หลากปัญหาความรักกับคำตอบของธรรมะ

หลากปัญหาความรักกับคำตอบของธรรมะ
ChicMinistry

สนับสนุนเนื้อหา

หลากปัญหาความรักกับคำตอบของธรรมะ

“ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” เชื่อว่าชิคสเตอร์หลายๆคนคงจะเคยได้ยินคำกล่าวนี้กันใช่ไหมคะ ซึ่งแน่นอนแม้เราจะรู้ว่ามีรักแล้วต้องมีทุกข์ แต่ถึงกระนั้นเราก็หนีความรักไม่ได้อยู่ดี ทีนี้เราจะรักอย่างไรล่ะให้ทุกข์น้อยที่สุด และจากหลากปัญหาความรักวันนี้ Aroma มีคำตอบดีๆ จากพระมหามงคลจรณธมฺโม มาฝากกันค่ะ

ธรรมะสำหรับการประคองความรัก
จะมีธรรม 4 ประการสำหรับชีวิตคู่ 4ส สร้างสุขให้กับชีวิตครอบครัว ประการที่1 คือ สมศรัทธา(สะมะศรัทธา) คือ การที่คนสองคนจะมีความเลื่อมใส ความคิดเห็นที่ตรงกัน ถ้าแต่ละคนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันก็จะทำให้แตกแยกได้ ตอนแรกๆ ก็มีศรัทธาด้วยกันดี แต่พออยู่ไปอยู่มาหมดศรัทธา อีกฝ่ายหนึ่งอาจจะไม่เห็นด้วยกับอีกฝ่ายหนึ่งที่ปฏิบัติ พออยู่กันไปอยู่กันมาอีกฝ่ายหนึ่งมองเห็นความผิดพลาด ก็ทำให้หมดศรัทธาลงได้ ฉะนั้น ศรัทธาคือความเลื่อมใส คือความเชื่อใจกัน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ประการที่สอง สมเสลา (สะมะเสลา) จะต้องเป็นผู้ที่มีศีลที่เสมอกัน ศีลก็คือความประพฤติไม่ใช่ทำบุญอย่างเดียว จะต้องเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลายเหมือนกัน ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีความเสมอต้นเสมอปลายมันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ประการที่สามสมจาคา (สะมะจาคา) ก็คือการเสียสละการแบ่งปัน รวมทั้งการให้อภัย ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประพฤติผิด ไม่มีการให้อภัย ก็จะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ประการสุดท้าย สมปัญญา (สะมะปัญญา) คือการมีความรอบรู้เท่าเทียมกัน รู้ว่าฝ่ายหนึ่งชอบสิ่งใด รู้อย่างเดียวไม่พอนะ ต้องจัดแจงด้วย อย่างเช่นสิ่งที่จะครองใจภรรยาได้ พระพุทธเจ้าบอกว่าต้องให้ของขวัญบ้างในวาระพิเศษ คือรู้ว่าเขาชอบสิ่งใดก็จัดแจงให้ เป็นบ่อเกิดของความสุขในชีวิตคู่

คู่แท้ตามหลักศาสนาพุทธ
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความรักจะเกิดด้วยเหตุสองอย่าง 1.บุพเพสันนิวาส บางคนเนี่ยแค่ได้ยินชื่อก็เกิดความประทับใจแล้ว แต่ยังไม่ได้เกิดความรักนะ ความรักจะมี 2 อย่าง หนึ่งคือเสน่หา สองเมตตา เสน่หาเนี่ยพอเราได้ยินชื่อปุ๊บ โห!ประทับใจเหลือเกิน อย่างนี้เรียกเสน่หา แต่คำว่าเสน่หาจะมีความรุนแรงมาก เป็นความรักที่ต้องการครอบครอง ก็เกิดการแสวงหา อาจจะเกิดจากบุพเพสันนิวาส การได้เคยอยู่ร่วมเคียงหมอนในชาติปางก่อน แค่ได้ยินชื่อ แค่ได้เห็นรูป แค่ได้ยินเสียง ผ่านการแชท การไลค์ แต่ยังไม่ได้พูดคุย อาจจะได้เห็นผ่านตัวหนังสือของอีกฝ่ายหนึ่งก็เกิดความประทับใจ 2 การเกื้อกูลในปัจจุบันชาติ จะสัมฤทธิ์ผลได้จะต้องมีการช่วยเหลือเกื้อกูลก็จะเกิดเป็นความรักได้

