ความรักหวานซึ้งของคู่รักต่างวัย นัท มีเรีย-อั้ม อธิชาติ

ความรักหวานซึ้งของคู่รักต่างวัย นัท มีเรีย-อั้ม อธิชาติ

เป็นม่ายสาวที่พราวเสน่ห์อีกคนหนึ่งของวงการบันเทิงเลยทีเดียว สำหรับ "นัท มีเรีย เบนเนเดดตี้" ที่แม้อายุเข้าสู่เลข 3 ตอนปลายแล้ว (เกิดเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2518) แต่เธอก็ยังดูสวย เป๊ะเวอร์ ทั้งรูปร่าง และหน้าตา มิเช่นนั้นคงไม่คว้าหัวใจของพระเอกหนุ่มรุ่นน้องอย่าง "อั้ม อธิชาติ" (เกิดเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2524) ไปครอง ชนิดหวานออกสื่อให้ชาวเราอิจฉาตาร้อนอยู่บ่อยๆ จริงไหมคะคุณขา???

ยิ่งช่วงนี้คู่รักคู่นี้ขยันเติมความหวานให้กัน ด้วยการจูงมือกันเที่ยวทั้งในและนอกประเทศบ่อยมาก ทั้งทริป มัลดีฟส์ ที่สวีตหวานจนน้ำทะเลเปลี่ยนรสชาติ หรือ ทริปอิตาลี ที่หวานชนิดหิมะยังละลาย และยังอีกหลายๆ ทริปที่ทั้งคู่ไปพรีฮันนีมูนกัน เรียกว่าความรักสุกงอมเต็มที่ รอเพียงฤกษ์แต่งงานเท่านั้นที่ทิชชี่รอลุ้นให้มีเร็วๆ!

หลายคนอยากรู้ว่าเรื่องราวความรักต่างวัย ที่อายุฝ่ายหญิงมากกว่าฝ่ายชายถึง 6 ปี เป็นมาอย่างไร ทั้งสองมารักกันตอนไหน ทิชชี่จะพาย้อนไปเรื่องราวความรักของ "นัท มีเรีย" และ "อั้ม อธิชาติ" กันค่ะ

นัท มีเรีย อั้ม อธิชาตินัท มีเรีย อั้ม อธิชาติ

ปฏิบัติการจีบมีเรียเริ่มต้นอย่างไร
อั้ม : ‘มิชชั่น' ที่วันนี้ ‘พอสซิเบิ้ล' "ความจริงผมรู้จักคุณนัทมานานแล้ว จึงไม่ได้จีบเพราะเหตุผลแค่ความสวย แต่เพราะมีโอกาสเจอกันตามงานสังคมต่างๆ เหมือนเพื่อนในวงการบันเทิงทั่วไป พอได้คุยกันมากขึ้นจึงรู้สึกคลิก"
นัท : "น่าจะเป็นรุ่นพี่มากกว่าเพื่อนนะ (อั้มบอกว่า อุตส่าห์หลีกคำนั้น) ตอนแรกเราแค่ทักทาย พูดคุยกันธรรมดา จนได้เจอกันบ่อยขึ้นทั้งตามงานสังคมและในงานบุญ เพราะนัทนับถือหลวงปู่แลที่วัดพระทรง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งอั้มก็เป็นลูกศิษย์ของท่าน จึงเป็นอีกจุดเชื่อมโยงที่เราได้ชวนกันไปทำบุญบ้าง"

นัทเริ่มใจอ่อนตอนไหน
นัท : "บอกไม่ถูก นัทมองในภาพรวมมากกว่า เข้ามาเพราะอะไร ชอบเราแบบไหน ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะยอมเปิดใจ หรือไปไหนด้วยเป็นเรื่องเป็นราว เพราะคนวงการบันเทิงเวลาเดินอยู่กับใครมักเป็นข่าวเชิงลบ บางทีสื่อจับให้เป็นแฟนกันเสร็จสรรพ นัทจึงต้องระวัง ซึ่งอั้มก็เข้าใจ ไม่ได้ตามตื๊อ บางวันคุยกันแค่ 2-3 คำ พอเขารู้ว่าเรายุ่งอยู่เขาจะบอกว่า ถ้าอย่างนั้นแค่นี้นะครับ ไม่เคยทิ้งความรู้สึกให้เราอึดอัดต่อ แต่ตอนแรกดูไม่ออกจริงๆ ว่าอั้มจีบ พูดตรงๆ ว่าไม่ได้อยู่ในสายตาเลย" (หันไปส่งยิ้มกวนๆ ให้อั้ม)

