ขอให้เซ็กส์เรานั้น จงเจริญ

ขอให้เซ็กส์เรานั้น จงเจริญ

แคร์รี่ แบรดชอว์ ชื่อนางเอกในซีรี่ย์อเมริกัน เรื่องดัง Sex and The City มีอยู่ตอนหนึ่งที่เธอจะไปเดทกับ Mr. Big พระเอกร่างใหญ่น่าเดทน่าปล้ำ เป็นเดทแรก และเธอพูดก่อนไปเดทไว้ว่า "เดทแรก เราไม่ควรมี sex ด้วยเด็ดขาด" แต่หนังก็มีมุขตลกมีการหักมุขกัน ท้ายสุดก็ล่อกันหลังรถแล้วไปจบกันบนเตียงเพราะอดใจห้ามความต้องการซึ่งกันและกันไม่ไหว

หลายปีก่อน น้องสาวของฉันแต่งงาน และเธอก็ไม่เคยเพศมีสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน ซึ่งนำความภาคภูมิใจมาสู่แม่สามีของเธอมาก ถึงกับจับมือของฉันแล้วกล่าวว่า ภูมิใจในความรักนวลสงวนตัวของน้องสาวของฉันมากและดีใจที่ได้รับมาเป็นลูกสะใภ้ ฉันได้ยินกับตัวก็แน่นอนที่ต้องภูมิใจในน้องสาวของตัวเองที่รักนวลสงวนตัวไว้เป็นอย่างดี อย่างน้อยฉันก็ยิ้มรับตามมารยาทนะคะ (ตรงข้ามกับพี่สาวโดยสิ้นเชิงเลย!)

การที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานเป็นเรื่องอันตรายมากๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่า เราจะเข้ากันได้ไหมในเรื่องบนเตียง คนสองคนมาแต่งงานกัน มันไม่ใช่แค่การแต่งงานที่งดงามแล้วจบลง มันมีเรื่องของนิสัยใจคอ กมลสันดานลึกๆ ที่ซ่อนกันไว้ในช่วงเป็นแฟน ไหนจะคนรอบข้างที่ต้องมาเกี่ยวพันกันที่มากกว่าแค่คนสองคนแน่ๆ อย่างน้อยให้เรื่องมันส์ๆ บนเตียงเป็นเรื่องหนึ่งที่เข้ากันได้ด้วยดีเถอะ แต่ก็เห็นด้วยว่าการเข้าขากันได้ดีในเรื่องเพศมันเป็นสิ่งสำคัญ

 

 

 

การที่คนเราจะมีเพศสัมพันธ์ก่อนหรือหลังแต่งงาน สำหรับฉันแล้ว ฉันไม่สนใจ ของพวกนี้อยู่ที่ปัจเจกชน อยู่ที่นิสัยใจคอของแต่ละคน แต่กับผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนเลยนั้น เขาอาจจะพึงพอใจกับสามีคนแรกและคนเดียวในชีวิตของเขาก็ได้ (ส่วนผู้ชายฉันคงได้แต่หัวเราะหึหึ) แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความพึงพอใจในเรื่องบนเตียงกับผู้หญิงที่มีประสบการณ์ทางเพศมาแล้วบ้างนั้น เรื่องนี้ก็ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบและสามารถนำพามาซึ่งปัญหาได้เหมือนกัน ฉันคิดแง่นี้มากกว่าว่า มันเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ

เราอย่าได้ไปไว้ใจใครหรืออะไรทั้งสิ้นว่าจะไม่ติดโรค ไม่ว่าจะแฟนที่รักกันนักหนาดีแสนดีเท่าไรก็ตาม สิ่งที่ควรจะต้องเป็นห่วง ไม่ใช่เรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะด้วยความรักหรือด้วยความรักสนุก ความรับผิดชอบต่อการกระทำตัวเองต่างหากที่ฉันให้คุณค่าตรงนี้มากกว่า การปกป้องตนเองจากโรคทางเพศสัมพันธ์และการมีบุตรในขณะที่ยังไม่พร้อมคือสิ่งที่คนสองคนต้องระวังในเรื่องส่วนตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะสามีหรือภรรยา ทุกคนมีโอกาสพลาดพลั้งได้ นี่คือสิ่งที่ฉันกังวลเพราะฉันเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยและคิดมาก
คุณค่าของผู้หญิงมันไม่ได้อยู่ที่พรหมจรรย์อีกต่อไปแล้ว

เราเป็นผู้หญิงที่ทำมาหากินได้ทัดเทียมผู้ชาย เราสอบเข้าเรียนในโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือเข้าทำงาน เราก็แข่งขันกับเพศตรงข้ามอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีเรื่องการเหยียดเพศมากีดขวางอีกต่อไป ดังนั้น คุณค่าของเราน่าจะอยู่ที่ความสามารถในการดูแลตัวเองให้อยู่รอดได้ดีในสังคมโดยไม่ผิดกฎหมายอะไรมากกว่าที่จะมานั่งระแวดระวังขนบธรรมเนียมอะไรที่มีมาแต่ยุคที่ผู้หญิงยังอยู่ในสภาพที่พึ่งพาตนเองอะไรไม่ได้เท่ากับทุกวันนี้

"ฉันคงไม่สามารถสอนใครให้ถนอมเนื้อตัว รอจนถึงวันแต่งงานได้อย่างน้องสาวของฉัน ของพวกนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวที่ใครอยากจะทำอะไรก็ทำกันไป ฉันแค่คิดว่า ไม่ว่าจะผู้หญิงรักนวลสงวนตัว หรือผู้หญิงร่านสวาทหาแต่ผู้ชายมาสวาปาม เรื่องเพศไม่ใช่เรื่องที่จะมาตัดสินความเป็นผู้หญิงที่ดีกันได้" ในยุคที่สังคมไทยเรียกหาแต่คนดีมีศีลธรรม แล้วให้คงไว้ซึ่งความเป็นกุลสตรี โดยที่เพศชายเองจะไปลั้นลาที่ไหนก็ได้นั้น ฉันว่ามันไม่แฟร์เลยทีเดียว ฉันไม่ชอบวาทกรรมต่างๆ ที่มากดความต้องการทางเพศของสตรีไว้ด้วยคุณงามความดี คุณค่าของคนน่าจะอยู่ที่นิสัยใจคอ ความมีเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้แก่กันและกัน

"ส่วนเรื่องอย่างว่า .... ฉันแค่ขอให้เซ็กซ์ของเรานั้น จงเจริญ ไชโย ไชโย ไชโย!"

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!