ความลับใต้ “หมวกแดง” และยูนิฟอร์มแอร์เอมิเรตส์ ที่สาวๆ ใฝ่ฝันอยากสวมใส่

ความลับใต้ “หมวกแดง” และยูนิฟอร์มแอร์เอมิเรตส์ ที่สาวๆ ใฝ่ฝันอยากสวมใส่
S! Women (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

"แอร์โฮสเตส" เป็นอาชีพในฝันอันดับต้นของสาวๆ เลยก็ว่าได้ แต่การจะเข้าสู่สายอาชีพนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด ไม่ได้สวยงามอย่างที่ฝัน โดยเฉพาะ สายการบินเอมิเรตส์ สายการบินอันดับโลกด้วย วันนี้ Sanook Women มีโอกาสได้คุยกับ "คุณน้ำฝน ศิริกุล" สาวเอมิเรตส์ผู้ที่มักแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการเป็นลูกเรือ การเตรียมตัว กว่าจะได้มาเป็นลูกเรือของเอมิเรตส์ บนเฟซบุ๊ก NmfonStories สาวๆ ที่มีความฝันอยากจะติดปีกบินอย่ารอช้า ตามมาดูข้อมูลแน่นๆ จากเธอได้เลย

เคยมีเรื่องที่น่าประทับใจเกี่ยวกับหมวกแดงของคุณบ้างไหม
ก่อนหน้าที่ฝนจะเข้ามาทำงานเป็นแอร์ของเอมิเรตส์ ฝนเคยแอบตัดต่อรูปตัวเอง กับหมวกแดงของเอมิเรตส์ด้วยนะคะ5555555 ซึ่งเชื่อว่าสาวๆ ที่อยากเป็นแอร์ของสายการบินนี้ หลายๆ คนน่าจะเคยลองทำกันอยู่เหมือนกัน

และถ้าจะให้พูดถึงความประทับใจบนไฟลท์ ฝนมักจะมีโอกาสถ่ายรูปให้กับผู้โดยสารไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แล้วลองให้เขาได้สวมหมวกแดงของเราค่ะ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง เวลาเค้าใส่หมวกแล้วแววตาเค้าเป็นประกายมากๆ เลยล่ะค่ะ เคยมีน้องคนนึงบอกกับเราว่า "You are very kind and beautiful. When I grow up, I would like to be a flight attendant like you" โอ้โห ฟังแล้วยิ้มแก้มแตกเลยค่ะ 5555 ถึงแม้จะไม่รู้ว่าในอนาคต น้องคนนั้นจะมาเป็นลูกเรือหรือไม่ แต่เรารู้สึกดีใจนะคะ ที่ได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับเขาในวันนั้น

 
สีแดงคือโทนสีหลักของยูนิฟอร์ม รวมไปถึงสีปากด้วย เวลาแต่งหน้าต้องแต่งสไตล์ไหน 
ลูกเรือเอมิเรตส์จะได้รับการเทรนมาเพื่อให้แต่งกายอย่างถูกต้องและเหมาะสมค่ะ พวกเราเป็นเหมือนตัวแทนของกลุ่มประเทศอาราเบีย จึงจำเป็นที่จะต้องแต่งกายให้สุภาพเพื่อเป็นการเคารพต่อประเทศกลุ่มอาราเบีย สีแทนนั้นเปรียบเหมือนทะเลทรายและอากาศอันอบอุ่นของภูมิภาค ผ้าห้อยหมวก หรือ Scarf เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมอาหรับ และการใส่หมวกที่ดีนั้น ควรใส่ไว้ตรงกลางและเอียงด้านหน้า ซึ่งทรงผมเองก็จะเป็นตัวที่บอกให้รู้ว่าใส่ถูกหรื อเปล่า  อย่างเช่นถ้าสมมุติว่าใส่หมวกแล้วหมวกเอียง ก็แปลว่าทำผมสูงเกินไปค่ะ และส่วนปลายของ Scarf ควรม้วนรอบหลังคอและยัดส่วนท้ายเข้าไปในช่องของ Scarf แบบหลวมๆ ค่ะ