อั้ม : "ตอนแรกผมไม่กล้าจีบเพราะเขาเป็นรุ่นพี่ เป็นเพื่อนของพี่แอน ทองประสม เราเห็นเขาตั้งแต่เด็กๆ (นัทแซวว่าแรงตรงนี้) พอวันหนึ่งที่เรารู้สึกดี จึงไม่อยากจู่โจมให้เขากดดัน ผมไม่เคยนั่งนับว่า หนึ่งเดือนผ่านไป ความสัมพันธ์ของเราต้องคืบหน้าไปแค่ไหน แค่รู้สึกว่าอยากทำสิ่งดีๆ ให้เขาไปเรื่อยๆ"

นัท : "เลยกลายเป็นว่า นัทชอบเขาโดยไม่รู้ตัว อู้ย..." (นัทพูดเองเขินเอง แล้วเอนไปซบแขนอั้ม)

ถ้าอย่างนั้นตอนไหนที่นัทรู้สึกว่า รักผู้ชายคนนี้แล้วล่ะ
นัท : นัทว่าคงเป็นรักซึมลึกมั้งคะ แต่เกิดจากความคิดที่มีสติรอบคอบนะ เพราะนัทแอบเก็บข้อมูลของเขาตลอด สิ่งที่อั้มทำเป็นทั้งคะแนนและความรู้สึกดีๆ ของนัทที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ตัดสินใจว่า จะเป็นไรล่ะ ถ้าเราจะคบผู้ชายดีๆ คนนี้ นัทไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ปัจจุบันเรามีความสุขมาก ถึงแม้มีคนพูดเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเขามาให้เราคิดพิจารณาบ้าง แต่ในที่สุด นัทขอมองอั้มในมุมมองของตัวเอง เพราะถ้ามัวแต่ฟังเสียงเล่าลือ คงไม่ยุติธรรมสำหรับเราทั้งสองคน"

นัท มีเรีย อั้ม อธิชาตินัท มีเรีย อั้ม อธิชาติ

ขอย้อนไปนิด นัทกดดันไหมที่มีรุ่นน้องมาขายขนมจีบ
นัท : ประหลาดใจมากกว่า มีคนอายุน้อยกว่าเยอะมาชอบเราด้วย (หัวเราะ) อั้มอ่อนกว่านัท 6 ปี แต่ไม่รู้สึกกดดัน อาจเพราะเขาโตกว่าอายุมาก ความคิดเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผลมากกว่านัทด้วยซ้ำ รูปร่างก็แมน ปกป้องเราได้ สำคัญที่สุดคือ พอคุยด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องประดิษฐ์ใส่กัน"

ฝั่งอั้มล่ะ มองเรื่องที่คุณนัทผ่านการใช้ชีวิตคู่มาแล้วอย่างไร
อั้ม : "ผมไม่เคยนำเรื่องในอดีตมาคิด เพราะสิ่งที่ทำให้คนเราอยู่ด้วยกันได้ คือความสวยงามในจิตใจ ซึ่งมีค่ามากกว่ารูปลักษณ์ หรือเรื่องภายนอกต่างๆ เราจึงไม่เห็นความสำคัญที่ต้องมาถามถึงอดีตของอีกฝ่าย ถ้ามีบ้าง คงเป็นผมที่อยากเล่าเรื่องสมัยที่ยังเป็นวัยรุ่นเซี้ยวๆ ว่าทำอะไรมาบ้าง ซึ่งคุณนัทจะฟังเป็นเรื่องขำๆ เพราะรู้ว่าอดีตเป็นบทเรียนและประการณ์ที่สอนเรา และทุกอย่างคือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ผมกับคุณนัทขออยู่กับปัจจุบัน และสิ่งที่จะทำให้ดีขึ้นได้คืออนาคตต่างหาก

