สิวเสี้ยน (ไม่)สะกิดใจ

สิวเสี้ยน (ไม่)สะกิดใจ
ChicMinistry

สนับสนุนเนื้อหา

เรื่องสิวๆ ที่เราประสบพบเจอกันอยู่นั้นมีหลายประเภทก็จริงค่ะ แต่คงไม่มีสิวชนิดไหนที่เป็นกันได้ทุกเพศทุกวัยเท่าเจ้า "สิวเสี้ยน" แน่นอน เพราะสิวเสี้ยน เป็นการอุดตันของรุขุมขนที่พบได้ตั้งแต่วัย 13-60 ปี เรียกว่าเป็นกันได้ตั้งแต่แรกสาวยันแก่กันเลยทีเดียว แถมเกิดได้กับทุกสภาพผิวอีกต่างหาก สาวผิวมันอาจจะโชคร้ายเจอสิวเสี้ยนบุกมาบ่อยหน่อย ในขณะที่สาวน้อยจอมอนามัยก็ไม่พ้นจะเจอเจ้าสิวเสี้ยนที่มากับฮอร์โมนได้เช่นกัน เพราะสิวเสี้ยนนั้นไม่ใช่เป็นสิวที่เกิดจากความสกปรกแต่เพียงอย่างเดียว แต่ฮอร์โมนและความเครียดก็มีส่วนเช่นกัน


สิวเสี้ยน มาป้วนเปี้ยนหน้าได้อย่างไร?

สิวเสี้ยนที่ขึ้นๆ กันอยู่บนใบหน้าเรานั้นมีอยู่ 2 ประเภทค่ะ โดยชนิดแรก เกิดจากการอุดตันของไขมันในท่อต่อมไขมัน (comedone) ถ้าปากรูขุมขนปิดจะเรียกว่า "สิวหัวขาว" ต่อมาสิ่งอุดตันอาจดันให้รูขุมขนเปิดเรียกว่า "สิวหัวดำ" ส่วนชนิดที่สอง เกิดจากการอุดตันของกระจุกเส้นขนเล็ก ๆ ในรูขุมขน โดยเห็นเป็นจุดดำ ๆ เล็ก ๆ ซึ่งพบได้บ่อยเช่นกัน แต่มักพบในผู้ใหญ่ ในขณะที่ชนิดแรกพบบ่อยในวัยรุ่น

สิวเสี้ยนทั้ง 2 ชนิดนี้มักเกิดบริเวณจมูกและข้างแก้ม บางคนอาจจะขึ้นได้ที่คางหรือหน้าผาก การแก้ไขปัญหาสิวเสี้ยนด้วยการบีบและแกะ อาจทำให้ผิวหนังอักเสบและติดเชื้อลุกลาม บางครั้งอาจกลายเป็นสิวอักเสบและทิ้งร่องรอยที่น่าเศร้าเป็นจุดด่างดำบนใบหน้าเราอีกด้วย

เราจึงมีวิธีง่ายๆ ในการลดสิวเสี้ยนมาฝากสาวๆ กันค่ะ ตั้งแต่วิธีเบาๆ อย่างสมุนไพร และจัดหนักด้วยยาจนถึงวิธีการทางแพทย์ต่างๆ แต่จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ไร้สิว (เสี้ยน) ผิวสวยได้ง่ายๆ


1. จัดเบาๆ ด้วยมาส์กไข่ขาว

อีกหนึ่งวิธีที่ Classic เสียเหลือเกิน ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ มันก็น่าจะมีอะไรดีบ้างล่ะจึงส่งต่อกันมาได้ยาวนานจนถึงทุกวันนี้ สูตรนี้ขอเพิ่มมะนาวสักหน่อยค่ะ เพราะในมะนาวมีกรดอัลฟาไฮดร็อกไซด์ที่สามารถจัดการกับสิวเสี้ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนไข่ขาวนั้นมีส่วนช่วยตรึงอิลาสตินในผิว ทำให้รูขุมขนกระชับ และยังดูดซับน้ำมันส่วนเกินในผิว ที่สำคัญยังช่วยบำรุงผิวที่เริ่มมีริ้วรอยได้อีกด้วย

