รู้จักการทำเด็กหลอดแก้ว อีกหนึ่งทางเลือกของปัญหาผู้มีบุตรยาก

รู้จักการทำเด็กหลอดแก้ว อีกหนึ่งทางเลือกของปัญหาผู้มีบุตรยาก
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

ปัจจุบันนี้คู่รัก คู่แต่งงานส่วนใหญ่มักจะเริ่มมีบุตรกันได้ยากขึ้น เนื่องจากสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรง และการแต่งงานกันช้าลง จึงเกิดเทคโนโลยีแบบใหม่ที่เรียกกันติดปากว่า “เด็กหลอดแก้ว” เข้ามาช่วยเหลือให้ผู้ที่ภาวะมีบุตรยาก ได้มีบุตรสมความปรารถนา โดยขั้นตอนและวิธีการต่างๆ ที่จะให้เกิดการปฏิสนธินั้นจะกระทำในห้องแลป ในขวดแก้ว ในหลอดแก้วเป็นส่วนใหญ่ จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกของเด็กที่เกิดจากกระบวนการนี้ว่า “เด็กหลอดแก้ว” นั่นเอง

หลักการโดยทั่วไปของการทำเด็กหลอดแก้ว

การทำเด็กหลอดแก้ว หรือที่มีชื่อเต็มๆ ว่า In-Vitro Fertilication (IVF) กล่าวโดยย่อก็คือ การนำเอาไข่ของฝ่ายหญิงและอสุจิของฝ่ายชาย มาทำให้เกิดการปฏิสนธิจนเกิดเป็นตัวอ่อนภายนอกร่างกาย แล้วจึงนำกลับไปฝังในไว้ในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง จากนั้นก็ปล่อยให้ร่างกายได้ทำหน้าที่ของกระบวนการตั้งครรภ์ต่อไป จนกระทั่งเด็กได้คลอดออกมาอย่างสมบูรณ์

การทำเด็กหลอดแก้วเหมาะกับใครบ้าง?

ส่วนมากแล้วแพทย์จะแนะนำการทำเด็กหลอดแก้วกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก ซึ่งมีความพยายามในการมีบุตรมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์และการตั้งครรภ์ โดยแยกตามเพศได้ดังนี้

1.สาเหตุการมีบุตรยากในฝ่ายชาย

อาจเกิดจากตัวอสุจิมีคุณภาพต่ำหรือเชื้ออสุจิมีความผิดปกติ (แต่หากเชื้ออสุจิไม่แข็งแรง การทำเด็กหลอดแก้วก็อาจไม่เป็นผล) หรือเป็นผู้ที่มีปัญหาเสื่อมสรรถภาพทางเพศ มีปัญหาทางพันธุกรรมหรือภูมิคุ้มกันเข้ามาเป็นอุปสรรค เป็นต้น

2.สาเหตุการมีบุตรยากในฝ่ายหญิง

อาจเกิดจากปัญหาระบบท่อนำไข่ผิดปกติ ฮอร์โมนเพศหญิงผิดปกติ มักประจำเดือนขาดหรือมาไม่เป็นรอบ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มีพังผืดในอุ้งเชิงกรานมาก มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ปัญหาทางภูมิคุ้มกัน รังไข่เสื่อมก่อนวัย หรือเคยทำหมันด้วยการผูกท่อนำไข่ หรือมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ เป็นต้น

การเตรียมตัวให้พร้อมหากต้องการทำเด็กหลอดแก้ว

เริ่มต้นด้วยการไปพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและวินิจฉัยร่างกายอย่างละเอียดทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนจึงจะทราบว่าสามารถเข้ารับการทำเด็กหลอดแก้วได้หรือไม่ ต่อไปจึงเป็นขั้นตอนการเตรียมตัวให้พร้อมตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด และเตรียมในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อาจสูงถึงครั้งละ 100,000-300,000 บาทเลยทีเดียว

ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว

ในส่วนของขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว อาจแตกต่างกันไปแล้วแต่โรงพยาบาลแต่จะสรุปสั้นๆ ก็คือ เริ่มแรกฝ่ายหญิงต้องควบคุมรอบเดือนให้สม่ำเสมอ แล้วแพทย์จะทำการฉีดยากระตุ้นการตกไข่อย่างต่อเนื่องประมาณ 10-12 วัน เมื่อกระตุ้นการตกไข่ได้ผล แพทย์จะฉีดฮอร์โมนเข็มสุดท้ายให้ก่อนเก็บไข่ประมาณ 34-38 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงทำการดูดไข่ออกจากช่องคลอดของฝ่ายหญิงซึ่งในระหว่างนี้แพทย์อาจให้ยาสลบหรือยาชาช่วย เมื่อเก็บไข่เรียบร้อยก็จะนำเอาไข่และอสุจิที่เก็บได้จากทั้งสองฝ่ายไปทำการปฏิสนธิกันในห้องแลป และฉีดฮอร์โมนเพื่อเตรียมมดลูกคุณแม่ให้พร้อม หลังจากนั้นเมื่อตัวอ่อนมีความแข็งแรงพอก็จะย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อให้เจริญเติบโตต่อไป

กว่าจะจบสิ้นกระบวนการทั้งหมด อาจใช้เวลาถึง 4-6 สัปดาห์ โอกาสจะตั้งครรภ์ได้สำเร็จก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพของทั้งสองฝ่าย การเตรียมพร้อมและการปฏิบัติตัวหลังจากเมื่อย้ายตัวอ่อนเข้าไปอยู่ในโพรงมดลูกแล้ว โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดทุกอย่าง การทำเด็กหลอดแก้วจึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!