และถ้าให้ฝนพูดถึงโทนการแต่งหน้าแบบฉบับลูกเรือเอมิเรตส์ คือเราจะไม่ได้โบกอะไรกันแน่นเลยนะคะ ทางเอมิเรตส์เองก็ชอบการแต่งหน้าแบบลุคธรรมชาติๆ และสามารถใช้เครื่องสำอางแบรนด์ไหนก็ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่แต่งหน้าก็ได้นะคะ เพราะมีมาตรฐานการแต่งหน้าจากเมิเรตส์เองอยู่แล้วว่าอย่างน้อยจะต้องแต่งอะไรบ้าง  และในส่วนอื่นๆ ก็จะมีอย่างเช่น ลูกเรือสามารถทาลิปสีแดงเพื่อสื่อถึงแบรนด์เอมิเรตส์ แต่จะเป็นสีแดงเฉดไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับสีผิวของแต่ละคนเลยค่ะ อย่างการทาเล็บก็เหมือนกัน จะทาใสๆ ก็ได้ หรือจะทาสีแดง ไม่ก็เป็นแบบ French polish ก็ได้เหมือนกันค่ะ ตามมาตรฐานแล้ว จะมีที่จำเป็นจริงๆ ดังนี้ค่ะ


1. รองพื้น (Foundation) : แน่นอนค่ะว่า ผิวหน้าจะต้องเรียบเนียน แต่ดูเป็นธรรมชาติ จะแต่งแบบ Matte หรือ Dewy ก็ได้นะคะ แล้วแต่ชอบเลย ถ้าเป็นลูกเรือโซนยุโรป ก็จะชอบลงรองพื้นแมทๆ ไฮไลท์ เฉดดิ้ง คอนทัวร์เข้มๆ แต่ถ้ามองมาทางฝั่งลูกเรือเอเชียอย่างเราๆ แล้วล่ะก็ จะชอบผิวหน้าแบบ Natural look ผิวฉ่ำวาว เฉดดิ้ง ไฮไลท์บางๆ พอประปรายค่ะ ส่วนตัวฝนเองก็ได้ลองใช้มาตั้งแต่ราคาหลักร้อย ไปถึงหลักพันเลยละค่ะ

2. แป้ง (Powder) : แป้งที่ใช้ ฝนจะแยกเป็น 2 ประเภทนะคะ คือแป้งฝุ่นโปร่งแสง กับแป้งอัดแข็ง ซึ่งแป้งฝุ่นโปร่งแสง ฝนจะเลือกใช้ในวันที่ไปบินสั้นๆ คือลงรองพื้นแล้ว แล้วปัดๆ แป้งฝุ่นกรุบๆ เพื่อไม่ให้เครื่องสำอางอุดตันบนใบหน้ามากจนเกินไป ส่วนวันไหนที่บินยาวๆ เป็น ULR flight เกิน10ชม. เนี่ย ฝนก็จะตบแป้งอัดแข็งผสมรองพื้นค่ะ เพื่อให้มีความติดทนนานอยู่ยาวจนกระทั่ง Landing กันไปเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ใช้เฉดสีที่เหมาะกับสีผิวของเราด้วยค่ะ

3. อายแชโดว์ และ อายไลเนอร์ (Eyeshadow and Eyeliner) : ตอนที่เรียนคลาสแต่งหน้า คุณครูก็จะสอนให้ใช้สี Basic ที่เป็นพื้นฐานก็คือเป็นแนว Earth Tone น้ำตาล ครีม ค่ะ เกลี่ยๆ ให้เป็น Smokey Eyes ฟุ้งๆ ได้นะคะ แต่ต้องไม่ดำปี๋จนเกินไปค่ะ เพราะมันจะไม่เข้ากับ Uniform ในส่วนของEyelinerก็ควรเป็นสีดำไม่ก็น้ำตาลค่ะ

