มีไทยไหม? เปิดลิสต์ 8 ประเทศ "ดื่มหนักแต่อายุยืน" ที่สุดในโลก!

มีไทยไหม? เปิดลิสต์ 8 ประเทศ "ดื่มหนักแต่อายุยืน" ที่สุดในโลก!

มีไทยไหม? เปิดลิสต์ 8 ประเทศ "ดื่มหนักแต่อายุยืน" ที่สุดในโลก!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

8 ประเทศที่ดื่มแอลกอฮอล์สูง แต่อายุขัยเฉลี่ยยังสูง เปิดอันดับจาก “ไอร์แลนด์” ถึง “ฝรั่งเศส”

ดื่มหนักแต่อายุยืน! เปิด 8 ประเทศที่มีตัวเลขชวนทึ่ง อันดับ 1 คือฝรั่งเศส

โดยทั่วไปแล้วการบริโภคแอลกอฮอล์ในปริมาณมากมักถูกเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อสุขภาพและอายุขัยที่สั้นลง แต่เมื่อมองข้อมูลรายประเทศกลับพบภาพที่ซับซ้อนกว่านั้น เพราะบางประเทศมีการบริโภคแอลกอฮอล์ต่อหัวอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันประชากรก็มีอายุขัยเฉลี่ยค่อนข้างสูง

ต้นฉบับนี้นำข้อมูลการบริโภคแอลกอฮอล์ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO มาประกอบกับข้อมูลอายุขัยของธนาคารโลก แล้วสร้างเป็น WorldRankd Composite Index เพื่อจัดอันดับประเทศที่เข้าข่าย “ดื่มสูงแต่อายุยืน” โดยกำหนดเกณฑ์ว่าต้องบริโภคแอลกอฮอล์มากกว่า 10 ลิตรต่อคนต่อปี และมีอายุขัยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างน้อย 6 ปี

อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับนี้เป็นเพียงการเปรียบเทียบข้อมูลระดับประเทศ ไม่สามารถใช้สรุปว่าแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุที่ทำให้ประชากรมีอายุยืนได้ และปัจจัยอื่น ๆ เช่น รายได้ ระบบสาธารณสุข อาหาร การออกกำลังกาย และรูปแบบการดื่ม ล้วนมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

วิธีจัดอันดับ 8 ประเทศที่ดื่มแอลกอฮอล์สูงแต่อายุยืน

WorldRankd ใช้คะแนนจาก 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ 35% อายุขัย 30% ระดับความขัดแย้งกับความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกับอายุขัย 15% รูปแบบการดื่มในเชิงวัฒนธรรม 10% และปัจจัยด้านสุขภาพ 10%

เกณฑ์ดังกล่าวทำให้ประเทศที่ดื่มมากแต่มีอายุขัยสูงได้รับคะแนนสูงกว่าประเทศที่ดื่มมากและมีอายุขัยต่ำ โดยอันดับต่อไปนี้จึงไม่ได้เรียงตามปริมาณแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นคะแนนรวมจากหลายปัจจัยตามวิธีคำนวณของต้นฉบับ

อันดับ ประเทศ แอลกอฮอล์ต่อคน/ปี อายุขัยเฉลี่ย คะแนน
1 ฝรั่งเศส 11.3 ลิตร 82.8 ปี 84.27
2 สเปน 10.9 ลิตร 83.9 ปี 82.72
3 ลักเซมเบิร์ก 11.5 ลิตร 83.3 ปี 80.83
4 สวิตเซอร์แลนด์ 10.4 ลิตร 84.2 ปี 80.05
5 เช็กเกีย 13.3 ลิตร 79.98 ปี 79.87
6 ออสเตรีย 12.0 ลิตร 81.8 ปี 78.22
7 เยอรมนี 12.2 ลิตร 81 ปี 77.11
8 ไอร์แลนด์ 11.7 ลิตร 82.8 ปี 75.93

อันดับ 8 ไอร์แลนด์ ดื่มหนักแต่มีอายุขัยเกือบ 83 ปี

ไอร์แลนด์มีการบริโภคแอลกอฮอล์ประมาณ 11.7 ลิตรต่อคนต่อปี และมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 82.8 ปี ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก วัฒนธรรมการดื่มของประเทศมีทั้งเบียร์และวิสกี้ โดยผับเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการพบปะทางสังคม

อย่างไรก็ตาม ไอร์แลนด์อยู่ในอันดับสุดท้ายของกลุ่มนี้ เพราะรูปแบบการดื่มบางส่วนมีลักษณะรวมปริมาณการดื่มไว้ในช่วงเวลาสั้น ๆ มากกว่าประเทศที่นิยมดื่มพร้อมอาหารในปริมาณน้อยกว่า นอกจากนี้ คะแนนด้านวัฒนธรรมการดื่มของไอร์แลนด์ยังต่ำที่สุดในกลุ่มตามเกณฑ์ของ WorldRankd

ปัจจัยด้านรายได้ ระบบสาธารณสุข และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จึงถูกนำมาพิจารณาร่วมกับปริมาณการดื่ม แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านี้สามารถชดเชยผลกระทบจากแอลกอฮอล์ได้ทั้งหมด

อันดับ 7 เยอรมนี ดื่มกว่า 12 ลิตร แต่อายุขัยแตะ 81 ปี

เยอรมนีมีการบริโภคแอลกอฮอล์ประมาณ 12.2 ลิตรต่อคนต่อปี และมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 81 ปี โดยเบียร์ถือเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมการดื่มในประเทศ ตั้งแต่การดื่มในชีวิตประจำวันไปจนถึงเทศกาลขนาดใหญ่อย่าง Oktoberfest

ต้นฉบับมองว่ารูปแบบการดื่มที่มักเกิดขึ้นร่วมกับอาหารและกิจกรรมทางสังคม เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เยอรมนีมีลักษณะแตกต่างจากประเทศที่มีการดื่มแบบหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ขณะเดียวกัน เยอรมนียังมีรายได้สูงและระบบสาธารณสุขที่ครอบคลุม

อย่างไรก็ตาม อายุขัยของเยอรมนียังต่ำกว่าหลายประเทศในกลุ่มนี้ จึงทำให้คะแนนรวมอยู่ที่ 77.11 และอยู่ในอันดับ 7 ของการจัดอันดับ

อันดับ 6 ออสเตรีย ดื่มใกล้เคียงเยอรมนี แต่อายุยืนกว่า

ออสเตรียมีการบริโภคแอลกอฮอล์ประมาณ 12 ลิตรต่อคนต่อปี และมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 81.8 ปี ประเทศนี้มีทั้งวัฒนธรรมการดื่มเบียร์และไวน์ โดยเฉพาะพื้นที่ผลิตไวน์ทางตะวันออกของประเทศ

ลักษณะการดื่มที่เชื่อมโยงกับอาหารและการพบปะทางสังคม รวมถึงวิถีชีวิตที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การเดินเขาและการเล่นสกี ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายในดัชนี นอกจากนี้ ออสเตรียยังมีระบบสาธารณสุขและมาตรฐานการครองชีพในระดับสูง

ด้วยคะแนนรวม 78.22 ออสเตรียจึงอยู่เหนือเยอรมนีเล็กน้อย แม้จะมีปริมาณการดื่มใกล้เคียงกัน แต่สิ่งสำคัญคือข้อมูลนี้เป็นความสัมพันธ์ในระดับประชากร ไม่ใช่หลักฐานว่าการดื่มเป็นเหตุให้อายุยืน

อันดับ 5 เช็กเกีย ประเทศที่ดื่มมากที่สุดใน 8 อันดับ

เช็กเกียเป็นประเทศที่มีปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์สูงที่สุดในรายชื่อ โดยอยู่ที่ประมาณ 13.3 ลิตรต่อคนต่อปี ขณะเดียวกันมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 79.98 ปี ทำให้เป็นกรณีที่โดดเด่นที่สุดของการจัดอันดับนี้

เช็กเกียยังมีวัฒนธรรมการดื่มเบียร์ที่แข็งแรงมาก และมีการบริโภคเบียร์ต่อหัวในระดับสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ต้นฉบับจึงมองว่ารูปแบบการดื่มที่กระจายอยู่ในชีวิตประจำวันและกิจกรรมทางสังคม เป็นส่วนหนึ่งของความแตกต่างเมื่อเทียบกับประเทศที่มีรูปแบบการดื่มแบบหนักเป็นช่วง ๆ