หรือการที่คุณนัทโตกว่า ผมว่าเป็นข้อดีนะ ทำให้ความคิดเขาเป็นผู้ใหญ่ ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นตรงนั้น ซึ่งไม่ใช่ความอบอุ่นแบบที่ได้อยู่ใกล้พี่นะ (นัทหัวเราะ) สำหรับผู้ชาย บางวันที่เราเจอเรื่องแย่ๆ ก็ต้องการคนที่ช่วยปลอบและให้คำปรึกษาที่ดีได้ ซึ่งคุณนัทเป็นแบบนั้น และตั้งแต่แรกที่คุยกัน ผมก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องอายุอยู่แล้ว พอตัดคำว่าพี่ออกไป ทุกอย่างก็ปกติ"

ถ้าอย่างนั้นตอนนี้อั้มเรียกนัทว่า...
อั้ม : ตอนนี้ผมเรียก ‘มีเรีย' กับ ‘น้องเป็ด' (ยิ้มเขิน) ด้วยความอยากแหย่ คู่เราไม่ได้หวานจ๋า จะแกล้งกันตลอด บางครั้งเหมือนเป็นเพื่อน เพราะบางมุมคุณนัทก็เหมือนเด็กๆ เป็นตัวการ์ตูนทวีตตี้ที่ชอบเล่นซน ก๋ากั่น อาจเพราะเป็นลูกสาวคนเดียว ตอนเด็กๆ คงถูกแม่ขังไว้ในบ้านไม่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อน"
นัท : อั้มมีสรรพนามเหมือนกัน คือ "คอง" มาจากคิงคอง เพราะขนาดตัวใกล้เคียงขึ้นทุกวัน (หัวเราะ) หรืออีกแบบคือ ‘บี้' ย่อมาจากเบบี้ ชอบเรียกกันสั้นๆ แบบนี้ ง่ายดี"

อั้มเรียกนัทว่า ‘บี้' ด้วยหรือเปล่า
"อื้ม...เรียกครับ"

มุมหวานๆ ของนัท-อั้มเป็นอย่างไร
นัท: "อั้มหวานนะ ถ้าวันไหนนัทเครียด เขาจะรู้อารมณ์เราได้ทันที ถือเป็นผู้ชายที่เข้าใจผู้หญิงดีมาก อั้มจะเข้ามาลูบหัว ทำให้นัทสบายใจว่ามีคนอยู่ข้างๆ ซึ่งเขาน่ารักแบบนี้ทุกวัน" (ยิ้ม)
อั้ม : ความหวานของคู่เราคือ การเอาใจใส่ หรือถ้ามีวันพิเศษอย่างวันเกิด เราจะวางแผนเซอร์ไพรส์กันเสมอ"

นัท : "วันเกิดนัทปีหนึ่ง อั้มเตี๊ยมกับญาติของนัท แอบสั่งดอกไม้กับลูกโป่งสีที่เราชอบมาเต็มบ้าน ยังจำได้ว่า พอเปิดไฟปุ๊บ เห็นอั้มกับทุกคนยืนอยู่ รายล้อมด้วยลูกโป่งเต็มไปหมด พอเดินเข้าไปในห้องยิ่งตกใจ เพราะมีลูกโป่งรูปผู้หญิงขนาดใหญ่กว่าตัวนัท มีดอกไม้อยู่ทุกมุม เซอร์ไพรส์มาก ไม่คิดว่าเขาจะทำให้เราขนาดนี้ น้ำตาซึมเลยล่ะ พอถึงวันเกิดของอั้ม นัทจึงตั้งใจเซอร์ไพรส์คืน แต่เอาเข้าจริง ทำแผนพังแบบไม่น่าให้อภัย"