4. มาสคาร่า (Mascara) : ขนตาปัดฟุ้งๆ ไปได้เลยค่ะ แต่ๆๆ ห้ามต่อขนตาปลอมนะคะ เนื่องจากคุณครูเคยบอกว่า เขาป้องกันในกรณีที่เราเสิร์ฟอาหารผู้โดยสาร แล้วเกิดกาวไม่แน่น ขนตาร่วงหลุดใส่อาหารของผู้โดยสาร มันจะไม่ถูกสุขลักษณะ อีกทั้งถ้าขนตาพะเยิบ หลุดข้างติดข้าง มันก็จะดูไม่ Professional ด้วยค่ะ ไม่ได้เลยย 5555 ซึ่งสีที่ควรใช้ก็จะมีสีดำกับสีน้ำตาลเท่านั้นค่ะ

5. ที่เขียนคิ้ว (Eyebrows) : เพราะคิ้วคือมงกุฏของหน้า คือต้องมีคิ้วนะคะ แต่ว่า ห้ามสักโดยเด็ดขาดค่ะ เพราะถือว่าเป็นการสักนอกร่มผ้า (แต่ถ้าเป็นในร่มผ้า ทางสายการบินของเรา อนุญาตนะคะ) ซึ่งคิ้วก็กันให้เป็นทรงและควรมีสีที่ตรงกับสีผมด้วยค่ะ

6. ที่ปัดแก้ม (Blush) : สีของแก้ม ก็ลองแต่งให้เข้ากับสีตาค่ะ ส่วนมากเน้นไปทางโทนส้มน้ำตาล ไม่ชมพูแดงจ๋ามาก เพราะจะไม่เข้ากับสีตา (ถึงแม้ว่าปากจะสีแดงก็ตาม แต่เดี๋ยวมันจะแดงไปซะหมด) แล้วก็ควรใช้ตัวที่เหมาะกับสีผิวของเราด้วยเช่นกันค่ะ

7. ลิปสติก (Lipstick) : ก็จะมีหลายแดง หลายเฉด แต่ที่เอมิเรตส์คืออนุญาตโทนเดียวเลยค่ะ คือ แดงค่ะ แต่จะเป็นแดงมากแดงน้อย เดี๋ยวรออ่านในคำถามข้อถัดไปนะคะ ซึ่งสำหรับตัวฝนเองฝนจะชอบทาสีแดงสว่างๆและสีแดงเข้มๆ เพราะจะช่วยทำให้ฟันของฝนดูขาวขึ้น แลดูสุขภาพดีค่ะ จึงไม่ค่อยถนัดทาสีแดงอมส้นหรือ แดงชมพูเท่าไหร่


ปากแดงต้องแรงเบอร์ไหนถึงจะเข้ากับยูนิฟอร์มแอร์เอมิเรตส์
แรงเบอร์ไหน?? อืมมมม ก็ถ้าไม่แดงคือไม่มีแรงเสิร์ฟเลยล่ะค่ะ 55555 ล้อเล่น!!~ อย่างที่บอกนะคะ ว่า ปากนั้นโทนแดง only! แต่จะแดงมากแดงน้อยนี่ก็ขึ้นอยู่กับที่สีผิวด้วยค่า


ชุดยูนิฟอร์มที่คุณได้รับมานั้น มีอายุการใช้งานนานแค่ไหน และต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน เวลาทำความสะอาดต้องมีเทคนิคพิเศษอะไรไหม
บริษัทจะกำหนดระยะเวลาในการ Return อยู่ที่ประมาณ 1-2 ปี จนกว่าจะเปลี่ยนเซตใหม่ของ Uniform แต่ละอย่างไม่เท่ากัน

แต่ถ้าหากว่าใครอยากได้ชุดใหม่ก่อน หรืออยากได้เพิ่มเติม ก็สามารถไปที่แผนก Image and Uniform และ Order ได้ค่ะ เราก็จะจ่ายเงินในส่วนนั้นเอง ซึ่งจะคิดเป็น Salary Deduction หรือการเอาไปหักที่เงินเดือนค่ะ

ส่วนเทคนิคในการทำความสะอาด จริงๆ แล้วบริษัทจะมีแผนก Laundry ให้ส่งผ้านะคะเพื่อรักษามาตรฐานความสะอาด เพราะเขาจะ Dry Cleaning ให้หมดเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นอย่างอื่น เช่น หมวก ฝนก็จะมีแปรงที่ใช้ปัดฝุ่นกับหวีขนกำมะหยี่ของหมวก ให้เรียบไม่เป็นขุยค่ะ แล้วก็จะติดเทปผ้า ไว้ตรงหน้าหมวก ช่วงหน้าผากอ่ะค่ะ ไม่ให้รองพื้นเลอะหมวก ส่วนรองเท้า ก็จะใช้น้ำยาขัดเงาทั่วไปได้เลย


ชุดยูนิฟอร์มของคุณเรียบร้อยมาก และเป็นทางการ เคยเจอปัญหา หรือเรื่องราวชวนประทับใจในระหว่างการทำงานบ้างไหม
ปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะเรื่องคราบอาหาร เวลาเสิร์ฟและเก็บกวาดมากกว่าค่ะ แต่ลืมบอกไปนะคะ ว่า Jacket กระโปรง แล้วก็ Waistcoat ของเอมิเรตส์ เป็นผ้ากันน้ำค่ะ!! เริ่ดจริงอะไรจริง เพราะฉะนั้น เวลาที่น้ำเปล่าหกใส่ก็จะสามารถเช็ดแห้งได้ ยกเว้นถ้าเป็นไวน์แดง หรือน้ำผลไม้ ก็จะทิ้งรอยไว้ให้เจ็บใจไปส่งซักค่ะ แต่จะไม่เปียกชุ่มค่ะ 555555

ในส่วนของเรื่องชุดที่ทำให้ประทับใจก็จะมีครั้งนึงที่มีผู้โดยสารเป็นน้องผู้หญิงมาขอให้ช่วยถ่ายรูปให้ และตัวน้องผู้โดยสารเองก็ใส่หมวกสีแดงของเอมิเรตส์จึงขออยากช่วยตอนอยู่บนเครื่อง เราเลยให้น้องจำลองเป็นลูกเรือ โดยให้ถาดพลาสติกกับน้องและให้น้องลองเสิร์ฟของให้กับฝนพร้อมกับถามว่า “What would you like to drink?” ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็ได้ทำให้น้องผู้หญิงคนนั้นรู้สึกเหมือนได้เป็นลูกเรือเอมิเรตส์จริงๆ แม้จะเป็นเวลาแปปเดียวก็ตามค่ะ


ทราบว่ารองเท้าของคุณก็สีแดง พร้อมมีน้ำยาขัดรองเท้าสีแดงด้วย ต้องดูแลเป็นพิเศษอย่างไรบ้าง
ข้อนี้บอกเลยว่า Special มาก เพราะจริงๆ แล้ว น้ำยาขัดรองเท้าสีแดง ฝนเคยซื้อแค่ยี่ห้อเดียวเท่านั้นที่ซึ่งปัจจุบันหาซื้อไม่ได้แล้ว เราเลยต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษ แต่ก็สามารถใช้เป็นน้ำยาขัดเงาแบบไม่มีสีได้ด้วยเช่นกันค่ะ ซึ่งรองเท้าเราจะมี Court Shoes 1 คู่และ Cabin Shoes ที่ไว้ใส่ตอนอยู่บนเครื่องอีก 1 คู่ค่ะ


เราอยากเห็นว่าแอร์มีเทคนิคการจัดกระเป๋าเดินทางอย่างไร ในแต่ละทริป และมีทริคการจัดกระเป๋าอย่างไร
ฝนขอแยกออกเป็น 3ประเภท แล้วกันนะคะ คือ

ไฟลท์ Turnaround
คือไฟลท์สั้นแบบไปกลับไม่มีค้างคืน จะเฉลี่ยบินอยู่ที่ประมาณ 1ชม.-4ชม.ครึ่ง ต่อเที่ยวค่ะไฟลท์ประเภทนี้ เราจะเอาไปแค่ Cabin Bag ค่ะ หรือที่เพื่อนๆ เห็นว่าเป็นกระเป๋าคู่กายที่ลูกเรือลากกันในสนามบินนี่ล่ะค่ะ ซึ่งใน Cabin Bag ก็จะมีสิ่งของสำคัญที่ต้องใช้บนเครื่อง ได้แก่
- Waistcoat
- รองเท้า Cabin Shoes (ส้นเตี้ย)
- Oven Gloves
- เอกสารการบินต่างๆ (พาสปอร์ต/บัตรตรวจสุขภาพ ใบฉีดวัคซีน/ใบอนุญาตการบิน เป็นต้น)
- แว่นสายตาสำรอง (ในกรณีที่มีค่าสายตาหรือใส่คอนแทคเลนส์)
- Amenities Bag กระเป๋าใส่อุปกรณ์อื่นๆ เล็กน้อย สำหรับฝนจะเตรียมพวก ยาพารา,ปากกา,แม็ก,ไฟฉายอันเล็ก,สติ๊กเกอร์,การ์ดเล็กๆ อะไรที่เป็น extra เผื่อไว้ใช้ส่วนตัว หรือทำเซอร์ไพรส์ให้ผู้โดยสารค่ะ
- ข้าวกล่อง ปกติแล้วฝนจะเป็นคนที่ทำอาหารไปทานเองบ่อยครั้ง ก็จะพกไปด้วยเวลาที่บินค่ะ แต่ถ้าวันไหนลืม ก็จะทาน Crew meal หรืออาหารลูกเรือที่โหลดมาบนเครื่องค่ะ

ไฟลท์ Layover บิน 5 ชม.-10 ชม. หรือที่เรียกกันว่าไฟลท์ค้างคืนค่ะ
เราก็จะมีเพิ่มเติมคือ กระเป๋าลากใบใหญ่หรือ Suitcase ซึ่งจะโหลดไปใต้ท้องเครื่องกับกระเป๋าของผู้โดยสารค่ะ โดยในนั้นก็จะมี เสื้อผ้าที่เอาไว้ใส่ไปเที่ยว เครื่องสำอางค์ เซ็ทอาบน้ำ (Toiletries) และชุด Uniform สำรองอีก 1ตัวค่ะ ในกรณีที่ไม่อยากส่งซัก Laundry ที่โรงแรม

ไฟลท์ Ultra Long Range ซึ่งจะใช้เวลาบินมากกว่า 11 ชม.ขึ้นไป
ไฟลท์ประเภทนี้ ลูกเรือจะได้สลับไปนอนพัก 1-3ชม. ตามแต่ความเหมาะสมที่หัวหน้าจะเห็นสมควรในแต่ละไฟลท์ ซึ่งตอนที่เราจะไปนอนที่ Crew Rest Compartment (มีลักษณะเหมือนที่พัก Capsule ตาม Hostel อ่ะค่ะ) เราก็ต้องเปลี่ยนเป็นชุดนอน ซึ่งของเอมิเรตส์ก็จะมีเป็น Pajamas Uniform ที่เหมือนกันค่ะ ด้านหลังก็จะเขียนว่า Crew เพื่อให้ทราบว่าเป็นลูกเรือ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้สังเกตได้ว่าคนไหนเป็นลูกเรือค่ะ