อย่างไรก็ตาม เช็กเกียมีอายุขัยต่ำที่สุดในกลุ่ม 8 ประเทศตามตัวเลขที่ใช้ในการจัดอันดับ จึงได้คะแนนด้านอายุขัยและสุขภาพต่ำกว่าหลายประเทศ แม้จะมีคะแนนรวมสูงจากปริมาณการดื่มที่มากและลักษณะของ “ความย้อนแย้ง” ที่ชัดเจน

อันดับ 4 สวิตเซอร์แลนด์ ดื่มน้อยที่สุดในกลุ่ม แต่มีอายุขัยสูงสุด

สวิตเซอร์แลนด์มีการบริโภคแอลกอฮอล์ประมาณ 10.4 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำที่สุดใน 8 ประเทศนี้ แต่มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 84.2 ปี สูงที่สุดในกลุ่ม

วัฒนธรรมการดื่มของสวิตเซอร์แลนด์มีทั้งไวน์ เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ ขณะที่ประเทศมีรายได้สูง ระบบสาธารณสุขที่มีทรัพยากรจำนวนมาก และประชากรบางส่วนมีวิถีชีวิตที่มีกิจกรรมทางกายค่อนข้างสูง

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ สวิตเซอร์แลนด์จึงได้คะแนนรวม 80.05 แต่การที่ประเทศมีอายุขัยสูงไม่ได้หมายความว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในระดับดังกล่าวปลอดภัย เพราะผลกระทบต่อสุขภาพของแต่ละคนขึ้นอยู่กับปริมาณ ความถี่ และปัจจัยส่วนบุคคลด้วย

อันดับ 3 ลักเซมเบิร์ก ดื่มสูง แต่อายุขัยเกิน 83 ปี

ลักเซมเบิร์กมีตัวเลขการบริโภคแอลกอฮอล์ประมาณ 11.5 ลิตรต่อคนต่อปี และมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 83.3 ปี จึงติดอันดับ 3 ด้วยคะแนนรวม 80.83 ประเทศนี้มีวัฒนธรรมการดื่มไวน์ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่หุบเขาแม่น้ำโมเซลและวัฒนธรรมอาหารแบบยุโรปตะวันตก

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของลักเซมเบิร์กมีข้อควรระวังที่สำคัญ เพราะประเทศมีขนาดเล็กและตั้งอยู่ติดกับฝรั่งเศส เยอรมนี และเบลเยียม จึงมีผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางเข้ามาซื้อแอลกอฮอล์ในลักเซมเบิร์ก เนื่องจากภาษีบางประเภทต่ำกว่า

ดังนั้น ตัวเลขการบริโภคต่อหัวอาจสูงกว่าปริมาณที่ประชากรลักเซมเบิร์กบริโภคจริง และนี่เป็นตัวอย่างว่าการใช้ข้อมูลระดับประเทศต้องพิจารณาบริบทของแต่ละประเทศร่วมด้วย

อันดับ 2 สเปน อายุขัยเกือบ 84 ปี แม้บริโภคแอลกอฮอล์สูง

สเปนมีการบริโภคแอลกอฮอล์ประมาณ 10.9 ลิตรต่อคนต่อปี และมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 83.9 ปี จึงอยู่ในอันดับ 2 ด้วยคะแนน 82.72 ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอายุขัยสูงที่สุดในรายชื่อ

วัฒนธรรมการดื่มของสเปนมักเชื่อมโยงกับอาหารและการเข้าสังคม เช่น การดื่มไวน์หรือเบียร์ร่วมกับมื้ออาหารและการรับประทานอาหารเป็นเวลานาน ขณะที่รูปแบบอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่มีผัก ปลา น้ำมันมะกอก และอาหารสดเป็นองค์ประกอบสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าการดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของอายุขัยที่สูงของชาวสเปน เพราะอายุขัยเป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน และหลักฐานด้านสุขภาพในปัจจุบันไม่ได้สนับสนุนให้คนเริ่มดื่มแอลกอฮอล์เพื่อหวังผลด้านสุขภาพ

