โรงเรียนญี่ปุ่นกับวิธีการจัดการเพื่อให้เด็กปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19

โรงเรียนญี่ปุ่นกับวิธีการจัดการเพื่อให้เด็กปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากญี่ปุ่นประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉิน โรงเรียนก็ทยอยกันเปิดเทอมเพื่อให้เด็กได้ไปเรียนหนังสือ แม้จะมีความกังวลกลัวเด็กติดเชื้อไวรัสแต่การให้ความรู้ก็ต้องดำเนินไป มาดูกันนะคะว่าโรงเรียนญี่ปุ่นมีวิธีการจัดการอย่างไรเพื่อให้เด็กๆ ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

1. แบ่งกลุ่มและจัดเวลาแยกให้เด็กไปโรงเรียน

โรงเรียนจะจัดแบ่งกลุ่มและจัดเวลาที่แตกต่างกันให้เด็กไปโรงเรียน เพื่อลดความหนาแน่นของนักเรียนต่อห้องและให้สะดวกต่อการสร้างระยะห่างที่เหมาะสม การแบ่งกลุ่มและเวลาเรียนนั้นขึ้นกับแต่ละโรงเรียน เช่น บางโรงเรียนจัดให้เด็กไปเรียนทีละชั้นปี บางโรงเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละครึ่งห้องให้แยกกันไปโรงเรียนตามเวลาที่กำหนด โดยเวลาเรียนนั้นไปในช่วงสั้นๆ ประมาณวันละ 2  ชั่วโมง และบางโรงเรียนจัดให้เด็กไปโรงเรียนวันละครึ่งห้องสลับกันไป

2. ขอความร่วมมือให้เด็กวัดอุณภูมิร่างกายทุกเช้าและใส่หน้ากากอนามัย

โรงเรียนขอความร่วมมือให้เด็กทุกคนวัดอุณหภูมิร่างกายทุกเช้าและกรอกตัวเลขลงไปในการ์ดที่โรงเรียนจัดทำไว้ให้ โดยเมื่อไปถึงโรงเรียนเด็กต้องยื่นการ์ดให้ครูดูก่อน อีกทั้งเด็กๆ ทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยและเมื่อไปถึงโรงเรียนก็ต้องล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ก่อนเข้าเรียน

3. จัดที่นั่งเรียนหนังสือให้ห่างกันในระยะ 1.5 เมตร

โรงเรียนจะจัดโต๊ะที่นั่งเรียนให้เด็กนั่งห่างกันในรัศมีความห่างประมาณ 1.5 เมตร โดยคุณครูทำการเช็ดฆ่าเชื้อโต๊ะและเก้าอี้ทั้งก่อนและหลังเด็กมาโรงเรียน อีกทั้งยังเปิดหน้าต่างไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี

4. จัดเตรียมเอกสารแบบเรียนไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อยก่อนเด็กเข้าเรียน

ครูจะวางเอกสารแบบเรียนไว้บนโต๊ะก่อนเด็กเข้าเรียน เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าใกล้กันระหว่างครูและนักเรียน

5. ฟังอย่างเดียวไม่มีการตอบโต้

ครูจัดวิธีสอนแบบให้นักเรียนฟังและตอบคำถามจากครูในใจ ไม่ให้เด็กพูดหรืออ่านตาม เพราะการพูดหรืออ่านตามอาจจะเพิ่มความเสี่ยงให้ไวรัสกระจายตัวในอากาศได้

6. ให้เด็กไปโรงเรียนในช่วงเวลาที่สั้น

ในโตเกียวเด็กๆ จะเรียนหนังสือเป็นเวลาสั้นๆ คาบละ 30-40 นาที เป็นจำนวน 2-3 คาบ จากนั้นเด็กๆ จะกลับมาเรียนหนังสือต่อที่บ้านเองตามตารางที่คุณครูจัดเตรียมไว้อย่างละเอียดในหนึ่งสัปดาห์ ในเด็กระดับมัธยมศึกษาบางโรงเรียนก็ให้เด็กไปโรงเรียนเพื่อโฮมรูมและกลับมาเรียนออนไลน์ต่อที่บ้าน

7. ล้างมือให้สะอาดเมื่อกลับถึงบ้าน

เมื่อกลับถึงบ้านเด็กๆ จะต้องล้างมือให้สะอาดและกลั้วคอทุกครั้ง

8. เตรียมอาหารกลางวันที่ปิดอย่างดีด้วยพลาสติกแรป

ในโรงเรียนที่มีอาหารกลางวันจะไม่มีการให้นักเรียนช่วยเสิร์ฟอาหารเหมือนภาวะปกติ แต่จะจัดแยกจานอาหารที่ปิดอย่างดีด้วยพลาสติกแรปให้เด็กได้รับประทานในระยะที่ห่างกัน

9. ขอความร่วมมือให้เด็กรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

โรงเรียนขอความร่วมมือจากทางบ้านให้ช่วยดูแลเด็กๆ ให้มีสุขภาพที่แข็งแรงจากการให้เด็กเข้านอนเร็ว ตื่นเช้า กินอาหารเช้าและออกกำลังกายตามวัย เป็นต้น

ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้คนทุกชาติทุกฝ่ายเหนื่อยกันไม่น้อย เพราะต้องปรับเปลี่ยนตารางเวลาให้ยืดหยุ่นรับมือกับสถานการณ์ไวรัสให้ได้มากที่สุด เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ เด็กๆ ที่เปิดเรียนใหม่และต้องปรับตัวตามตารางการจัดการของผู้ใหญ่ก็เหนื่อยและเครียดไม่น้อย ดังนั้นผู้ใหญ่และผู้ปกครองก็ไม่ควรละเลยความรู้สึกของพวกเขานะคะ