หึง ไม่หึง? 5 ข้อ เช็คชัดๆ คุณเป็นคนขี้หึงเกินไปหรือเปล่า

หึง ไม่หึง? 5 ข้อ เช็คชัดๆ คุณเป็นคนขี้หึงเกินไปหรือเปล่า
SistaCafe

สนับสนุนเนื้อหา

คนเราอะนะ พอมีคนรัก ก็รู้สึกอยากครอบครองทุกสิ่งอย่างที่เป็นตัวเขา ใครๆ ก็ห้ามแตะ ใครๆ ก็ห้ามมอง ดูแล้วเหมือนจะดีนะ แต่ความรู้สึกที่อยากครอบครองเกินไป จนรบกวนความเป็นส่วนตัวของกันและกัน เช่น เริ่มลามไปถึงธุระระหว่างเขากับเพื่อนหรือครอบครัว เริ่มห้ามไม่ให้เขาไปทำงานอดิเรกที่เขาชอบ เริ่มเช็คสถานที่เขาอยู่ทุกๆ ชั่วโมง แบบเนี้ยเขาเรียกว่า ' ขี้หึงแบบผิดปกติ ' ซึ่งมักจะนำมายังปัญหาของความสัมพันธ์ ณ ปัจจุบันอีกด้วยสาวๆ บางคนก็อาจไม่รู้ตัวหรอก ว่าที่ตัวเองเป็นอยู่นั้นเรียกว่าขี้หึงรึเปล่า ถ้าใครอยากเช็คชัดๆ ลองมาดูกันดีกว่า

ถ้าคุณมีพฤติกรรมตาม 5 ข้อนี้ ขอให้รู้ไว้ว่า แฟนของคุณ เริ่มจะอึดอัดกับคุณแล้วนะจ๊ะ  

1. หวั่นไหวกับการใช้โทรศัพท์ของเขา

คนเราก็มักจะมีมือถือติดตัวกันเกือบทุกคนแล้วใช่มะ ซึ่งถ้าจะให้คิดง่ายๆ ก็คือ การติดต่อสื่อสารก็น่าจะง่ายขึ้นตามไปด้วย และนั่นแหละ เมื่อพฤติกรรมการใช้มือถือของเขาทำให้คุณมีความรู้สึกที่สั่นคลอน อย่างเช่น โทรไปแล้วไม่รับ โทรไปแล้วสายไม่ว่าง ทำให้คุณเกิดความรู้สึกเศร้าแบบกะทันหัน นั่นแสดงว่าคุณเป็นคนขี้หึงเกินไปแล้ว หึงไม่พอ ยังคิดมากอีกด้วย!สาวๆ จ๋า เขาอาจจะไม่ได้อยู่ติดกับมือถือตลอด บางทีที่ทำงานเขาอาจจะประชุมอยู่ เขาอาจทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำอยู่ก็เป็นได้ แล้วถ้าโทรไปสายไม่ว่าง ทำไมเธอถึงคิดว่าเขาจะคุยกับผู้หญิงอื่นอยู่ล่ะ อาจจะคุยงาน คุยกับเพื่อนชาย หรือคุยกับแม่เขาอยู่ก็ได้ ลดความคิดมาก แล้วเพิ่มความไว้ใจเขาให้มากขึ้นจะดีกว่า ความไว้ใจซึ่งกันและกัน ถือเป็นเรื่องสำคัญของคู่รักมากๆ เลยนะ  

2. การใช้ Social Media ของเขา ทำให้คุณกลัว

Social Media อย่าง Facebook, Line, Instagram หรือช่องทางอื่นๆ มีไว้ติดต่อสื่อสารกับผู้คนอยู่แล้ว คุณเองก็มีเหมือนกันแหละ ใช่มั้ยล่ะ? แต่คุณมักจะอดไม่ได้ที่จะตามดูว่าเขาเป็นเพื่อนใหม่กับใครบ้าง และถ้าเพื่อนใหม่ที่ว่านั่นเป็นผู้หญิง จะทำให้คุณรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาแบบฉับพลัน หนำซ้ำยังรู้สึกกลัวว่าคนๆ นี้ จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับเขาสั่นคลอนด้วยยังไม่พอ คุณอาจถึงขั้นเข้าไปดูยันหน้ารายชื่อเพื่อน แล้วหาคนที่เป็นผู้หญิงทั้งหมด และคิดเหมารวมเอาเองว่า ยัยพวกนี้ทั้งหมดนั้นคือศัตรูหัวใจของคุณ เอิ้มมม... จริงๆ แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องคิดมากไปก่อนเลย บางทียัยพวกนั้นอาจเป็นเพื่อนใหม่ที่ทำงาน อาจเป็นเพื่อนเก่าที่โรงเรียน หรือถ้าเป็นใครก็ไม่รู้จริงๆ ก็ใช่ว่ายัยพวกนั้นจะต้องชอบแฟนคุณ เหมือนที่คุณรักนักหวงหนาเสมอไปนี่จ๊ะ  

3. ตามติดชีวิตเขาแบบไม่ให้รู้ตัว

แค่ Social Media มันไม่พอ คุณอาจถึงขั้นคิดว่า ตอนอยู่บน Facebook อาจทำเหมือนไม่มีอะไร เพื่อตบตาแฟนสาวอย่างเรา แต่อาจไปเจอกัน คุยกันในชีวิตจริงๆ ก็เป็นได้! สิ้นความคิดปุ๊บ ก็บึ่งแอบตามเขาไปแถวๆ ที่ทำงาน ไปที่บ้าน หรือไปที่ที่เขาชอบไปบ่อยๆ ไม่ให้เขารู้ตัว เพื่อแอบดูพฤติกรรมของเขาอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ อุเหม่! ทำไปได้น้อ นี่แฟนคุณนะ ทำไมไปแอบติดตามประหนึ่งเขาเป็นอาชญากรยังไงยังงั้นล่ะ ถ้าสาวๆ รู้ตัวว่าตัวเองทำถึงขั้นนี้แล้วล่ะก็ บอกไว้เลยว่า นั่นไม่ปกติแล้วนะ คุณเป็นคนที่ไม่ไว้ใจแฟนตัวเองอย่างแรก ถ้าเขาจับได้ว่าคุณแอบตามแล้วอยากเลิกล่ะก็ เขาไม่ผิดเลยนะน่ะ   

4. ไม่ไว้ใจคนใหม่ๆ

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก นี่คือความรู้สึกของคุณ เมื่อแฟนหนุ่มของคุณแนะนำให้รู้จักกับใครใหม่ๆ แล้วยิ่งถ้าคนนั้นเป็นชะนีหน้าตาดีแล้วด้วยนะ คุณก็จะพาลรู้สึกว่า นางเป็นคนที่จะมาทำให้แฟนคุณหวั่นไหว คิดปุ๊บความหึงจะพลุ่งพล่านจนเก็บอาการไม่อยู่เลยทีเดียว และนั่นก็ทำให้คุณรู้สึกอยากจะแอบสืบให้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ เป็นใครมาจากไหน สนิทสนมกับแฟนเราขนาดไหน ถึงแม้เขาจะเป็นผู้หญิงที่รู้จักกับแฟนคุณเพียงผิวเผิน เผลอๆ แต่งงานแล้วด้วย คุณก็ยังอุตส่าห์พยายามมโนว่า แฟนเราอาจจะบังเอิญไปรู้จักกับผู้หญิงเลวมากๆ ที่แต่งงานแล้ว แต่ก็ยังพยายามมาแย่งแฟนคนอื่นไปก็เป็นได้ โถๆๆๆ ทำไมโชคชะตาจะต้องเล่นตลกอะไรกับคุณขนาดนั้นด้วยเล่า อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิ ไม่ไว้ใจคนอื่นก็ไม่เท่าไหร่ แต่ไว้ใจแฟนตัวเองหน่อยก็ได้นะ เขาอาจจะรักคุณกว่าที่คุณคิดก็ได้ ทำไมเรื่องนี้ไม่มโนเข้าไปล่าาาา  

5 . เผลอปุ๊บ แอบเช็คปั๊บ

เช็คทุกอย่างมาแล้ว ถ้าจะให้คิดว่าปลอดภัยยังเร็วไป คุณจะไม่มีวันแน่ใจจนกว่าจะได้รู้อย่างแน่ชัด แต่จะให้ถามเองตรงๆ ก็ไม่ได้ และแล้วก็ต้องตกมายังหลักฐานที่น่าสงสัยมากที่สุด อย่างโทรศัพท์มือถือของแฟนคุณยังไงกันล่ะ อือหือ.. เล่นของส่วนตัวกันเลยทีเดียวมือถือของแฟน ดูยังไง๊...ยังไงก็ล่อตาล่อใจให้อยากลักลอบเข้าไปดูได้ตลอดเวลา แต่อันนี้มันเป็นข้อห้ามอันร้ายกาจเลยล่ะ เป็นการแสดงถึงความไม่ไว้ใจและไม่เคารพความเป็นส่วนตัวกันอย่างแรง ถ้าคุณอดใจไม่ไหว แอบเช็คข้อความของเขา ตอนที่เขาไม่อยู่ หรือแม้แต่การแอบเข้ารหัส Social Media ของเขาไปดูเองล่ะก็ นอกจากจะเป็นคนขี้หึงแบบสุดๆ แล้ว ก็ถือว่าผิดกฎการเป็นคูรักกันแบบแรงๆ เลยนะจ๊ะ  

เป็นไงล่ะ โดนกันไปกี่ข้อเอ่ย ? ถ้าใครเช็คแล้วพบว่าตัวเองมีความขี้หึงอยู่สูงมากล่ะก็ เปลี่ยนด่วนๆ เลยนะ เพราะผู้ชายเขาไม่ชอบสุดๆ เผลอๆ เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เลิกกันได้เลย ถ้าไม่เชื่อล่ะก็ ลองดูความในใจจากหนุ่มๆ ที่ต้องเจอกับแฟนขี้หึงได้ที่บทความนี้เลยค่ะ