 โดยส่วนตัวแล้ว ฝนจะจัดของโดยดูว่าระยะของไฟลท์ว่านานแค่ไหนค่ะ และในส่วนของเสื้อผ้าก็จะจัดตามสภาพอากาศ โดยฝนจะเช็คก่อนเดินทางเสมอค่ะ  และโดยปกติแล้วฝนมักจะพกรองเท้าผ้าใบไปด้วยเพราะว่าสุภาพ และสามารถใส่ได้ในทุกโอกาส แต่ถ้ามีแพลนที่จะไปทะเลหรือตลาดพื้นเมืองก็จะนำรองเท้าแตะไปด้วยคู่นึงค่า  และถ้ามีโอกาสได้ไปฟิตเนสแน่ๆก็จะพกรองเท้าสำหรับออกกำลังกายไปด้วยเลยค่า แต่ก็ไม่ลืมที่จะนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างแล็บท็อบ หรือกล้องถ่ายรูป เพื่อทำบล็อก/วล็อกค่ะ หรือไม่ก็เอาไว้ดู Netfli xก่อนนอนบ้างบางทีค่า


ชุดยูนิฟอร์มแอร์เอมิเรตส์ทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองอย่างไรบ้าง
โห..บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ฝนภูมิใจมาก ถึงมากที่สุดค่ะ เพราะเอมิเรตส์คือสายการบินที่ฝนใฝ่ฝัน และอยากเข้ามานานมากๆ ฝนพยายามที่จะสมัครกับสายการบินเอมิเรตส์ถึง 7ครั้งด้วยกันกว่าจะได้ ตระเวนไปทั้งสนามกรุงเทพ กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ฝนเลยรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำงานและสวมใส่ Uniform นี้ เพราะมันคือสิ่งที่ฝนพยายามเพื่อที่จะทำให้ได้มันมาโดยตลอด บางคนอาจจะ Born to be สมัครแค่เพียงครั้ง สองครั้ง แล้วได้ แต่สำหรับฝน ฝนนิยามตัวเองเลยค่ะ ว่าฝน Wanna be ที่จะเป็นลูกเรือของเอมิเรตส์มากๆ และฝนก็ไม่เคยอายที่จะบอกใครว่าเรา Wanna be ที่จะมาอยู่จุดนี้ค่ะ


อะไรคือสิ่งที่แอร์สายการบินเอมิเรตส์จำเป็นต้องมี และแตกต่างจากสายการบินอื่น
ฝนคิดว่าพื้นฐานของอาชีพนี้ไม่ว่าจะเป็นสายการบินไหน ทุกคนควรจะต้องมีความอดทนและมีใจที่รักบริการเป็นที่ตั้งค่ะ อันนี้สำคัญ ซึ่งถ้าถามว่าลูกเรือเอมิเรตส์จำเป็นจะต้องมีอะไร? ฝนขอตอบเป็น Core-Values 5 ข้อของพนักงานในสายการบินเอมิเรตส์ ที่พึงจะมีแล้วกันนะคะ

- Considerate : เป็นคนที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือผู้โดยสารก็ตาม

- Pioneering : เป็นผู้รู้คิด ริเริ่ม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา

- Thorough : มีความละเอียด รอบคอบ ใส่ใจในสิ่งที่ทำอย่างเต็มที่

- Pleasant Personality : มีบุคลิกภาพที่ดี จิตใจเบิกบาน เป็นมิตรและเป็นที่รักของบุคคลโดยทั่วไป

- Cosmopolitan : ตระหนักถึงความแตกต่าง และความหลายหลายในวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น

ซึ่งอีกคุณสมบัติที่โดดเด่นและแตกต่างของลูกเรือเอมิเรตส์ที่ฝนเห็นเลยนะคะ นั่นก็คือความเป็นกันเอง ส่วนฝนก็มักจะชอบเล่นกับเด็กมากกว่าค่ะ เนื่องจากฝนเคยเป็นครูประถมมาก่อน (จบจากคณะศึกษาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เคยฝึกสอนที่ระดับชั้น ป.3,ป.4 ที่โรงเรียนสาธิตฯเกษตรฯ) ฝนเลยมีสกิลรักเด็กที่สูงมากกก55555 จะมีความสุขเป็นพิเศษที่ได้คลุกคลี พูดคุย หรือเล่นกับเด็กๆ ค่ะ


