นานาคำถาม เกี่ยวกับครีมกันแดด

นานาคำถาม เกี่ยวกับครีมกันแดด
never-age

สนับสนุนเนื้อหา

แดดแรง ๆ แบบนี้ ฝรั่งชอบ แต่พี่ไทยเกลียดนักเกลียดหนา เพราะเป็นตัวการที่ทำให้ผิวสวยของเราหมองคล้ำ ดีไม่ดี อาจได้มะเร็งผิวหนังเป็นของแถม

ของแบบนี้พอช่วยได้ ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลากหลายชนิดที่มีขายให้เห็นดาษดื่น ไม่ว่าจะเป็นครีมไวท์เทนนิ่ง หรือครีมบำรุงผิวสูตรต่าง ๆ แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเราจะปกป้องผิวของเราด้วยครีมกันแดดเป็นอันดับหนึ่ง

เมื่อพูดถึงครีมกันแดด คำถามที่จะตามยาวเป็นหางว่าวก็มีตั้งแต่ จำเป็นต้องใช้ด้วยหรือ ถ้าใช้ต้องใช้แบบไหน ใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์อื่นได้หรือไม่ Never - Age มีคำตอบมาฝากทุกคนค่ะ

ค่าเอสพีเอฟกับครีมกันแดด

ค่าเอสพีเอฟคือค่าที่ครีมกันแดดนั้นสามารถปกป้องแสงอัลตราไวโอเลตที่จะมีกระทบผิว เช่น ถ้าคุณใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 15 หมายความว่ามีรังสีในแสงแดด 1 ใน 15 ส่วน ที่จะเล็ดลอดเข้าไปทำร้ายผิวของคุณได้
สำหรับแสงแดดแรง ๆ ในประเทศไทย ควรจะใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟตั้งแต่ 30 ขึ้นไป เพราะจะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดีขึ้น แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่ควรพิจารณาก็คือค่า พีเอ (PA : Protection Grade of UVA ) เป็นค่าที่ป้องกันระดับรังสีอัลตราไวโลเลตชนิดเอ ซึ่งเป็นรังสีที่จะเข้าไปทำลายลึกถึงชั้นคอลลาเจน มีผลทำให้ผิวแห้งกร้านเหี่ยวเร็ว และรังสีอัลตราไวโลเตชนิดบี ที่มีส่วนทำให้ผิวหนังไหม้เกรียม ดูที่เครื่องหมายบวก (+) ซึ่งถ้ายิ่ง + มาก ก็จะยิ่งปกป้องรังสียูวีได้มากขึ้น พยายามใช้ครีมกันแดดที่สามารถป้องกันรังสีทั้ง 2 ชนิดนี้ได้


ทาครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟสูง ๆ แค่ครั้งเดียวแล้วอยู่ไปตลอดวัน

เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะครีมกันแดดเมื่อทาไปแล้วจะเริ่มลดประสิทธิภาพลงภายใน 2 ชม. ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือไม่ ควรจะทาซ้ำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหลังว่ายน้ำ ทำกิจกรรมที่เหงื่อออกมาก ถึงคุณจะใช้แบบกันน้ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าครีมจะไม่หลุดออกเวลาที่คุณเช็ดตัว ดังนั้นอย่าลืมทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง ผิวคุณจะปลอดภัยจากแสงแดด


ใส่เสื้อแขนยาวขายาว แล้วใส่หมวก ก็กันแดดได้แล้ว

เสื้อผ้าไม่ได้ช่วงกรองรังสีให้แม้แต่น้อย ถ้าคุณสามารถมองทะลุผ่านเนื้อผ้าได้ รังสีก็ทะลุผ่านเข้ามาทำร้ายผิวคุณได้เหมือนกัน แม้ว่าเสื้อผ้าสีเข้มจะปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดีกว่าเสื้อผ้าสีอ่อนก็ตาม ดังนั้นคุณควรทาครีมกันแดดปกป้องผิวอีกชั้นไว้ ส่วนหมวกสามารถช่วยคุณได้บ้าง ควรเลือกหมวกที่มีขนาดปีกกว้างซัก 4 นิ้วขึ้นไป ซึ่งจะช่วยป้องกันใบหน้าและลำคอจากแสงแดดได้ดี


ทาครีมกันแดดแล้วออกจากบ้านทันที

ครีมกันแดดก็เหมือนยา กว่าจะซึมซาบลงสู่ผิว ต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพราะฉะนั้นคุณควรทาครีมกันแดดออกจากบ้านอย่างน้อย 20 -30 นาที และเพื่อความมั่นใจ หลังจากที่ทาไปแล้ว 15-30 นาทีในครั้งแรก ให้ทาซ้ำอีกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพื่อที่จะได้ทั่วถึงมากขึ้น แล้วอย่าลืมทาลิปบาล์มปกป้องริมฝีปากจากแสงแดดด้วยล่ะ


ทาครีมกันแดดแล้ว ก็ต้องเลี่ยงที่จะโดนแดดด้วย

ถึงครีมกันแดดจะถูกออกแบบมาให้กันแดด แต่อย่าลืมว่าครีมกันแดดไม่สามารถกันรังสียูวีได้ทั้งหมด ควรเลี่ยงแดดช่วง 10 โมงถึง 4 โมงเย็น และโดยเฉพาะ เที่ยงถึงบ่าย 2 เพราะเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด รังสียูวีก็แรงที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นหลบ ๆ แดดไว้บ้างก็ดี


รองพื้นมีค่าเอสพีเอฟแล้ว จำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดอีกหรือไม่

จำไว้ว่า ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นจะมีสารป้องกันแสงแดดมากสักเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีได้เท่ากับครีมกันแดด เพราะครีมกันแดดถูกออกแบบให้ใช้กันแดดโดยเฉพาะ แต่ครีมรองพื้นมีไว้รองพื้นก่อนลงเครื่องสำอาง ประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดจะไม่เท่ากับครีมกันแดดอยู่แล้ว เพื่อประสิทธิสูงสุดของการปกป้องผิว ควรใช้ครีมกันแดดจะดีกว่า


รู้วิธีการใช้ครีมกันแดดอย่างถูกต้องไปแล้ว อย่าลืมนำไปใช้ให้ถูกต้อง เพื่อผิวสวยของคุณค่ะ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!