ถ้าเรามีความคิดแย่ๆ เกิดขึ้น

ถ้าเรามีความคิดแย่ๆ เกิดขึ้น
www.lisaguru.com

สนับสนุนเนื้อหา

รู้ตัวว่าอึดอัด แต่ก็จัดการอะไรกับความคิดไม่ได้ อย่างนี้ควรมีอุบายยังไงให้เปลี่ยนนิสัยกังวลกับความคิดแย่ๆ มาเป็นรู้สึกดีกับตัวเองได้บ้างคะ? (Jeab Sutthida)

การต้องทนอยู่กับใครที่เราไม่ชอบนานๆ เป็นความทรมานใจอย่างยิ่ง บางทีเจอเพื่อนบ้านไม่ดีก็ยอมขายบ้านหนีกันเลย


แต่การต้องทนอยู่กับความรู้สึกแย่ๆของตัวเองนี่หนักกว่านั้น เพราะความรู้สึกดังกล่าวอาจตามหลอกตามหลอนได้ตลอด 24 ชั่วโมง หลบหน้ากันไม่ได้เหมือนคน จะมุดน้ำดำดิน แอบขึ้นรถ หลบเข้าส้วมอย่างไรก็ไม่พ้น มันตามไปได้ทุกที่

ถ้าเบื่อตัวเอง รำคาญตัวเอง ที่มีเสียงจุกจิกในหัวไม่หยุด อยากโน่นอยากนี่ไม่เลิก หรือคอยแต่จะมีความคิดแย่ๆให้ตัวเองและคนอื่นไม่หยุด ก่อนอื่นอย่าด่าตัวเอง แต่ให้ปลอบตัวเองว่าทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากการสั่งสมกรรม ทำไว้อย่างไร พูดไว้ท่าไหน ตั้งความคิดไว้แบบใด นานๆเข้าก็เหล่านั้นแหละที่รวมกันเป็น "ตัวเรา" ในความรู้สึกนาทีนี้

คุณต้องหาศรัทธาให้เจอ ศรัทธาจะทำให้ใจเราสว่าง และเมื่อใจสว่าง ก็จะเป็นความรู้สึกดีๆแทนความรู้สึกแย่ๆได้ง่ายที่สุด เปลี่ยนความอึดอัดเป็นโปร่งโล่งได้เร็วที่สุด มั่นใจว่าเรามีดีอยู่กับตัวพอให้ชื่นใจได้แน่นอนที่สุด

ศรัทธาที่ปักหลักลงรากได้ลึก บันดาลความรู้สึกสว่างได้เจิดจ้า เห็นจะไม่มีอะไรเกินความศรัทธาในพระพุทธเจ้า แต่พระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว ก็ต้องหาสัญลักษณ์แทนพระองค์ ซึ่งหาง่ายที่สุดก็พระพุทธรูป แต่ที่ใกล้ตัวที่สุดและเอื้อมคว้าได้ตลอดเวลาก็คือคำสอนของท่าน โดยเฉพาะในแง่ที่เกี่ยวข้องกับกายใจของเราโดยตรง

จุดใหญ่ใจความคำสอนของท่านเกี่ยวกับกายใจเรานั้น ตรงกับโจทย์ของคุณเรื่องนี้แหละ คือท่านให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของจิตว่า เมื่อใดเกิดความอยาก เมื่อนั้นจะเกิดความอึดอัด มันเป็นเงาตามกันมา แยกจากกันไม่ได้ อยากน้อยอึดอัดน้อย อยากมากอึดอัดมาก พระท่านจึงว่า ความอยากเป็นต้นตอทุกข์

ถ้าเราเข้าใจแม่นๆ ก็จะสามารถมองเข้ามาเห็นหลักฐานชัดๆ อยากเมื่อไหร่ทุกข์เมื่อนั้น แม้จะอยากหายทุกข์ มันก็คือการเพิ่มทุกข์ ไม่ใช่ลดทุกข์ ลองสังเกตเถอะ ถ้าอยากหายทุกข์ในขณะที่มันหายไม่ได้ ก็เข้าทำนองความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรกดีๆ นี่เอง

