“Botox” … I need you หรือว่าคุณคือ คุณนายโบท็อกซ์

“Botox” … I need you หรือว่าคุณคือ คุณนายโบท็อกซ์

หลังจากที่ชมละครเรื่องหนึ่งจบไป คำว่า "โบท็อกซ์" ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหู และเริ่มรู้จักในแวดวงสาวๆ และหนุ่มๆ ที่ต้องการให้ผิวพรรณ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า "ตึงเปรี๊ยะ" คงความอ่อนเยาว์ไปอีกหลายปี ทำให้หลายคนเริ่มค้นหาข้อมูลกันตาตั้ง ไม่พ้นแม้กระทั่งหัวหน้าแผนกของเรา ที่เกิดคำถามว่า โบท็อกซ์ ร้อยไหมคืออะไร ทำที่ไหนดี ราคาแพงหรือเปล่า ข้อดีข้อเสียมีไหม เจ็บมากหรือเปล่า และอีกสารพัดคำถาม ทำให้การค้นหาคำตอบของเหล่าบรรดาพนักงานในออฟฟิศเริ่มต้นขึ้น...Start!

"Botox"... I like it
การฉีดโบท็อกซ์ (เจ็บธรรมดา) เป็นการทำสวยอันดับต้นๆ ที่เราได้ยินบ่อยๆ ซึ่งสมัยก่อนในวงการแพทย์เขาใช้วิธีการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อคลายกล้ามเนื้อของคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อต่างๆ แต่หลังจากนั้นก็นำมาใช้ในวงการความงาม โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องการลบรอยยับย่นบนใบหน้า อาทิ รอยตีนกา รอยย่นบนหน้าผาก และคิ้วย่น เป็นต้น แต่ข้อเสียของมันก็คือ อยู่ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นก็ต้องมาฉีดเพิ่มเรื่อยๆ ระยะเวลาพักฟื้นก็ไม่นานเกินรอ ส่วนเรื่องราคาก็ประมาณยูนิตละ 300 บาท ขวดละประมาณ 30,000 บาท จะใช้ขนาดไหน ก็ต้องดูความต้องการของเราและปริมาณของรอยยับบนใบหน้าของเรานั่นเอง

Filler ... I love it
การฉีดฟิลเลอร์ (เจ็บเพิ่มขึ้น) คำนี้เราได้ยินทีไรก็แอบผวาทุกที ก็เพราะมีข่าวที่ว่า ฉีดฟิลเลอร์ที่สะโพกแล้วเสียชีวิตยังตามหลอกหลอน แต่เอาเป็นว่า ก็ต้องหาข้อมูลเพื่อมาประกอบการตัดสินใจ ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ที่ว่านี้ ส่วนใหญ่แล้ว เขาไว้เติมร่องแก้ม และเสริมจมูกให้โด่ง โดยการฉีดตัวยาเข้าไปบริเวณที่ต้องการแล้วหมอก็จะปั้นๆ ให้ได้รูป แต่ก็ไม่ได้ฉีดครั้งเดียวแล้วจบนะ เพราะมันอยู่ได้ประมาณ 1 ปีสำหรับบ้านเราที่มีอากาศร้อน แต่หากทำแล้วไปอยู่เมืองนอกอากาศหนาวก็จะอยู่ได้นานถึง 2 ปี ซึ่งมันจะดีหรือไม่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป เพราะหากเลือกแบบถูกหรือฉีดกับหมอเถื่อน คุณภาพของฟิลเลอร์อาจจะไม่ดี หากไม่ชำนาญเวลาฉีดแล้วพลาดเข้ากระแสเลือด ก็จะทำให้ไปอุดตันในเส้นเลือด หัวใจหรือสมองได้ นอกนั้นคงเป็นเรื่องที่ทำแล้วมีรอยช้ำเล็กน้อย แต่ไม่นานก็หายไปได้เร็ว โดยราคาเริ่มต้นที่ประมาณซีซีละ 18,000 บาทกับการตัดสินใจเติมเต็มบางอย่างให้กับชีวิต

Thread Lift ... I want it
การร้อยไหม (เจ็บมาก) นับว่าเป็นนวัตกรรมความงามตัวล่าสุดที่ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีอายุระหว่าง 30-40 ปี เวลาร้อยไหมแล้วจะเห็นผลชัดเจนที่สุด เพราะความหย่อนคล้อยยังไม่มากเท่าไหร่ ทำแล้วหน้าก็ตึงเปรี๊ยะ ริ้วรอยหายวับได้ทันใจ โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีรอยแผล และอยู่ได้ค่อนข้างนานประมาณ 2 ปี ดำเนินการร้อยไหมเพียงไม่นานเกินรอ ด้วยการใช้ไหมละลายเข้าไปร้อยถักทอตามเนื้อเยื่อผิว เพื่อให้มันตึงกระชับ ทำทีละเส้นจนครบบริเวณที่เราต้องการ หากหัวหน้าแผนกจะยกกระชับทั้งหน้า จะต้องร้อยไหมตั้งแต่ 40-100 เส้นเลยทีเดียว และยังเห็นผลชัดเจนหลังจากร้อยไหมอีกด้วย แต่ขอบอกว่า จะเกิดรอยช้ำค่อนข้างมาก แต่ใช้เวลาพักฟื้นนานสุดเพราะช้ำเยอะ ส่วนเรื่องของราคาก็ไม่ต้องเป็นห่วง ราคาประมาณเส้นละ 4-800 บาท ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไหม หากอยากสวยเร็วทันใจก็ต้องจำใจทนจ่ายกันเลยทีเดียว

But, I'm afraid
ในขณะที่หลายคนเลือกสวยอย่างเร่งด่วน ก็มีหลายคนที่อยากจะสวยแบบธรรมชาติไปตามกาลเวลาของมัน แต่เพียงช่วยดูแลตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น ไม่ปล่อยหน้ายับหรือผิวพรรณโทรมหมดออร่า ด้วยการกินอาหารจำพวกผัก ผลไม้และอาหารที่มีไขมันต่ำ เพิ่มการกินเมล็ดธัญพืชหรือถั่วเข้าไป เพราะมันอุดมไปด้วยวิตามินเอ ซีและอี ที่จะทำให้ผิวเราแข็งแรงมากขึ้น ทั้งยังสามารถปกป้องผิวสวยใสจากแสงแดดได้ด้วย แล้วก็ต้องออกกำลังกายให้เหงื่อออก เพราะสารพิษในร่างกายของเราจะได้ออกมาเร็วๆ ที่สำคัญก็ต้องบำรุงใบหน้าด้วยโลชั่น ครีม มาร์กหน้าบ้างอะไรบ้าง นวดหน้านวดตัวบ้าง และทำความสะอาดผิวหน้าอย่างต่อเนื่อง ห้ามปล่อยปละละเลยเด็ดขาด

คำตอบคงเห็นได้ว่าใครจะเลือกสวยแบบไหน สวยด้วยมือหมอ หรือสวยด้วยตัวเอง ตามงบประมาณในกระเป๋า และตามความจำเป็นที่ต้องสวยขนาดนั้น สำหรับหัวหน้าแผนกที่ต้องอาศัยหน้าตาในการดูแลลูกค้าแล้ว เธอเลือกสวยด้วยหมอ ส่วนสาวออฟฟิศที่นั่งสวยๆ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์อาจจะเลือกสวยจากภายในสู่ภายนอกก็ไม่เลวเหมือนกันนะจ๊ะ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!