ผู้หญิงจำนวนหนึ่งฝันอยากจะเป็นแอร์สายการบินแอร์เอมิเรตส์ แต่ไม่มั่นใจเรื่องความสวย คุณมีคำแนะนำอย่างไรบ้าง

สำหรับฝนพอได้มาอยู่ในดูไบและเริ่มทำงานกับเอมิเรตส์ ได้ทำงานในสังคมที่เจอคนมากหน้าหลายตา มีเพื่อนร่วมงานทั้งชาวทั้งตะวันออกและตะวันตกแบบนี้แล้ว ไม่มีใครบอกได้เลยค่ะ ว่าคนนี้สวยมาก สวยน้อยแตกต่างกันยังไง ความสวยนั้นไม่ใช่แค่เรื่องภายนอก แต่จำเป็นที่จะต้องสวยจากภายในด้วยจริงๆ

เมื่อเรามั่นใจในตัวเอง เชื่อในคุณค่าของตัวเอง ก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้เสมอ กลับกัน...ต่อให้จะมีคนมาตำหนิเรื่องรูปร่างหน้าตาของคุณ ว่าหน้าไม่เรียว แก้มเยอะ กรามใหญ่ อะไรใดใด ก็แล้วแต่ แต่คุณมั่นใจว่านี่ความสวยในแบบที่คุณเป็น และไม่หยุดที่จะทำมัน คุณก็สามารถสวยได้และได้มาในสิ่งที่ต้องการเช่นกัน

ผู้หญิงที่สวยจริงๆ สำหรับฝน คือผู้หญิงที่รู้จักใช้ความสามารถและคุณค่าของตัวเองให้เกิดประโยชน์ ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับใคร พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ค้นหาตัวเองในแบบที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งฝนเดินทางมาถึงในจุดนี้ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมฝนถึงไม่เคยทิ้งความฝันในการที่จะได้เป็นลูกเรือเอมิเรตส์ จุดที่ฝนมองว่า มันก็เป็นความสำเร็จอีกขั้นในชีวิตการทำงาน ได้ร่วมงานกับสายการบินระดับโลก เปิดประสบการณ์ ท่องโลกกว้างและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยสัมผัส มันคือความสุขที่สุดแล้วจริงๆ

คงไม่มีใครคิดหรอกค่ะว่า จากเด็กผู้หญิงคนนึงที่เป็นบุตรบุญธรรม ถูกอุปการะมาตั้งแต่แรกเกิด มีต้นทุนชีวิตพอๆ กับทุกคน กลัวการใช้ภาษาอังกฤษ กลัวแกรมม่า ไม่เคยไปต่างประเทศ เรียนในโรงเรียนไทยมาโดยตลอด จะมีวันนี้ได้...

วันที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเพียงลำพัง

วันที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย

วันที่ในแต่ละวันไม่จุดหมายไม่ซ้ำกัน อย่างเช่นตอนนี้ ที่ฝนกำลังอยู่ London แต่หลายวันก่อน พึ่งกลับมาจาก Washington D.C. และในสัปดาห์หน้า จะต้องไป Sydney …คนละทวีป คนละโยชน์เลย

แล้วถ้าฝนสามารถผลักดันตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ เชื่อว่าทุกคนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ

อยากให้ทุกคนคิดเอาไว้ในใจเสมอเลยนะคะ ว่าความฝันมันไม่เคยจะทิ้งเรา ถ้าเราไม่ทิ้งมันไปเสียก่อน สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจทุกคนค่ะ และฝนหวังว่าบทสัมภาษณ์ของฝนในครั้งนี้ คงจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกคนได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณทางสายการบิน Emirates และเว็บไซต์ Sanook Women ด้วยเช่นกันนะคะ ที่ให้โอกาสฝนได้มาแชร์ประสบการณ์ ความรู้สึก และส่งต่อพลังบวกให้ทุกๆ คนในวันนี้ ขอบคุณค่า