อาการแพ้ท้องสุดแปลก เหม็นเบื่อสามี ไม่อยากเข้าใกล้ รีบรับมือไว้ก่อนบ้านแตก

อาการแพ้ท้องสุดแปลก เหม็นเบื่อสามี ไม่อยากเข้าใกล้ รีบรับมือไว้ก่อนบ้านแตก
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

อาการแพ้ท้องในคุณแม่มือใหม่ โดยทั่วไปมักจะเข้าใจกันว่ามีแค่อาการคลื่นไส้ อาเจียน อยากทานของเปรี้ยวๆ หรืออ่อนเพลีย ไม่ค่อยจะมีแรง ฯลฯ แต่มีอาการแพ้ที่แปลกกว่านั้นคือ “เหม็นเบื่อสามี” ซึ่งเป็นอาการคนท้องที่หลายคนเป็น จากที่เคยรักกันมาดีๆ ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน พอท้องขึ้นมากลับรู้สึกเหม็นขี้หน้าไม่อยากให้เข้าใกล้ เห็นหน้าแล้วหงุดหงิด เข้าใกล้กันก็รู้สึกเหม็นกลิ่นตัว ฯลฯ อาจฟังดูแปลก แต่ก็เป็นเรื่องจริง แต่เรื่องแบบนี้ก็มีสาเหตุและวิธีแก้ไข ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนกำลังประสบปัญหาแบบนี้กันอยู่ มาลองทำความเข้าใจและหาวิธีแก้ไขร่วมกันนะคะ

ทำไมตั้งท้องแล้วรู้สึกเหม็นสามี

เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ รกในครรภ์จะเร่งสร้างฮอร์โมน HCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin ให้สูงขึ้นเพื่อกระตุ้นการทำงานของรังไข่ในช่วงตั้งครรภ์ในระยะ 1-3 เดือนแรก จึงเป็นสาเหตุให้คุณแม่มีอาการแพ้ท้องหนัก ฮอร์โมนจะพุ่งสูง ร่างกายมีความแปรปรวน ประสาทรับกลิ่น-รับรสต่างๆ ตื่นตัวเต็มที่ ได้กลิ่นอะไรก็จะฉุนและเหม็นไปหมด กินอาหารไม่อร่อย ทนกลิ่นแรงๆ ไม่ได้จะทำให้คลื่นไส้ อาเจียนและอ่อนเพลีย โดยอาการคนท้องเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงไปเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น

อาการเหม็นเบื่อสามีเวลาท้อง

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าอาการแพ้ท้อง เกิดจากความแปรปรวนของระดับฮอร์โมนในร่างกาย นอกจากจะทำให้วิงเวียน คลื่นไส้ เหม็นกลิ่นอะไรได้ง่ายแล้ว อาการเหม็นนี้ยังลามมาถึงกลิ่นตัวของสามีด้วย บางคู่จากที่เคยชอบคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ กัน พอตั้งท้องขึ้นมาแค่มานั่งข้างๆ หรือนอนเคียงกันบนเตียงก็ไม่ได้แล้ว แม้ว่าคุณสามีจะรักษาความสะอาดส่วนตัวดีขนาดไหนก็ตาม ว่าที่คุณแม่ก็ยังทนกลิ่นต่างๆ ไม่ไหวจนแทบไม่อยากจะอยู่ร่วมบ้านเดียวกันไปเลยก็มี นอกจากนี้อาการยังอาจลุกลามจนถึงขั้นเหม็นขี้หน้า เพราะเห็นแล้วหงุดหงิด โมโห อารมณ์เสีย พาลไปถึงขอเลิกกันก็มี

วิธีแก้อาการเหม็นเบื่อสามี

1.พูดคุยกับสามีให้เข้าใจ ด้วยการพูดกันตรงๆ ว่าอาการตอนนี้เป็นอย่างไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำให้รู้สึกอย่างไร หากอยากอยู่คนเดียวไม่อยากให้วุ่นวาย ก็ควรบอกกันดีๆ มีอะไรหนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน คุณสามีเองก็ต้องใจเย็นและเห็นอกเห็นใจภรรยาในช่วงนี้ให้มากๆ

2.อย่าให้ร่างกายขาดน้ำและสารอาหาร หากทานอะไรไม่ค่อยได้นัก ควรทานผลไม้รสเปรี้ยว เช่น สัปปะรด ส้ม หรือผลไม้ที่ให้พลังงานอย่างแตงโม หรือกล้วย จะช่วยให้คุณแม่ไม่อ่อนเพลีย และวิตามินซีจะช่วยให้สดชื่นขึ้น

3.อาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ โดยอาหารที่อุดมด้วยแร่ซิงค์ หรือสังกะสีนี้ ได้แก่ นมสด ถั่ว ปลา ตับ ข้าวโพด และผักใบเขียว ซึ่งจะช่วยให้ฟื้นตัวจากความอ่อนเพลียได้เร็วขึ้น

4.ก่อนนอนอย่าปล่อยให้ท้องว่าง ควรทานของเบาๆ เช่น นมอุ่นๆ หรือโยเกิร์ตสักถ้วย เช้ามาก็จะได้ไม่คลื่นไส้

5.ดื่มน้ำขิง น้ำขิงมีสรรพคุณช่วยขับลม ลดอาการวิงเวียนและคลื่นไส้อาเจียนลงได้ดี กลิ่นหอมของขิงยังทำให้คนท้องผ่อนคลายอีกด้วย

6.พยายามทำจิตใจให้สบาย โดยหาอะไรทำเพลินๆ ดูหนัง ฟังเพลง ดูตลก อ่านหนังสือสนุกๆ แล้วก็นอนพักผ่อนให้มากๆ ยิ่งถ้ากำลังจะวีนแตกแล้วหยุดอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ แนะนำให้นอนไปเลยค่ะ เพราะยิ่งคุณเหวี่ยงเท่าไร ก็จะยิ่งแพ้ท้องหนักขึ้นไปอีก

คุณแม่ตั้งครรภ์และคุณพ่อบ้านไหนที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ก็ขอให้อดทนกันไว้นะคะ อาการคนท้องแบบนี้เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่นาน พอคลอดน้องแล้ว อาการต่างๆ ก็จะหายไป ดังนั้นขอให้เข้าใจกันให้มากๆ ในระหว่างนี้เป็นดีที่สุดค่ะ