ในส่วนของคู่เวรคู่กรรม ถ้าอยู่แล้วไม่มีความสุขเราจะสลัดหลุดเองได้ไหม หรือต้องรอกรรมหมดไป
ที่ยังอยู่ด้วยกันก็เพราะอาศัยการอยู่ร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน คือทำบุญด้วยกันแต่ชาติปางก่อน แต่ในชาตินี้ไม่ได้เกื้อกูลกัน คือไม่ได้ให้ความรัก ไม่ได้ให้ความเมตตา ไม่ได้ให้ของที่เราจัดหาให้อีกฝ่ายหนึ่ง อยู่ด้วยกันจะต้องเชื่อใจกัน เท่านั้นยังไม่พอจะต้องมีวจีไพเราะ แต่ถามว่าจากไปแล้วทำไมยังคิดถึง ทำไมมาอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนอีกครั้งหนึ่ง ก็เพราะอาศัยบุญเก่า ก็ต้องอยู่จนชีวิตจะหาไม่เพราะบุพเพสันนิวาสนั้นแรงมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าให้แต่บุพเพสันนิวาสเลือกให้อย่างเดียว ตัวเราเองต้องพิจารณาด้วย

หลากปัญหาความรักกับคำตอบของธรรมะ

บุพเพสันนิวาสกับพรหมลิขิต
ถ้าพูดว่าเหมือนก็เหมือน ถ้าพูดว่าต่างก็ต่าง พรหมลิขิตเป็นในส่วนของศาสนาพราหมณ์ แต่ในส่วนของศาสนาพราหมณ์พระพรหมเป็นคนเขียน เขียนไว้ที่หน้าผาก เขียนไว้ที่ลายมือ เขาถือว่าพระพรหมณ์เป็นผู้สร้าง หมอดูถึงชอบดูลายมือ แต่จริงๆแล้วพระพุทธเจ้าบอกว่ามันเป็นกรรมลิขิต กรรมลิขิตในที่นี้ก็คือ บุพเพสันนิวาส กรรมที่กระทำแต่ชาติปางก่อนให้ชีวิตคู่มาเจอกัน ไม่ต้องแสวงหา อย่างเมื่อเช้าไปงานแต่งงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวอายุน่าจะเกือบๆ 50 ทั้งคู่ยังไม่เคยผ่านการแต่งงานเลยนะ เจ้าสาวอยู่อุบล เจ้าบ่าวอยู่นครศรีฯ มาเจอกันคือไปซื้อบ้านวันเดียวกัน เวลาเดียวกัน ไปเจอกันพอดี ได้บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน คือข้างบ้านของเจ้าสาวเต็มหมดแล้วเหลือหลังเดียว ฝั่งทางเจ้าบ่าวก็เต็มหมดแล้วเหลือหลังเดียว นี่เขาเรียกว่าเป็นกรรมลิขิต หรือบุเพสันนิวาส

เป็นชู้ทางใจผิดไหม ตามหลักพระพุทธศาสนาบาปแค่ไหน
พระพุทธเจ้าตรัสว่าสาเหตุแห่งความเลื่อมใสมี 4 ประการ ประการที่ 1 เห็นรูปแล้วก็ชอบ ประการที่ 2ได้ยินเสียง ประการที่ 3 เห็นการแต่งตัว ประการสุดท้ายก็คือ การได้เห็นคำพูด ถ้าถามว่าผิดไหม ถือว่าเป็นบาปไหม ถึงจะเป็นทางใจก็ตามมันจะทำให้กายของเราฝักใฝ่ อยากจะได้มาครอบครอง เขาเรียกว่าเป็นเบื้องต้น

ถ้ายังไม่แต่งงาน คุยกับผู้ชายหลายคนบาปไหม
ถือเป็นอาการลังเล แล้วจะเกิดเป็นความหลง ความหลงสำคัญมากเพราะจะทำให้เกิดอันตรายทั้งกับของตัวเองและในส่วนของผู้อื่นด้วย เหมือนโบราณวาไว้ว่าเหยียบเรือสองแคม สุดท้ายตัวเองก็ตกน้ำ สุดท้ายตัวเองก็เป็นทุกข์โดยที่คนอื่นยังรอดปลอดภัย ทั้งๆที่เราจมน้ำ ถึงไม่จมน้ำ แต่เราก็ต้องเปียกปอน สะบักสะบอม แล้วมันจะทำให้เกิดความแค้น การดับแค้นที่เกิดจากความรักต้องตั้งสติให้ดี มีสติสัมปชัญญะ รู้ตัว เป็นเครื่องดับที่ดีมาก

บาดแผลในใจ จะลบล้างออกไปได้หรือไม่
ถามว่าแผลที่อยู่ในมันหมดลงได้ไหม มันหมดไปไม่ได้หรอก เหมือนกับเราเอาตะปูไปตอกที่ไม้ ต่อให้เราถอนตะปูออก แผลก็ยังติดอยู่ที่ไม้ ยังเป็นรู สิ่งที่จะประสานให้แผลนั้นมันมีน้อยนิดเดียวก็คือ สติ ตั้งสมาธิ สงบจิตใจ เจอหน้ากันทีไรก็ยังระลึกอยู่ แต่อยู่ที่ว่าจะระลึกไปในทางไหน ทางความรักที่มี หรือทางความแค้นที่มี

ชิคสเตอร์หลายๆ คนคงจะได้คำตอบและนำธรรมะดีๆ ไปประยุกต์ใช้กับความรักให้มีแต่ความสุข สงบ กันนะคะ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!