สูตรนี้เริ่มที่ผสมน้ำมะนาว 1/4 ถ้วย กับไข่ขาวล้วน 2 ฟองในชาม ผสมให้เข้ากันส่วนผสมลงบางๆ บนใบหน้า เน้นส่วนที่ต้องการกำจัดสิวเสี้ยนมากเป็นพิเศษ จากนั้นให้ตัดแบ่งกระดาษเช็ดปากเป็นสี่เหลี่ยมทั้งหมด 5 ชิ้น แล้วแปะลงบนหน้าผาก จมูก คาง และแก้มทั้งสองข้าง ปล่อยทิ้งไว้จนกระดาษเริ่มแข็งตึง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่อยๆ ลอกกระดาษเช็ดปากออก จะเห็นว่ามีสิวเสี้ยนติดออกมาด้วย จากนั้นก็ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อปิดรูขุมขน เท่านี้ก็ได้วิธีเบาๆ ที่จะกำจัดสิวเสี้ยนได้ด้วยตัวเองค่ะ


2. จัดเต็มด้วยยา

สำหรับใครที่สิวเสี้ยนเริ่มเยอะและวิธีธรรมชาติเอาไม่อยู่อีกต่อไป ก็มียา 2-3 ชนิดที่นิยมใช้รักษาสิวเสี้ยน เช่น ยาเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ (BP) และกรดวิตามินเอ เป็นยาทาที่แพทย์และเภสัชกรมักแนะนำให้ใช้รักษาสิวเสี้ยน และกรดผลไม้ (AHA) ก็เป็นอีกตัวที่นิยมใช้ แต่อย่าได้ซื้อมาใช้เองเป็นอันขาดนะคะ เพราะยาเหล่านี้มีโอกาสทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้ง่าย ถ้าใช้ร่วมกันแบบงงๆ ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดผิวแพ้ระคายเคืองได้อีก ต้องใช้ในความดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้นนะคะ

ที่สำคัญการทายานี้ไม่ได้ทำให้สิวเสี้ยนหายไปอย่างถาวรนะคะเพราะใช้ยาพวกนี้ 3-4 อาทิตย์ สิวเสี้ยนจะค่อย ๆ หายไป แต่หยุดยาสัก 3-4 สัปดาห์ สิวเสี้ยนใหม่อาจจะเกิดขึ้นอีกยาเหล่านี้เพียงประทังแค่ชั่วคราวเท่านั้นค่ะ


3. กดมันออกไป ดูดมันออกไป

สำหรับใครที่ทายาแล้วสิวยังไม่หนีหายไปไหน ก็ต้องมาพบแพทย์ผิวหนังเพื่อ "กดหรือดูดสิว" ตามระเบียบ เพราะการกดหรือดูดสิวถ้าเรากดเองหรือไปทำตามร้านเสริมสวย อาจจะไม่หมด หรืออุปกรณ์ไม่สะอาดพอ เสี่ยงต่อการอักเสบอีก โดยแพทย์ผิวหนังจะใช้ที่กดสิว กดสิวเสี้ยนออกในบางจุดที่อ่อนลงหลังจากทายาไปประมาณ 3-4 อาทิตย์แล้ว


4. จัดหนักกว่าด้วยเลเซอร์

เลเซอร์ที่ใช้รักษาสิวเสี้ยนเหมาะกับคนที่กระเป๋าหนักค่ะ เพราะครั้งหนึ่งก็ต้องจ่ายไม่ใช่น้อย แต่ก็เห็นผลจริงอะไรจริง โดยการกำจัดสิวเสี้ยนจะใช้เลเซอร์สำหรับกำจัดขนเส้นเล็กชนิด Non-Q-Switch Ruby Laser จากการติดตามดูคนไข้ที่ใช้เลเซอร์รักษาสิวเสี้ยนจำนวนหลายร้อยคนพบว่า ได้ผลดีพอควรถึงดีขึ้น 60-70% จากการรักษาแค่ 1 ครั้ง ถ้าทำมากกว่า 1 ครั้ง อาจได้ผล 70-80 %

ข้อดีของวิธีนี้ คือ ไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้ยาทา และไม่พบผลข้างเคียงเลย ยกเว้นคนที่ผิวคล้ำมาก ๆ อาจมีสะเก็ดบาง ๆ พอสัก 3-7 วันก็หายไป แต่ผิวคนไทยโดยทั่วไปหลังยิงเลเซอร์แล้วจะไม่มีรอยใด ๆ สิวเสี้ยนจะเป็นแค่ปัญหาสิวๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป เพราะเรามีวิธีรับมือเจ้าสิวชนิดนี้อย่างหลากหลาย ที่สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายและทานอาหารที่เป็นประโยชน์เป็นการดูแลสุขภาพให้ดีจะได้ไม่มีสิวเสี้ยนมากวนใจนะคะ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!