7 เรื่องควรรู้ เพื่อป้องกันการทารุณกรรมเด็ก

ทุกๆวันเด็กจำนวนมากกำลังเผชิญกับการถูกทำร้าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางร่างกาย หรือทางจิตใจ การล่วงละเมิดเหล่านี้เกิดมาจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น คนแปลกหน้า เพื่อนบ้าน ครูบาอาจารย์ พี่น้อง เพื่อนหรือแม้กระทั่งพ่อแม่เอง การล่วงละเมิดส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กที่ถูกละเมิดเป็นอย่างมาก ทำให้เด็กอับอายและไม่กล้าสู้หน้าใคร และร้ายแรงที่สุดในกรณีเด็กหญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศเด็กอาจเกิดการตั้งครรภ์ ทำให้เป็นปัญหาต่อไปในภายภาคหน้าได้ การถูกล่วงละเมิดในเด็กไม่ใช่ว่าจะสามารถตรวจพบได้ตลอดเวลา แต่มีบางสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยในเรื่องนี้คือการสังเกตอาการ ในบทความนี้จะบอกถึงวิธีสังเกตและป้องกันการเกิดการล่วงละเมิดในเด็ก
1.พูดคุยกับเด็กอย่างเปิดใจ
พูดคุยกับเด็กๆอย่างเปิดใจ ตรงไปตรงมา เอาใจใส่ ปลอบโยน เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจว่าพวกเขามีสิทธิที่จะปลอดภัย และไม่ใช่ความผิดของพวกเขาถ้าหากพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม เมื่อเด็กรู้ว่าพวกเขามีสิทธิพวกเขาก็จะมีแนวโน้มที่จะเล่าเรื่องราวของการถูกล่วงละเมิดได้มากขึ้น
2.เข้าใจขอบเขตของการละเมิด
การล่วงละเมิดทางร่างกายและทางเพศมีหลายรูปแบบ อาจเกิดขึ้นในรูปแบบของการทารุณกรรมทางด้านจิตใจ ความล้มเหลวในการจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต การปฏิเสธการแยกจากและการดูถูก ยิ่งคุณรู้จักขอบเขตของการละเมิดมากขึ้นเท่าใดคุณก็จะสามารถมองเห็นการล่วงละเมิดได้ดีขึ้นเมื่อมันเกิดขึ้นมา
3.รู้จักสังเกตสัญญาณการละเมิด
สัญญาณเหล่านั้นอาจรวมถึง รอยฟกช้ำตามร่างกาย ของส่วนตัวถูกทำลาย ฯลฯ เหล่านี้มักเป็นสัญญาณทางกายที่มองเห็นได้ แต่ยังมีสัญญาณที่มองไม่เห็น เช่น เด็กที่ถูกทารุณกรรมบ่อยครั้งมักจะแสดงอาการหวาดกลัว ตกใจง่าย วิตกกังวล ไม่ไว้วางใจในพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม เด็กเหล่านี้มักมีปัญหาในการเข้าหาเพื่อนใหม่ เข้าหาคนอื่นๆ สัญญาณเหล่านี้เป็นสัญญาณความผิดปกติที่เราควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ

4.สังเกตการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
อาจจะสังเกตบ่อยๆหรือมีการจดบันทึกพฤติกรรมหากคุณสงสัยว่าเด็กจะถูกล่วงละเมิด เช่น สังเกตเห็นว่าเด็กพฤติกรรมที่แตกต่างจากปกติ เช่น การนอนไม่หลับ ไม่ค่อยกินอาหาร เก็บตัวอยู่คนเดียว หรือเกิดอาการก้าวร้าว สัญญาณเหล่านี้ทำให้เห็นว่าพวกเขากำลังทุกข์ทรมานจากการถูกล่วงละเมิดบางประเภท
5.สังเกตว่าเด็ก ๆ กลัวบ้านหรือกลัวการไปโรงเรียนหรือไม่
ถ้าคุณสังเกตเห็นว่าเด็กไม่ยอมกลับบ้านหรือไม่ยอมไปโรงเรียนและดูเหมือนว่าพวกเขาจะกลัว เช่น กลัวว่าจะถูกทำร้ายที่บ้าน กลัวการไปโรงเรียนหรือกลัวการเดินทางไปไหนมาไหนกับคนบางคนนี่อาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังถูกทารุณ
6.สังเกตว่าเด็กๆหมกมุ่นเรื่องเพศมากเกินไป
บ่อยครั้งที่เด็กที่ถูกทารุณกรรมทางเพศจะแสดงความรู้เกี่ยวกับเพศมากขึ้นกว่าที่ควร พวกเขาอาจแสดงพฤติกรรมทางเพศหรือใช้ภาษาที่ชัดเจน
7.สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงทางกายภาพอื่นๆ
เช่น น้ำหนักตัวลดลง หรือหวาดผวามากยิ่งขึ้นแปลว่าเด็กกำลังถูกละเมิดอย่างหนักจนเกิดความหวาดระแวงและไม่อยากกินอาหาร เด็กจะเก็บตัว พูดน้อย ไม่กล้าสู้หน้าคนอื่น
การล่วงละเมิดในเด็กนั้นเป็นอันตรายที่ร้ายแรงมาก เพราะมันจะทำร้ายสภาพจิตใจของเด็กๆทำให้พวกเขามีสภาพจิตใจที่ไม่เป็นปกติส่งผลเสียต่อทั้งกาย ของเด็ก ความสัมพันธ์ของครอบครัว ของโรงเรียน เพื่อนญาติหรือแม้แต่สังคมก็ตาม การให้คำแนะนำในชุมชนที่เกี่ยวข้องต่างๆเกี่ยวกับการล่วงละเมิดเป็นสิ่งที่ควรทำนอกจากจะสามารถช่วยเด็กๆที่ถูกทารุณกรรมได้แล้วยังลดความเสี่ยงของการล่วงละเมิดในเด็กได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี