ถ้ารู้ว่าเป็นไปไม่ได้...ตัดใจหรือจะไปต่อ?

ถ้ารู้ว่าเป็นไปไม่ได้...ตัดใจหรือจะไปต่อ?
ChicMinistry

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้ารู้ว่าเป็นไปไม่ได้...ตัดใจหรือจะไปต่อ?

ความฝันอันสวยงามความรักของหญิงสาวต่างราวกับตัวเองเป็นเจ้าหญิงน้อยๆที่มีเจ้าชายรูปงามมาคอยดูแลและได้ครองคู่กันอย่างผาสุข แต่ในชีวิตจริงในเรื่องราวของความรัก ไม่มีเหตุผลตายตัว บังคับความรู้สึกไม่ได้ทั้งๆที่รู้ว่ารักไปก็เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางสมหวัง แต่ก็มีหลายๆคนที่แย้งมาว่า ถึงเราบังคับความรู้สึกไม่ได้ แต่เราก็สามารถควบคุมได้ เอาล่ะสิ เมื่อมีการค้านกันแบบนี้ แล้วชิคสเตอร์ล่ะ หากรู้ว่าความรักครั้งนี้มันเป็นไปไม่ได้ เลือกที่จะตัดใจหรือว่าจะไปต่อ


ทำไมถึงต้องตัดใจ?


สาวเซลฟ์หลายคนตั้งคำถามนี้ขึ้นมา เพราะพวกเธอมีความคิดว่าความรักมันคือเรื่องของความรู้สึกดีๆทีมีให้กัน แค่ได้มอง ได้ห่วงใย ได้พบเจอก็มีความสุขแล้ว เหตุไฉนจะต้องตัดใจ อย่างเช่นกรณีของกุ๊กกิ๊ก เธอเป็นกราฟฟิกดีไซน์ที่แอบหลงรัก AE หนุ่มหล่อในบริษัทเดียวกัน เธอเล่าให้ Leona ฟังว่า ทุกครั้งที่เขาเดินมาบรีฟงานเพื่อนเธอ เธอจะลอบมองเขา ถ้าบังเอิญหันมองกันตรงๆก็มียิ้มให้บ้าง แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เพราะเธอรู้อยู่เต็มอกว่า เขามีเจ้าของหัวใจแล้ว พอถามเธอว่า ไม่อยากเป็นเจ้าของ ไม่เศร้าเหรอที่รักคนที่เขามีเจ้าของอยู่แล้ว เธอตอบพร้อมรอยยิ้มระบายเต็มไปหน้าว่า ถ้าอยากครอบครองก็ไม่เรียกว่าความรักหรอก มันคือความหลง ความอยากเอาชนะ ความยึดติด ความจริงเธอก็ไม่ใช่แม่พระอะไร เธอก็แค่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความรักที่แท้จริงโดยได้แค่มองอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆเธอก็พอใจแล้ว

ถ้ารู้ว่าเป็นไปไม่ได้...ตัดใจหรือจะไปต่อ?

ฝืนไปทำไมให้เจ็บ

ในกรณีนี้จะสวนทางกับกรณีแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะเต็มไปด้วยความหวั่นไหว อ่อนแอ และมีแต่ความเจ็บปวดจนต้องหันกลับมาถามตัวเองว่า รักตัวเองเป็นหรือเปล่า เจ็บพอแล้วหรือยัง ดังเช่นเหตุการณ์ของขิม เธอแอบรักเพื่อนคนหนึ่งที่ทำค่ายอาสาด้วยกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่เธอก็ยังคงความเป็นเพื่อนกับเขาไว้จวบจนเรียนจบแล้วทั้งสองได้มาเจอกันอีกครั้งในที่ทำงานเดียวกัน ความเป็นเพื่อนเริ่มเลื่อนเป็นความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อน แต่ความสัมพันธ์นี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของฝ่ายชายที่ว่า เขามีคนรักอยู่แล้ว เขาดูแลเธอได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าตัวจริงของเขาต้องการเวลา เขาก็ต้องกลับไป ไม่รู้ว่าด้วยอานุภาพแห่งความรักหรืออะไรบันดาลใจ ขิมยอมรับข้อตกลง เธอกับเพื่อนชายนัดเจอกันอยู่บ่อยครั้ง และหลายครั้งที่คนรักของฝ่ายชายโทรเข้ามา และเขาต้องกลับไป แรกๆเธอยังรู้สึกรับได้ เพราะเป็นความสมัครใจของเธอ แต่นานวันเข้า ความหึงหวง ความเป็นเจ้าของเริ่มครอบงำ เธอรู้สึกเจ็บลึก และหวงแหนทุกครั้งที่เขารักโทรศัพท์คนรักของเขา เธอร้องไห้ทุกครั้งที่เขากลับไป เธอบอกว่ามันเจ็บ เจ็บจนรู้สึกว่าฝืนทนแบบนี้ต่อไปไม่ไหว เจ็บสั้นดีกว่าปวดนาน สุดท้ายเธอจึงหันหลังให้กับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ตัดใจแล้วไปต่อ เพราะเธอรักตัวเองมากพอที่จะไม่เสียเวลาชีวิตกับความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดแบบนี้


Love Guru

หากชิคสเตอร์กำลังอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ไม่รู้ว่าจะตัดใจหรือจะไปต่อ อยากจะบอกว่าชีวิตคนเรามันสั้น รู้สึกอะไรก็ทำไปแบบนั้น อย่าฝืนความรู้สึก อย่าทนทรมาน ถ้าอยากรักให้รักเลย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เอาง่ายๆว่า ถ้ารักแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นรักรูปแบบไหนก็รักต่อไปเถอะ ถ้าการตัดใจมันจะทำร้ายความรู้สึกตัวเองมากกว่าการมีความรักต่อก็ไม่ต้องไปตัดหรอกค่ะ หรือในทางกลับกัน ถ้าต้องมาเหนื่อยใจกับความรักที่มองไม่เห็นปลายทาง มีแต่เรื่องให้ต้องเสียน้ำตา อย่าฝืนจมอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ แม้จะเสียใจแต่การก้าวออกมามันจะทำให้เราเข้มแข็งไวขึ้น แล้วบางที จุดจบครั้งนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่สว่างไสวที่สุดในหัวใจเลยก็ได้ ใครจะไปรู้

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!