ณิชา ศรีนคารินทร์..ก้าวเดินด้วยใจกล้า

บี-ณิชา ศรีนคารินทร์ ในวัย 21 ปี แม้เป็นเพียงเด็กฝึกงานตัวเล็ก ๆ ในองค์กรใหญ่ ๆ แต่สาวน้อยกลับได้รับมองหมายให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบในหน้าที่สำคัญ ซึ่งแน่นอนย่อมต้องได้รับการพิจารณาจากความรู้ความสามารถของเธอ บิดา-มารดา : สงวน-ดวงพร ศรีนคารินทร์ การศึกษา : มัธยมตอนปลาย Clifton College, England ปริญญาตรี London School of Economics, England ตำแหน่งปัจจุบัน : Assistant Brand Manager ประจำแผนก Siam Commercial Bank (SCB) Security นอกจากจะเป็นหญิงสามารถแล้ว เธอยังเป็นสาวที่มีบุคลิกเปี่ยมด้วยความมาดมั่น กล้าคิดกล้าแสดงออก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก ด้วยความที่เคยไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเพียงลำพัง ต้องคิดและตัดสินใจเอง จึงค่อย ๆ ปลูกฝัง และเสริมสร้างเป็นความเชื่อมั่นแฝงไว้ในตัวเธอ ความฝันของสาวนักลงทุน ช่วงปิดเทอมเป็นเรื่องปกติที่นักเรียนไทยในต่างแดนกลับมาใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่เมืองไทย สาวบีก็เช่นกัน การกลับมาเยี่ยมบ้านคราวนี้มีความหมายต่อเธอยิ่งนัก เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการค้นหาความฝันของตัวเธอเอง บีจบปี 1 ที่ L.S.E. แล้ว แต่ช่วงนี้เป็นช่วงฝึกงาน เพราะหากยังไม่แน่ใจว่าเป็นวิชาที่ตัวเองชอบจริง ๆ ทางมหาวิทาลัยจะแนะนำว่า การเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ และทำงานไปด้วยจะทำให้เราได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ชอบ พอกลับมาเมืองไทยบีเลยเริ่มฝึกงานที่ สยาม คอมเมอร์เชียล แบงก์ (SCB) มีหน้าที่วิเคราะห์เรื่องการลงทุนว่าควรนำเงินของแบงก์มาลงทุนในหุ้นตัวไหนบ้าง ซึ่งตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกเกือบปี ถึงจะกลับไปเรียนต่อ บีคาดว่าคงจะเรียนจบได้ภายใน 2 ปีนี้ละค่ะ การเริ่มต้นชีวิตทำงาน รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะต้องมานั่งลุ้นผลจากการตัดสินใจของตัวเองว่าถูกหรือพลาด มีถูกบ้างพลาดบ้าง ซึ่งบีมีผู้ใหญ่เป็นที่ปรึกษา พอทำงานไปนาน ๆ มันจะรู้เองว่าเราควรเล่นหุ้นตัวไหน ควรเล่นเพราะอะไร เจ้านายบีเขาเปิดโอกาสให้บีตัดสินใจเองได้ บางครั้งเขาก็ไม่เห็นด้วยกับการลงทุนของบี แต่บีขอลองเล่นด้วยเงินของตัวเอง ซึ่งไม่ได้มากมายอะไรนัก หากผลออกมาคือพลาด ก็ถือเป็นบทเรียนที่ทำให้เราฉลาดขึ้น งาัยประสบการณ์ค่ะ เป็นการเปิดตำราที่เรียนมาไปในตัวด้วย สำหรับเรื่องอนาคต บีคงจะทำงานที่อังกฤษสักปีสองปีจึงจะกลับมาเมืองไทย เพราะที่นั่นทำให้เราได้ประสบการณ์เยอะ และมีทางก้าวหน้ามากกว่า ซึ่งคงต้องลองทำงานด้านนี้ไปก่อนค่ะ ชีวิตเดียวที่เด็ดเดี่ยว บีไปใช้ชีวิตที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 12 ค่ะ พอเข้าไฮสคูลก็เลือกเรียนด้านบริหาร โดยเป็นวิชาที่รวมเอาทุกอย่างไว้ด้วยกัน ทั้งเศรษฐศาสตร์ การเงิน จิตวิทยา เพราะบีชอบอะไรที่ต้องคิด ชอบลักษณะงานที่เป็นระบบ ยิ่งได้มาทำงานตรงนี้ ยิ่งแน่ใจว่าตัวเองชอบงานด้านนี้จริง ๆ การใช้ชีวิตคนเดียวในหอพัก ทำให้ต้องเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตนเอง วางแผนว่าเราจะใช้เงินอย่างไร จะกินอะไรยังไงบ้าง ต้องทำเองทุกอย่าง เคยตัดสินใจจะย้ายไปอยู่ข้างนอกกับเพื่อน แต่สักพักก็ต้องกลับมาอยู่หอตามเดิม เพราะเวลาได้อยู่กับเพื่อน และทำกิจกรรมร่วมกัน มันมีความสุข สนุกสนานเฮฮากันดี ไลฟ์สไตล์ของเด็กวัยรุ่นที่นั่นจะแตกต่างจากเมืองไทยมาก เด็กไทยพ่อแม่ยังไม่ปล่อยให้ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง แต่พอบีได้ไปอยู่คนเดียว ต้องตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง ทำให้รู้เลยว่าต้องการอะไร และอยากเรียนอะไร เราสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่ชอบ เพราะทุกอาชีพมีมาตรฐานรายได้ใกล้เคียงกัน ไม่มีสูงต่ำ เวลาว่างบีจะชอบเล่นกีฬา เป็นนักกีฬาเทนนิส ออกทัวร์นาเมนต์แข่งกับมหาวิทยาลัยอื่นด้วย นอกจากนั้นก็เล่นฮอกกี้กับบาสเกตบอล ที่โรงเรียนส่งเสริมเรื่องกีฬาค่ะ ทำให้เราได้เรียนรู้การเข้าสังคม การทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นไปในตัว ใจที่เต็มด้วยอิสระ กลับมาเมืองไทยคราวนี้ ทำให้บีได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องการงาน ความคิด ผู้คน แต่การที่บีไปเรียนตั้งแต่เด็ก ทำให้บีซึมซับเอาวัฒนธรรมของเขามาบ้าง ทำให้บีกล้าที่จะตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง แบ่งเวลาของตัวเองได้ว่า นี่คือเวลางาน นี่คือเวลาเที่ยว บีจะกลับเมืองไทยปีละ 3 5 ครั้งค่ะ เพราะคุณแม่บ่นคิดถึง ที่สำคัญท่านไม่อยากให้เราทิ้งวัฒนธรรมความเป็นไทย เพราะบีไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่เด็ก และรรมของทั้งสองประเทศก็ต่างกันมาก แต่คุณพ่อคุณแม่ท่านให้อิสระบีทุกอย่าง เพราะท่านเคารพในการตัดสินใจของเรา บีปรึกษาหารือกับท่านบ้างในบางเรื่องที่เราไม่เข้าใจ ซึ่งท่านจะเน้นให้เราเรียนรู้เองมากกว่าค่ะ สไตล์ของสาวมั่น สมัยเรียนที่อังกฤษ บีชอบแต่งตัวแบบง่าย ๆ ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์นี่แหละค่ะ ที่นั่นอากาศหนาวมาก แต่งตัวมาก ๆ เขาก็ไม่รู้หรอกว่าเราบรรจงแต่งอะไรลงไปบ้าง เพราะต้องใส่ชุดกันหนาวคลุมทับ ที่เมืองไทยเราได้แต่งตัวได้มากกว่า บีเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวทำโน่นทำนี่ เลยเป็นคนชอบใส่กางเกงเป็นประจำ ใส่กระโปรงทำอะไรไม่ค่อยสะดวก เสื้อผ้าใส่ได้ทุกรูปแบบ แต่ถ้าต้องไปทำงาน หรือออกไปพบลูกค้า บีจะเน้นให้เหมาะสมกับกาลเทศะ วันไหนไม่มีนัดหมายข้างนอก นั่งทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศก็จะแต่งตัวสบาย ๆ เพราะที่นั่นจะเป็นกันเองมาก เรื่องเครื่องประดับขอเน้นที่ต่างหู บีชอบพวกจิวเวลรี่ค่ะ เลือกดูแบบที่ใส่แล้วเหมาะสมกับหน้าที่การงาน ขาดกันไม่ได้เลย บีชอบทานของหวาน โดยเฉพาะไอศกรีมและเบเกอรี่ บางครั้งถ้าต้องการลดน้ำหนัก บีจะงดทานไอศกรีม แล้วน้ำหนักก็จะลดทันที ลดแล้วก็กลับมาทานต่ออีกตามเคย (หัวเราะ) พอกลับมาอยู่เมืองไทยบีจะเลือกทานพวกอาหารทะเล เพราะบีไม่ชอบทานเนื้อสัตว์พวกหมูหรือไก่ อะไรทำนองนี้ สิ่งที่ชอบมาก ๆ อีกอย่าง คือการนวด ทุกอาทิตย์จะต้องไปนอนให้เขานวดน้ำมัน รู้สึกสบายตัวดี เหมือนเป็นการผ่อนคลาย เวลาพักผ่อนของบีจะเน้นเรื่องการนอนค่ะ เพราะถ้าวันไหนนอนน้อย ใต้ตาก็จะคล้ำขึ้นมาทันที