กินนิวทริไลท์ ใช้อาร์ทิสทรี เคล็ดลับที่ทำให้ดูดีในทุกวัน

กินนิวทริไลท์ ใช้อาร์ทิสทรี เคล็ดลับที่ทำให้ดูดีในทุกวัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์สุขภาพและความงามเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกันมาก ดังนั้น การเสาะแสวงหาเคล็ดลับกินยังไงให้สุขภาพดี ออกกำลังกายด้วยวิธีไหนถึงจะเบิร์นได้แบบสุดๆ บำรุงผิวด้วยอะไรถึงจะได้เป็นเจ้าของหน้าใสๆ แต่งหน้าแล้วสวยไปตลอดวัน เรื่องราวเหล่านี้หาอ่านที่ไหนก็ได้ แต่จะให้ได้ผลดีและยั่งยืนจริงๆ อยู่ที่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี มีแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ถึงจะช่วยให้คุณสวยดูดีทั้งภายในและภายนอกอย่างแท้จริง

และถ้าพูดถึงชื่อแบรนด์ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สกินแคร์ และเครื่องสำอางที่ดีจนหลายคนบอกต่อ ชื่อของ นิวทริไลท์ และ อาร์ทิสทรี ก็จัดอยู่ในอันดับต้นๆ เพราะคนรักสุขภาพทั่วโลกต่างก็วางใจเติมเต็มช่องว่างทางโภชนาการ ให้สุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ และดูแลผิวให้แลดูสุขภาพดีด้วยอาร์ทิสทรีควบคู่กันไป

ว่าแต่ทั้งนิวทริไลท์และอาร์ทิสทรี ดีอย่างไร ไปไล่ดูตั้งแต่จุดเริ่มต้นและที่มาของวัตถุดิบกันเลยดีกว่า จะได้รู้ว่าของเขาดีจริง

จุดกำเนิดของนิวทริไลท์ต้องย้อนไปตั้งแต่ปี 1915 เมื่อ คาร์ล เรห์นบอร์ก ซึ่งต่อมาคือผู้ก่อตั้งนิวทริไลท์ ได้สังเกตเห็นผลของการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนรอบข้าง คาร์ลจึงเริ่มทำการทดลองโดยสกัดสารอาหารจากพืชหลากหลายชนิดและทำให้เข้มข้นขึ้น และในปี 1934 คาร์ล เรห์นเบอร์ก ได้เปิดตัว “นิวทริไลท์” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินรวมและเกลือแร่ในสหรัฐอเมริกา

“นิวทริไลท์” ดียังไง? ดีเพราะมีส่วนผสมของ “ไฟโตนิวเทรียนท์” ที่ได้มาจากวัตถุดิบหลักในฟาร์ม ออร์แกนิคของนิวทริไลท์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพาะปลูกโดยไม่ใช้ยาปราบศัตรูพืชและสารเคมีที่เป็นอันตราย ใช้วิธีให้ “ธรรมชาติดูแลธรรมชาติ” เพื่อให้เกิดความสมดุลที่เอื้อต่อผลผลิตในฟาร์ม เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์พืช และเลือกพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมที่สุดในการเพาะปลูกพืชแต่ละชนิด ปัจจุบันฟาร์มออร์แกนิคของนิวทริไลท์มีทั้งหมด 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ มีพื้นที่รวมกว่า 15,000 ไร่ ทั้งในบราซิล เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา          

ความเก๋เวอร์ของพันธุ์พืชต่างๆ ในฟาร์มออร์แกนิคของนิวทริไลท์ คือ มีสูติบัตรเป็นของตัวเอง! ใช่แล้ว ทุกต้นมีใบเกิดจ้า ทั้งนี้ก็เพื่อบันทึกทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มปลูก เก็บเกี่ยว ขนส่ง จนเข้าสู่กระบวนการผลิตในขั้นตอนสุดท้าย

อย่างที่บอกว่า ทีมวิจัยของนิวทริไลท์เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือ การให้ธรรมชาติดูแลกันเอง ฟาร์มออร์แกนิคของที่นี่จึงมีผู้พิทักษ์ฟาร์มคอยดูแล และเหล่าผู้พิทักษ์ทั้ง 5 สหายนั้น ได้แก่ ด้วงเต่า ไส้เดือน แกะ นกฮูก และเหยี่ยว ที่แบ่งงานกันเองตามธรรมชาติ แต่ละตัวก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป แต่เมื่อรวมๆ กันแล้วก็กลายเป็นการรักษาสมดุลธรรมชาติที่ดีที่สุด มั่นใจได้เลยว่าที่นิวทริไลท์ได้ส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคจริงๆ

นอกจากฟาร์มออร์แกนิคของนิวทริไลท์ทั้ง 4 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบอันทรงคุณค่าแล้ว ที่ ศูนย์วิจัยพฤกษศาสตร์แอมเวย์ (Amway Botanical Research Center: ABRC) เป็นอีกต้นกำเนิดผลิตภัณฑ์ดีๆ ของแอมเวย์ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่นักวิทยาศาสตร์แอมเวย์ทำการศึกษาวิจัยพืชที่เป็นยาแผนโบราณของจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) หลายชนิด เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและความงามอีกด้วย

มาไขความลับในเครื่องสำอางอาร์ทิสทรีกันต่อ รู้หรือไม่ว่ากว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ 1 ชิ้น นักวิทยาศาสตร์อาร์ทิสทรีได้เสาะแสวงหาและคัดเลือกวัตถุดิบจากทั่วโลก เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในสกินแคร์ที่ช่วยจัดการปัญหาผิวอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่วนผสมสำคัญจากฟาร์มออร์แกนิคของนิวทริไลท์อย่าง อะเซโรลา เชอร์รี ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญในหลายผลิตภัณฑ์ของอาร์ทิสทรี

นอกจากนั้น อาร์ทิสทรียังเป็นเจ้าสิทธิบัตรเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย และมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำ มีจุดด่างดำ ผิวมีริ้วรอย หย่อนคล้อย รวมถึงมีผลิตภัณฑ์ที่เป็น Personalization ที่ให้ผู้บริโภคเลือกสูตรส่วนผสมเอง เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะของผู้หญิงแต่ละคนด้วย จึงทำให้อาร์ทิสทรีเป็นแบรนด์เครื่องสำอางพรีเมียมอันดับ 1 ของประเทศไทย (ที่มา: Euromonitor International Limited)

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของความใส่ใจในทุกขั้นตอนการเพาะปลูก สู่การค้นคว้าวิจัย ทดสอบผลิตภัณฑ์ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์นิวทริไลท์กว่า 11,000 ล้านเม็ด และผลิตภัณฑ์ดูแลเรือนร่างและผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรีกว่า 194 ล้านชิ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จำหน่ายทั่วโลกในแต่ละปี

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amway.co.th หรือทำความรู้จักฟาร์มออร์แกนิคของนิวทริไลท์ แหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์นิวทริไลท์และอาร์ทิสทรีได้ที่นี่

(Advertorial)