เจาะลึกการดูแลผิวอย่างถูกวิธี

เจาะลึกการดูแลผิวอย่างถูกวิธี

 

จะว่าไปแล้ว ในความเป็นจริงคงมีเพียงน้อยคนนักที่เกิดมาพร้อมกับผิวที่สวยบริสุทธิ์ ไม่มีปัญหาผิวเลย จนอาจจะหาแทบไม่ได้เลยทีเดียว แต่ใช่ว่า "ผู้หญิง" เราจะต้องยอมรับชะตากรรม เพราะเชื่อเลยว่าไม่มีใครจะละเลยได้หรอก แค่ริ้วรอยเล็กๆ ปรากฏบนหน้าก็เครียดจะแย่แล้ว อยู่ที่ว่าจะรับมือกับปัญหาต่างๆ นั้นได้หรือเปล่าเท่านั้น บางคนที่รู้จักการดูแลผิวที่ดี ก็จัดการปัญหาได้ บางคนรู้ครึ่งๆ กลางๆ ก็จัดการได้บ้างไม่ได้บ้าง บางคนไม่รู้เลย ก็ปล่อยไปจนเป็นปัญหายิ่งใหญ่เกินเยียวยา ลองมาศึกษาวิธีการดูแลผิวอย่างถูกต้องดูไหมคะ อย่างน้อยก็เป็นการเริ่มต้นการดูแลผิวอย่างถูกวิธี เพื่อผิวสวยๆ ที่สร้างสรรค์ได้ด้วยตัวเราเอง

รู้จักผิวให้มากขึ้น

ลองฟื้นการศึกษาชีววิทยาดู ใครๆ ก็คงทราบดีว่า "ผิวหนัง" ประกอบด้วยโครงสร้างผิว 3 ชั้น คือ ชั้นหนังกำพร้าที่อยู่บนสุด ลึกลงไปชั้นกลางคือชั้นหนังแท้ และลึกที่สุดคือชั้นใต้ผิวหนังหรือผิวชั้นล่าง ทั้งนี้สุขภาพความแข็งแรงของผิวสามารถสังเกตได้จากชั้นหนังกำพร้า ในขณะที่ชั้นหนังแท้เป็นตัวกำหนดสภาพผิวและตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัยที่เพิ่มขึ้น ส่วนผิวหนังชั้นล่างเป็นส่วนของไขมัน เส้นเลือด และเส้นประสาท ดังนั้นปัญหาผิวหลักๆ ที่สาวๆ ต้องพบเจอมักเกิดขึ้นในชั้นผิวหนังแท้ และผิวหนังกำพร้า ซึ่งในผิวหนังแท้ประกอบขึ้นจากคอลลาเจนและอิลาสตินเป็นส่วนใหญ่ อันเป็นองค์ประกอบที่ช่วยสร้างโครงสร้างผิว ผิวจะเรียบตึงกระชับ หรือหย่อนคล้อย เนียนนุ่ม หรือหยาบกร้าน เรียบเนียน หรือยับย่น ก็เกิดจากโครงสร้างผิวชั้นนี้เกือบทั้งสิ้น ซึ่งเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การทำงานของคอลลาเจนและอิลาสตินจะลดลง ทำให้ริ้วรอยต่างๆ และปัญหาผิวปรากฏชัดขึ้น นอกจากนี้ในชั้นผิวหนังแท้นี้ ยังประกอบไปด้วยต่อมไขมันอีกด้วย ซึ่งต่อมไขมันนี้จะผลิตน้ำมันโดยเดินทางผ่านเส้นขนขึ้นไปยังผิวหนังชั้นบน เพื่อช่วยปกป้องการขาดความชุ่มชื้นของผิว ซึ่งถ้าการทำงานผิดปกติ เช่นน้อยเกินไป ก็เป็นสาเหตุของผิวแห้ง และถ้ามากเกินไปก็เป็นสาเหตุของผิวมัน

อย่างไรก็ดีกระบวนการสร้างผิวโดยธรรมชาติ เกิดจากการที่เซลล์เรียงตัวกันเป็นชั้นๆ โดยเซลล์ใหม่จะถูกสร้างจากชั้นล่าง แล้วค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นมาทดแทนผิวหนังที่อยู่ด้านบน ซึ่งขณะที่กระบวนการนี้ดำเนินไป เซลล์ผิวก็จะค่อยๆ สูญเสียความชุ่มชื้นและออกซิเจน จนเซลล์ผิวนั้นกลายเป็นเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ก็จะหลุดลอกออกเป็นขี้ไคลซึ่งกระบวนการนี้จะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ โดยในหนึ่งรอบจะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน แต่เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการดังกล่าวอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไม่หลุดลอกออก อันเป็นที่มาของผิวหน้าที่ดูหมองคล้ำนั่นเอง


สภาพผิวที่แตกต่าง

เพราะแต่ละคนมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นการรู้จักสภาพผิวที่แท้จริงของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทราบ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และวิธีการบำรุงดูแลผิวได้อย่างถูกต้อง ถ้าใครยังไม่รู้วิธีสังเกตว่าสภาพผิวเป็นอย่างไร ให้ลองล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นถ้าหลังล้างแล้วรู้สึกว่าผิวแห้งตึง หมายถึงคุณมีผิวแห้ง แต่ถ้าคงความมันวาวทั่วใบหน้า คือคุณมีสภาพผิวมัน หรือถ้ามันเฉพาะช่วง T-Zone แต่แห้งตึงบริเวณแก้ม คือสภาพผิวผสมและถ้ากลับรู้สึกเฉยๆ แล้วล่ะก็ หมายถึงคุณมีสภาพผิวแบบธรรมดา

ผิวธรรมดา

มีลักษณะที่สังเกตได้ คือ ผิวมีความเรียบเนียนสม่ำเสมอ รูขุมขนมีขนาดเล็ก แต่ทั้งนี้บางครั้งอาจรู้สึกได้ว่ารูขุมขนกว้าง ซึ่งมักจะปรากฏบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง ส่วนบริเวณแก้มนั้นมักรู้สึกว่าค่อนข้างแห้ง แต่ก็ไม่แห้งจนเกินไปการดูแลผิวสำหรับผิวธรรมดาต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวชนิดที่มีฟอง บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์เนื้อโลชั่นบางเบา และใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ นอกจากนี้ควรขัดผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และไม่ลืมที่จะรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิวด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ

ผิวแห้ง

มีลักษณะที่สังเกตได้ คือ เมื่อสัมผัสแล้วรู้สึกได้ว่าผิวหยาบ ไม่เรียบเนียน เพราะเกิดจากการขาดความชุ่มชื้น ส่วนรูขุมขนมักจะเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น บางครั้งรู้สึกได้ว่าแห้งมากจนเป็นขุย และอาจแพ้และเกิดริ้วรอยได้ง่ายการดูแลผิวของผิวแห้งนั้นต้องได้รับการดูแลที่เป็นพิเศษ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทครีมเพื่อทำความสะอาด เลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เน้นการเติมความชุ่มชื้น

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!