เห็นให้ได้หลายๆ ครั้ง จิตของเราจะค่อยๆฉลาดขึ้น ค่อยๆถอนตัวออกมาจากการเป็นพวกเดียวกับความอยากมากขึ้น
การจะรู้ความอึดอัดได้อย่างแท้จริงนั้น ใจของเราเต็มๆดวงต้องอยู่ในอาการ "ยอมรับว่าอึดอัด" ไม่ใช่พากเพียรพยายามขับไสไล่ส่งความอึดอัด

ฟังแล้วอาจจะงงว่าเขายอมรับกันอย่างไร นั่นเพราะคนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับนิสัยทางจิตอันโน้มน้อมไปในทางปฏิเสธเรื่องไม่ดี หรือต่อต้านภาวะไม่ดีที่เกิดขึ้นกับตน จนกระทั่งพอบอกให้ยอมรับสภาพ ถึงกับตะลึงงงอ้ำอึ้ง ไปไม่ถูกกัน

เพื่อให้เข้าใจง่ายหน่อย ผมขอยกตัวอย่างจากโจทย์ของคุณซึ่งเป็น "ความรู้สึกแย่ๆ กับตัวเอง" เช่นที่เกิดขึ้นและพบบ่อยสุดในชีวิตประจำวันของทุกคน ก็คือเราตัดสินใจผิด หรือเป็นคนทำอะไรผิด โดนคนอื่นต่อว่า หรือรู้ว่าจะมีหลายคนช่วยกันประโคมข่าวล้อเลียน ก็จะมีกลไกปกป้องตัวเองออกมาบอกว่า "เปล่า! ฉันไม่ได้ทำ" ตลอดจนหาข้ออ้างหลักฐานต่างๆนานามากมายมายืนยัน ทั้งที่ก้นบึ้งจิตใจรู้อยู่เต็มอกแหละว่า "ฉันนี่แหละทำ!"

ณ จุดของการปฏิเสธความจริงนะครับ จิตใจเราบิดเบี้ยวแล้ว จากการพยายามดัดความจริงให้เบี้ยวบิดผิดเพี้ยน คุณจะรู้สึกถึงความอึดอัด หายใจติดขัด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากพยายามเอาชนะความจริง หรือคาดหวังให้ความจริงพลิกเปลี่ยน จากผิดเป็นถูก จากถูกเป็นผิด

ต่อเมื่อเราบรรเทาอาการอยากกู้หน้ากู้ตาลง เหลือแต่อาการรับได้ ยอมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเราผิดเอง โอเค เดี๋ยวจะปรับปรุงแก้ไขใหม่ ขายหน้าเดี๋ยวเดียว แต่สบายใจไปอีกนาน เพราะปลอดโปร่งที่ได้อยู่กับความจริง ไม่ต้องออกแรงฝืนบิดความจริงกันให้เหนื่อย

การยอมรับตามจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรานั้น ช่วยให้ใจเราเลิกผลิตความอยากหนีความจริง ไม่ต้องเป็นทุกข์ ไม่ต้องกระวนกระวาย จากนั้นค่อยๆพัฒนาคุณภาพของจิตไปสู่การเห็นโลกและตัวเองอย่างที่เป็น ไม่ใช่อย่างที่ใจอยากให้เป็น
เมื่อเลิกสร้างเหตุแห่งทุกข์ การยอมรับความจริงจะกลายเป็นสติไปได้เอง รู้ว่าความอึดอัดกังวลนั้น มากได้ก็น้อยได้ ไม่เที่ยง ไม่ควรไปเอาสาระอะไรกับมัน จิตก็ถอนจากความยึด ปล่อยให้ความอึดอัดกังวลสลายตัวคืนสู่ความว่างไปเอง ไม่ใช่ไปสั่งให้มันรีบเร่งหายไปดังเคยครับ

อยากหายทุกข์จะเพิ่มทุกข์ ยอมรับว่าทุกข์จะลดทุกข์ เห็นความไม่เที่ยงของทุกข์จะหายทุกข์



บทความโดย : ดังตฤณ

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!