อั้มเล่าให้ฟังหน่อย
อั้ม : "วันนั้นผมถ่ายละครอยู่ต่างจังหวัด คุณนัทโทร.มาบอกว่า จะรออยู่ที่บ้าน แต่ความจริงเขาแอบรออยู่ที่สนามบิน แล้ววางแผนเซอร์ไพรส์ไว้ 2 ชั้น ขั้นแรกให้เพื่อนผมซ่อนอยู่ที่ประตูผู้โดยสาร แล้วโผล่ออกมาแฮปปี้เบิร์ทเดย์ ส่วนคุณนัทเป็นก๊อกสอง ถือเค้กกับดอกกุหลาบรออยู่ในรถ พอผมเปิดประตูจะได้ประหลาดใจ แต่สรุปว่า พลาดตั้งแต่ด่านแรก เพราะผมเดินออกคนละประตูกับที่เพื่อนรอ พวกนั้นก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องเส้นทางเลยว่า ประตูที่ออกง่ายๆ คือประตูไหน แถมยืนคุยโทรศัพท์กันเพลิน ไม่ได้สนใจว่าผมออกไปแล้ว พอผมเดินมาถึงรถ ภาพที่เห็นคือ เพื่อนคนหนึ่งนั่งหลบอยู่ล้อรถ อีกคนยืนอยู่มุมเสา พอไปถึงรถคุณนัทซึ่งไม่ได้รับสัญญาณจากเพื่อนจึงยังไม่ได้จุดเทียนที่เค้ก สุดท้ายทุกอย่างจึงต้องลัดขั้นตอน พอผมเปิดประตูปุ๊บ เขาก็ร้อง ‘เฮ้ แฮปปี้เบิร์ทเดย์' รู้ทีหลังว่าคุณนัทเม้งทีมนิดหน่อยว่า ไม่โอเปอร์เรตกันเลย

นัท มีเรีย อั้ม อธิชาตินัท มีเรีย อั้ม อธิชาติ

หวานแบบนี้ทะเลาะกันบ้างไหม
อั้ม : "เชื่อไหมว่า ไม่เคย เราไม่ได้ตกลงหรือตั้งใจให้เป็นแบบนี้ แต่ไม่เคยทะเลาะ หรืองอนกันก็ไม่เคยมี"
นัท : "อาจเพราะ ถ้ามีเรื่องข้องใจนิดหนึ่ง อั้มจะตอบแบบที่ไม่ต้องสงสัย นัทจึงไม่เคยต้องมีคำถามต่อ ขณะที่บางคนอธิบายอย่างไรก็ไม่เคลียร์ หรือถ้าครั้งใดที่นัทเจอเรื่องไม่สบายใจแล้วออกอาการเม้ง เขาจะแกล้งแหย่ให้กลายเป็นเรื่องขำๆ จากที่นัทกำลังปรี๊ดๆ จึงกลายเป็นหัวเราะ ซึ่งการที่เขาเป็นแบบนี้ช่วยให้นัทใจเย็นขึ้น เพราะยอมรับว่าธรรมชาติของตัวเองคือ โกรธง่าย หายเร็ว ขอให้ได้โวยวายไว้ก่อน"

"ส่วนอั้มใจเย็นมาก นัทแทบไม่เคยเห็นเขาโมโห มีแค่เรื่องเดียวที่เขาจะไม่ยอมคือ โดนขับรถปาดหน้า เขาจะโมโหมาก แล้วเร่งเครื่องแซงเพื่อมองหน้าคนขับ แรกๆ แอบกลัวเหมือนกัน เกิดเขาเลือดขึ้นหน้าจะทำอย่างไร แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องรุนแรง อั้มแค่ทำให้รู้ว่าคุณทำไม่ถูกนะ"

อั้ม : "ผมไม่ชอบคนเห็นแก่ตัว กับคนไม่มีน้ำใจ เวลาขับรถแล้วเจอคนมักง่ายจึงไม่ชอบ น่าหงุดหงิด แต่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้นครับ"

นี่คือส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์หวานๆ จากคู่รักต่างวัย ที่เรื่องของอายุไม่ใช่อุปสรรคเลย ทิชชี่ขอให้ความรักหวานๆ ของทั้งคู่เป็นเช่นนี้ตลอดไปนะคะ ขอให้มีข่าวดี ประกาศแต่งงานในเร็ววัน ทิชชี่และทีมงาน Sanook! Women รอลุ้นอยู่นะคะ  ❤❤❤

ขอบคุณข้อมูลประกอบ : นิตยสาร แพรว ฉบับ 779
ขอบคุณภาพประกอบ : อินสตาแกรม myriabenedetti, atichart7

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!