ทำความรู้จักโรคพิษสุนัขบ้า

ทำความรู้จักโรคพิษสุนัขบ้า
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน

สนับสนุนเนื้อหา

โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำเกิดจาก เชื้อไวรัสเรบี่ส์เกิดกับสัตว์เลี่ยงลูกด้วยน้ำนมทุกชนิด เช่น ชะนี กระรอก กระแต โดยเฉพาะเป็นมากที่สุดในสุนัข และรองลงมาคือแมว....สาเหตุการติดต่อคนและสัตว์รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ เมื่อถูกสัตว์ที่เป็นโรคนี้กัดหรือข่วน โดยเชื้อจะอยู่ในน้ำลาย ถ้าเป็นสุนัขและแมวจะพบว่ามีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าออกมากับน้ำลายตั้งแต่ก่อนแสดงอาการ 1-7 วัน

 

 

อาการที่พบในสุนัข

ระยะฟักตัวของโรคหลังจากถูกกัดหรือข่วน จะอยู่ในช่วง 3-8 สัปดาห์ ไม่เกิน 6 เดือน และเมื่อเริ่มแสดงอาการแล้วจะตายภายใน 10 วัน มีทั้งแบบดุร้าย และแบบซึม โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ

• ระยะเริ่มแรก

สุนัขจะมีอารมณ์และนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม

• ระยะตื่นเต้น

สุนัขเริ่มมีอาการทางประสาท กระวนกระวาย ตื่นเต้นหงุดหงิดไม่อยู่นิ่ง กัดแทะสิ่งของไม่เลือก ม่านตาขยายกว้าง

• ระยะอัมพาต

สุนัขมีอาการคางห้อยตก ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกนอกปาก น้ำลายไหล ขย้อนอาหารคล้ายมีอะไรอยู่ในลำคอ ขาอ่อนเปลี้ยทรวตัวไม่ได้ ล้มลงอัมพาตทั้งตัวอย่างรวดเร็วและตายในที่สุด

อาการที่พบในคน

ส่วนใหญ่ระยะฟักตัวของโรคตั้งแต่ 3 สัปดาห์ - 6 เดือน แต่บางอาจมีระยะฟักตัวสั้นมากไม่ถึงสัปดาห์ หรืออาจนานเกิน 1 ปี อาการเริ่มแรกคือ เบื่ออาหาร เจ็บคอ มีไข้ อ่อนเพลีย มีอาการคันรุนแรง บริเวณที่ถูกกัดแล้วลามไปส่วนอื่น กระสับ กระส่าย กลัวแสง กลัวลม ไม่ชอบเสียงดัง เพ้อเจ้อ กลืนลำบาก โดยเฉพาะของเหลว กลัวน้ำ ปวดท้องน้อย และขากล้ามเนื้อกระตุก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออกหรืออาจชัก เกร็ง อัมพาต หมดสติ และตายในที่สุด

 

 

เมื่อถูกสุนัข หรือแมว กัด ข่วน ควรปฏิบัตดังนี้

1. ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ เช็ดแผลให้แห้ง ใส่ยารักษาแผลสด

2. จดจำสัตว์ที่กัดให้ได้เพื่อสืบหาเจ้าของ/สอบถาม ประวัติการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

3. ไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อรับการป้องกันที่ถูกต้อง

คำแนะนำสำหรับคนเลี้ยงสุนัข

1. นำสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (ปีแรกควรฉีด 2 ครั้ง)

2. ไม่ปล่อยสุนัขไปเพ่นพ่านในที่สาธารณะ ทุกครั้งที่นำสุนัขออกนอกบ้าน ต้องอยู่ในสายจูงตลอดเวลา

3. คุมกำเนิดไม่ให้มีสุนัขมากเกินไปและต้องไม่นำสุนัขไปปล่อยให้เป็นภาระของสังคม

คำแนะนำสำหรับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

1. อย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้สุนัขที่ไม่รู้จัก หรือไม่มีเข้าของ

2. อย่าแหย่สุนัขให้โมโห

3. อย่าเหยียบหาง หัว ขา หรือทำให้สุนัขตกใจ

4. อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดอยู่ด้วยมือเปล่า

5. อย่าหยิบจานข้าวหรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะสุนัขกำลังกินอาหาร

 

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!