แม่ท้องกับภาวะโรคกรดไหลย้อนที่ต้องรู้และเข้าใจ

แม่ท้องกับภาวะโรคกรดไหลย้อนที่ต้องรู้และเข้าใจ
S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

อาการคนท้องมีมากมายหลายอาการ และโรคกรดไหลย้อนก็ถือได้ว่าเป็นอีกอาการหนึ่งเช่นกัน แม้ว่าโรคนี้อาจจะเริ่มเป็นที่คุ้นหูของหลายคน ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร โดยก่อนหน้าเรามักจะพบกรดไหลย้อนเกิดขึ้นกับคนทางฝั่งตะวันตก แต่ในปัจจุบัน โรคนี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากลักษณะอาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวันของคนส่วนใหญ่มักจะอุดมไปด้วยแป้ง น้ำตาล และไขมัน ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ตาม

โรคกรดไหลย้อน คืออะไร มีอาการอย่างไรบ้าง?

โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal reflux disease) หรือ GERD เป็นภาวะของการที่กระเพาะอาหารมีการผลิตน้ำย่อยออกมามากจนเกินไปเนื่องจากสิ่งเร้า กอปรกับหูรูดรอบๆ กระเพาะอาหารส่วนบนที่ติดกับบริเวณหลอดอาหารนั้นมีภาวะเสื่อมจึงไม่สามารถหดปิดได้สนิท กรดจึงไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย จึงทำให้เกิดอาการแน่น เรอเปรี้ยว แสบกลางอก ใต้ลิ้นปี่ บางครั้งอาจแสบย้อนไปถึงกล่องเสียง และจมูกได้

ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์ มีผลทำให้อาการกรดไหลย้อนรุนแรงขึ้น

ในกรณีของคุณแม่ตั้งครรภ์อาจมีผลให้อาการกรดไหลย้อนที่เป็นอยู่แล้วทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ หรือบางกรณีอาจจะเกิดกรดไหลย้อนขึ้นมาทันที โดยที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งนี้เนื่องจากฮอร์โมนและระบบภายในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์ และอาการอาจจะมากขึ้นเมื่ออายุครรภ์เพิ่มขึ้น เพราะมดลูกมีการขยายตัวใหญ่ขึ้น จนกระทั่งกดทับและดันกระเพาะอาหาร ทำให้กรดไหลย้อนง่ายขึ้นตามไปด้วย

โรคกรดไหลย้อนเป็นแล้ว อันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่?

โรคกรดไหลย้อนนี้พบว่า หากคุณแม่เป็นกรดไหลย้อนไม่มากนัก ก็จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อลูกในครรภ์ หากแต่จะสร้างความลำบาก รำคาญ และเจ็บแสบแก่ตัวคุณแม่เอง แต่ถ้าอาการของโรคเป็นมาก และต่อเนื่องมานาน จนกระทั่งคุณแม่ไม่สามารถที่จะรับประทานอาหารได้มากเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายตนเอง และร่างกายของลูกน้อยแล้วล่ะก็ อาการขาดสารอาหาร และน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่ามาตรฐานก็จะเกิดแก่ตัวของเด็ก และอาจมีผลต่อการพัฒนาในระยะยาวอีกด้วย ทั้งในส่วนของระบบประสาท กระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะภายในส่วนต่างๆ เป็นต้น

แม่ท้องเป็นกรดไหลย้อน ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

วิธีดูแลรักษาตัวเองจากโรคกรดไหลย้อนนั้น หากคุณแม่กังวลในเรื่องของการรับประทานยา Ranitidine ที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารให้ลดลง คุณแม่ก็ควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยแบ่งทานทีละน้อย แต่ทานหลายมื้อ รวมทั้งไม่ดื่มน้ำทันทีหลังทานเสร็จ นอกจากนี้ควรระวังไม่รับประทานมะเขือเทศ แตงโม แตงกวามากเกินไป และสุดท้ายการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่คุณแม่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

แม้โรคกรดไหลย้อนจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และอาจจะทวีความรุนแรงของอาการเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการตั้งครรภ์ แต่อย่างไรก็ตาม หากมีการใส่ใจรักษาสุขภาพของตนเอง และคำนึงถึงลูกน้อยเป็นหลักแล้วล่ะก็ เชื่อว่า คุณแม่จะผ่านพ้นจากช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และอาการคนท้องดังกล่าวก็จะค่อยๆ ลดลงแน่นอน

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด