“Le Boeuf” สเต็กดีๆ ที่ไม่ได้มีแต่แค่ในนิยาย

“Le Boeuf” สเต็กดีๆ ที่ไม่ได้มีแต่แค่ในนิยาย
iPick

สนับสนุนเนื้อหา

Le Boeu สเต็กเฮ้าส์ที่มีดีทั้งเนื้อและเฟรนช์ฟราย ที่หลังจากทานเสร็จต้องเข้ายิมกันหนักอย่างแน่นอน แล้วอย่าลืมอร่อยไปกับแหล่งรวมร้านอาหารดี ๆ มากมายจาก (www.ipick.com) แอปพลิเคชั่นที่คัดสรรร้านอาหารคุณภาพ แล้วอย่าลืมกดไลค์เพจเพื่อติดตามข่าวอร่อย ๆ กันที่ ipickth และ IG : ipickth 

ถ้าจะว่าบอก steak house ร้านนี้เสิร์ฟเฉพาะสเต็กก็น่าจะไม่ผิดนัก เพราะที่ Le Boeuf จะมีตัวเลือกสำหรับเมนูจานหลักระหว่างเนื้อวัว เนื้อวากิว เนื้อแกะ และปลาแซลมอน ที่ให้เลือกระดับความสุกตามชอบ เสิร์ฟมาบนซอสคลาสสิคสีเขียวที่มีต้นตำรับมาจากเจนีวา สวิสเซอแลนด์เพียงแบบเดียวเท่านั้น พร้อมเครื่องเคียงอย่างเฟรนซ์ฟรายแบบเติมได้ไม่อั้น ! จริงๆ เมนูเรียกน้ำย่อยก็พอมีอีกนิดหน่อย แต่พวกเราว่าเนื้อ ๆ เน้น ๆ กันไปเลยดีกว่ามื้อนี้

เราทั้งคู่เลือกเนื้อวัว โดยโยขอสุกแค่ medium rareในขณะที่จิขอเป็นแบบ medium เราอยากรู้ว่าความสุกที่ต่างกันหนึ่งระดับนี้ ว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไร... ระหว่างรอเนื้อกำลังถูกย่าง ทางร้านจะเสิร์ฟออเดิร์ฟเป็นขนมปังกับเนย และสลัดผักโรยถั่ววอลนัทมาให้เรียกน้ำย่อยไปพลาง ๆ มาถึงจุดนี้ต้องขอบ่นเรื่องเนยสักหน่อย เพราะมันถูกแช่มาจนแข็งทำให้ปาดขนมปังแทบไม่ได้ เสียอรรถรสไปไม่น้อย จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถเตรียมได้ไม่ยาก และเชื่อว่าถ้าหากทางร้านใส่ใจจุดเล็ก ๆ อย่างนี้ได้ จะสร้างความประทับใจได้มากยิ่งขึ้นไปอีก 

คือจริง ๆ แล้วถ้าขนมปังมาแบบค่อนไปทางร้อนอาจจะพอช่วยให้เนยละลายและปาดได้ง่ายขึ้น แต่ก็เพราะขนมปังมาแบบอุ่นเบา ๆ ค่อนไปทางอุณหภูมิห้องซะมากกว่า เลยกลายเป็นการกินเนยที่เย็นแข็งคู่กับขนมปังชืด ๆ แทน เศร้าเล็กน้อย (เราลองจับขนมปังดูความอุ่นแล้วตอนถูกเสิร์ฟใหม่ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่เพราะพวกเราถ่ายรูปนานจนทำให้ขนมปังเย็น) ส่วนสลัดก็เป็นแบบคลาสสิกชนิดที่เสิร์ฟตามคาเฟ่ยุโรปเก่าแก่ ไม่ได้พิเศษอะไร โยกินไปครึ่งจานที่เหลือจิเหมาเอง

แต่นั่นแหล่ะออเดิร์ฟไม่ใช่ตัวชูโรงอะไรของที่นี่ (แต่ก็ทำหน้าที่เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว นาทีนี้ขอเนื้อมาด่วน ๆ) ต้องสเต็กกับซอสสูตรลับเลื่องชื่อนั่นต่างหากที่เรารอคอย ทางร้านจะนำฐานตั้งถาดสเต็กพร้อมเทียนสำหรับอุ่นให้ซอสร้อนเสมอระหว่างมื้อมาวางให้ ก่อนที่จะนำเนื้อของแต่ละคนมาเสิร์ฟ พร้อมด้วยการตักเฟรนซ์ฟรายใส่จานให้ ซอสเขียวรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม หอมเนยนำ มีกลิ่นกระเทียมและเฮิร์บแทรก พร้อมกับรสมัสตาร์ดที่ช่วยให้ซอสไม่เลี่ยนไป ถูกปากเลยทีเดียว 

ส่วนตัวเนื้อทำมาได้สุกอย่างที่พวกเราสั่งไป นุ่มและยังคงรสเนื้อไว้ได้ดี medium rare ของโยจะนุ่ม เคี้ยวง่าย และมีรสธรรมชาติของเนื้อวัวมากกว่าแบบสุก medium ของจิ แต่ในขณะเดียวกันของจิก็จะได้ความหวานจากน้ำเนื้อที่ผ่านการย่างนานขึ้นมากกว่า 

อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบแบบไหนเลย (แต่ด้วยความที่มีการจุดเทียนอุ่นซอสให้ร้อนอยู่ตลอด เราเลยกลัวว่าถ้าปล่อยเนื้อทิ้งไว้ในถาดนาน ๆ เนื้ออาจจะสุกมากขึ้นได้ พวกเราเลยแอบเนื้อมาไว้ข้าง ๆ ถาดเพื่อไม่ให้มันถูกแช่อยู่ในซอสร้อน ๆ นานจนสุกขึ้นกว่าเดิม  อันนี้จริง ๆ ก็ไม่แน่ใจนักว่ามันจะมีผลขนาดนั้นหรือเปล่า แต่ก็ทำที่สบายใจของแต่ละคนเลยจ้ะ) 

สรุปได้ว่าอร่อยทั้งซอส และตัวเนื้อสเต็กเลย ส่วนเฟรนซ์ฟรายที่ทางร้านจะทยอยทอดเพิ่มทีละไม่มากนั้น ก็ร้อนกรอบทุกครั้งที่ขอเติม ดีมากและก็อันตรายมากไปพร้อม ๆ กัน เพราะมันออกจะเคี้ยวเพลินแทบหยุดไม่ได้ ต้องเข้ายิมหนักเลยสินะหลังจากนี้... ยอมมมม

มาถึงของหวาน ที่นี่มีให้เลือกกันไม่น้อยเลย แต่สำหรับจิหลังจากเนื้อหนักๆ แล้วไหนจะแป้งอีก เลยขอเลือกเป็น Sorbet เปรี้ยวหวานเรียกความสดชื่นแทน รสราสพ์เบอรี่ มะนาว มะม่วง จัดมาดีหมด เบาๆ เปรี้ยวๆ เย็นๆ ชอบเลย ส้วนโยก็ไม่พ้นสั่ง Tartellette au Chocolat ที่ใช้ชอคโกแลตเบลเยี่ยม 74% ทำ อร่อยเข้มข้นอีกเช่นกัน ยิ่งจับคู่กินพร้อมกันกับเชอร์เบทเปรี้ยว ๆ ยิ่งดี มัน ๆ เปรี้ยวหวานและขมนิด ๆ เข้ากั๊นเข้ากัน

รายละเอียดร้าน : http://www.ipick.com/bangkok/th/restaurant/30007535

ติดตามรีวิวร้านอื่น ๆ ของนักชิมรายนี้ได้ ที่นี่