมือนฟองน้ำ แต่ที่พิเศษคือ สามารถดูดซึมน้ำเข้าไปได้มากกว่าผิวหนังปกติถึง 1000 เท่า และน้ำสามารถกระจายเข้าไปในเล็บชั้นในได้ง่ายกว่า! ผลลัพธ์คือเมื่อน้ำเข้าเล็บเยอะเกินไป จะทำให้เซลล์เล็บเกิดความเสียหาย เปราะ ลอกร่อนได้ค่ะ


4. เลิกแคะ แงะหาขี้เล็บ ยิ่งทำ ยิ่งเล็บพัง!
 

 
อยากเล็บสวยเหมือนนางแบบมือ ก็ต้องอ่อนโยน เบาๆ กับเล็บหน่อย ไม่ใช่ว่างๆ ก็แซะ แงะหาขี้เล็บอยู่ตลอดเวลา เข้าใจว่าอยากให้เล็บสวยคลีน ถ้ามีขึ้เล็บดำๆ ก็จะดูเสียบุคลิก แต่สาวๆ บางคนก็เล่นใช้ไม้เล็กๆ อย่างไม้แคะหูแงะเข้าไปใต้เล็บ ซึ่งมันทำให้เล็บเสียหายได้ คนที่แงะแรงอาจเกิดปรากฏการณ์หน้าเล็บเผยอ เลือดซึมออกมา สุดท้ายเล็บติดเชื้อแบคทีเรียไปเก๋ๆ ดังนั้น #อย่าหาทำ!!

อีกอย่างคือ นิสัยที่ชอบไว้เล็บยาวๆ แล้วใช้เล็บแทนปิ๊กดีดกีตาร์เอย ไว้แงะขอบฝาแยม ฝาน้ำอัดลมเอย เลิกได้ขอให้เลิก แม้จะใช้สะดวกแค่ไหนก็ตาม เพราะอาจเกิดเหตุการณ์เล็บเผยอเหมือนข้างบน! สำหรับสาวๆ ที่ชอบทำเล็บอะคริลิกหรือเล็บเจล อย่าแงะเล็บออกเอง ควรไปหาร้านให้เอาออกอย่างถูกต้อง เพราะเวลาลอกเล็บเจลออก เธออาจลอกหน้าเล็บออกมาด้วย ซึ่งทำให้เล็บอ่อนแอลงอย่างมาก และอาจเกิดเล็บเหลืองได้ด้วย ดังนั้นหาร้านดีๆ ไปเอาออกดีกว่า และอย่าทาเล็บตลอดเวลา มีช่วงพักเล็บบ้าง เล็บจะได้มีเวลาหายใจนะคะ


5. ดูแล 'เล็บมือ-เล็บเท้า' ให้เหมือนบำรุง 'เส้นผม'
 

 เล็บกับผมมีลักษณะบางอย่างคล้ายกัน เพราะประกอบจากโปรตีนที่ชื่อว่า "เคราติน" เหมือนกัน ดังนั้นการบำรุงก็ควรอยู่ในระดับเดียวกัน ถ้าบำรุงเส้นผมหนัก ก็ต้องบำรุงเล็บให้เข้มข้นด้วยเช่นกัน! ทั้งเส้นผมและเล็บสามารถแห้ง ขาดความชุ่มชื้นได้ถ้าใช้สารเคมีเยอะเกินไป ถ้าเธอทาเล็บบ่อย ทำเล็บเจล เล็บอะคริลิกมากเกินไป เล็บก็จะแห้งไม่ต่างกับใช้ไดร์เป่าผมจนผมแห้งกรอบนั่นล่ะค่ะ

ถ้าความชุ่มชื้นช่วยซ่อมผมชี้ฟูเป็นผมนิ่มสลวยได้ มันก็ช่วยรักษาเล็บแห้ง บางเปราะได้เช่นกัน แม้ผลิตภัณฑ์สำหรับเล็บจะมีในท้องตลาดไม่เยอะเท่ากับผม แต่ก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด แค่ใช้ออยล์และครีมบำรุงเล็บ และไม่ใช้สารเคมีกับเล็บเยอะเกินไปก็พอค่ะ เท่านี้เล็บก็สวยและงอกขึ้นมาอย่างสวยงามแล้ว อย่าให้เล็บแห้งกรอบก็พอ เพราะยิ่งเล็บชุ่มชื้น เล็บยิ่งงอกไว ในทางกลับกัน ถ้าเล็บแห้ง เล็บจะงอกช้าหรืองอกมาแบบบิดๆ เบี้ยวๆ ค่ะ


6. ปรับวิธีบำรุงเล็บไปตาม 'สภาพอากาศ'
 

 เล็บที่สวยสุขภาพดี เจ้าของเล็บต้องปรับเปลี่ยนการบำรุงไปตาม "สภาพอากาศ" อยู่เสมอค่ะ เช่น หน้าหนาวที่มักทำให้ผิวแห้ง เล็บก็แห้ง เปราะง่ายกว่าเดิมเช่นกัน จึงต้องดูแลเล็บให้มากกว่าช่วงหน้าร้อน! ในบางฤดูกาลที่เกิดอากาศแปรปรวน อุณหภูมิช่วงเช้ากับช่วงค่ำต่างกันมากๆ หรือที่เรียกว่าอุณหภูมิสวิง อาจเกิดผลเสียกับเส้นผมและเล็บได้ 

แค่สาวๆ ทำงานออฟฟิศที่เปิดแอร์เย็นจัดๆ เหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือ แต่พอเลิกงานต้องมายืนโหนรถเมล์ในอากาศร้อนจัดของประเทศไทย เซลล์เส้นผมกับเล็บก็เกิดความเสียหายได้มากมายแล้ว! ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ควรใส่ถุงมือบางๆ ไว้เสมอเพื่อป้องกันเล็บเสีย และกักเก็บความชุ่มชื้นในมือและเล็บไว้ค่ะ


7. เลือกใช้ 'ผลิตภัณฑ์ดูแลเล็บ' ที่มีคุณภาพ!
 

 
จะมีเล็บสวยเหมือน hand model การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเล็บก็สำคัญ เรามีหลักมาแนะนำผลิตภัณฑ์เล็บหลักๆ ดังนี้ค่ะ

ตะไบเล็บ : แทนที่จะใช้ตะไบเนื้อทราย ขูดแล้วสากๆ ที่ทำร้ายและเสียดสีจมูกเล็บ ลองเปลี่ยนไปใช้ตะไบที่ทำจากแก้วหรือคริสตัลแทน มีขายในร้านเกี่ยวกับการทำเล็บทั่วไปเลย หรือสั่งออนไลน์ก็ได้ค่ะ 

น้ำยาล้างเล็บ : จริงๆ ถ้าอยากเล็บสุขภาพดี ไม่ควรทาเล็บเลย ซึ่งก็จะไม่ได้ใช้น้ำยาล้างเล็บไปโดยปริยาย แต่ถ้ายังสนุกกับทาเล็บสีสวยๆ อยู่ อย่างน้อยก็ควรเลือกน้ำยาสูตรที่ไม่ใส่อะซีโตน เพราะถ้าใช้สูตรอะซีโตนบ่อยๆ จะทำให้เล็บเปราะบาง ขาดความเงางาม และยังส่งผลต่อสมองและระบบประสาทเมื่อสูดดมบ่อยอีกด้วย ให้เลือกสูตรที่ผสมออยล์เพิ่มความชุ่มชื้นให้เล็บแทนค่ะ

แปรงขัดเล็บ : แทนที่จะใช้ไม้แหลมๆ อย่างไม้แคะหูแงะซอกเล็บ แนะนำให้ใช้แปรงขัดเล็บหรือ nail brush ปัดสิ่งสกปรกออกอย่างอ่อนโยนดีกว่า แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินเยอะ ก็ใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วค่อยๆ แปรงออกก็ได้ค่ะ

ผลิตภัณฑ์ช่วยเร่งเล็บงอก : ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ของเหล่านี้ เพราะไม่มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่าเห็นผลจริง! ไปเน้นกินอาหารดีๆ บำรุงเล็บด้วยออยล์ทุกวัน ยังจะช่วยได้ดีกว่าค่ะ


8. อดทน ข่มใจไม่กัดเล็บ รอให้เล็บงอกอย่างช้าๆ
 

 สาวคนไหนติดนิสัยชอบกัดเล็บ แทะเล็บตัวเองหนักๆ เวลาเครียด ขอให้พักไว้ก่อนถ้าอยากมีเล็บสวยนะคะซิส! ทำใจอดทน เล็บก็เหมือนผมแหละค่ะ ส่วนที่แหว่งไปแล้วเราทำอะไรไม่ได้นอกจากตัดทิ้ง แล้วรอให้เล็บใหม่ค่อยๆ งอกขึ้นมาอย่างช้าๆ ช่วงแรกอาจจะทรมานหน่อย คนมันเคยกัดอะเนอะ แต่เชื่อเถอะว่าการอดทนครั้งนี้คุ้มค่าแน่นอน

วิธีนี้ค่อนข้างใช้เวลาเยอะที่สุดแล้ว รอขั้นต่ำ 1 เดือน หากเป็นคนเล็บขึ้นช้าหน่อยก็อาจจะหลายเดือน แนะนำให้ใส่ถุงมือเผื่อลืมตัวยกเล็บขึ้นมากัด หรือจะหาลูกอม หมากฝรั่งมาเคี้ยวให้ปากไม่ว่างก็ดี แต่สำคัญที่สุดคือใจล้วนๆ ค่ะ ย้ำอีกครั้งว่าอดทนไว้เพื่อเล็บที่เพอร์เฟกต์ ฮึบๆ! 



ก็ประมาณนี้เลย กับ 8 ทริคซ่อมเล็บพัง เป็นเล็บปังสุดว้าวสไตล์ Hand Model ที่สาวๆ คนไหนก็ทำได้! แม้อาจต้องใช้เวลานาน ( เร็วสุดก็คงเป็นเดือน ขึ้นอยู่กับสภาพเล็บเดิมด้วย ) แต่เล็บตามธรรมชาติของเธอจะดูดี ดูสวยขึ้น ไม่ต้องทาเล็บทับปิดอีกต่อไป จะเป็นคนสวยทั้งที จะสวยแต่หน้าก็กระไรอยู่ ก็ต้องบำรุงทั้งเส้นผม มือและเล็บไปด้วยกัน จะได้เป๊ะทั้งตัว ไม่ต้องกังวลเวลาถ่ายรูปหรือมีคนเห็นตัวจริง #เห็นแค่เล็บก็สวยแล้ว อิอิ >//< งั้นวันนี้เราขอตัวแล้วนะคะ เจอกันใหม่คราวหน้าน้า บ๊ายบายค่า