อันดับ 1 ฝรั่งเศส ประเทศต้นกำเนิดคำว่า “French Paradox”

ฝรั่งเศสคว้าอันดับ 1 ด้วยคะแนน 84.27 โดยมีการบริโภคแอลกอฮอล์ประมาณ 11.3 ลิตรต่อคนต่อปี และมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 82.8 ปี ความโดดเด่นของฝรั่งเศสทำให้ประเทศนี้ถูกนำไปเชื่อมโยงกับแนวคิดที่เรียกว่า “French Paradox” หรือความขัดแย้งที่ดูเหมือนว่าคนฝรั่งเศสมีพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่กลับมีอัตราโรคหัวใจและอายุขัยที่ดูดีกว่าที่คาดจากปัจจัยบางอย่าง

วัฒนธรรมอาหารและการดื่มไวน์ร่วมกับมื้ออาหารถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในคำอธิบายของปรากฏการณ์ดังกล่าว แต่แนวคิดนี้ไม่ควรถูกตีความว่าไวน์หรือแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรค เพราะงานวิจัยและคำแนะนำด้านสาธารณสุขในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความเสี่ยงจากแอลกอฮอล์มากกว่า

ดังนั้น การที่ฝรั่งเศสอยู่ในอันดับ 1 จึงสะท้อนถึง ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลการดื่ม อายุขัย รูปแบบการใช้ชีวิต และปัจจัยทางสังคม ตามสูตรของ WorldRankd ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้คนฝรั่งเศสมีอายุยืน

แล้วทำไมบางประเทศดื่มสูง แต่อายุขัยยังสูง?

ข้อมูลชุดนี้ชี้ให้เห็นว่าการมองเพียง “ปริมาณแอลกอฮอล์ต่อหัว” อาจไม่เพียงพอที่จะอธิบายสุขภาพของประชากรทั้งประเทศ รูปแบบการดื่ม เช่น ดื่มปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือดื่มร่วมกับอาหารและสังคม รวมถึงรายได้ ระบบสาธารณสุข อาหาร การออกกำลังกาย และพฤติกรรมสุขภาพอื่น ๆ ล้วนมีความแตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรนำอันดับนี้ไปใช้เป็นหลักฐานว่าการดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้อายุยืน เพราะเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลระดับประเทศและมีปัจจัยอื่นอีกจำนวนมากที่อาจเกี่ยวข้องกับอายุขัย องค์การอนามัยโลกระบุว่าแอลกอฮอล์มีความเสี่ยงต่อสุขภาพแม้ในระดับต่ำ และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณที่บริโภค

การศึกษาที่พบว่าคนในประเทศซึ่งดื่มมากมีอายุยืน จึงควรถูกมองว่าเป็น “ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจ” มากกว่าจะเป็นคำแนะนำด้านสุขภาพ เพราะการมีอายุขัยสูงของประชากรไม่ได้หมายความว่าทุกคนในประเทศนั้นจะปลอดภัยจากผลกระทบของแอลกอฮอล์

สรุป 8 ประเทศที่ดื่มแอลกอฮอล์สูงแต่อายุขัยยังสูง

อันดับ 1 คือ ฝรั่งเศส ตามด้วยสเปน ลักเซมเบิร์ก สวิตเซอร์แลนด์ เช็กเกีย ออสเตรีย เยอรมนี และไอร์แลนด์ โดยทั้ง 8 ประเทศมีปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และมีอายุขัยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกตามวิธีคำนวณของต้นฉบับ

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่การหาว่า “ประเทศไหนดื่มแล้วอายุยืน” แต่คือการเห็นว่าปัจจัยด้านสุขภาพของประชากรมีความซับซ้อนมากกว่าตัวเลขเพียงตัวเดียว ขณะเดียวกัน อายุขัยที่สูงของประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนการดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ที่ไม่ดื่มก็ไม่มีเหตุผลทางสุขภาพที่จะต้องเริ่มดื่ม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. WorldRankd Composite Index – การจัดอันดับประเทศที่มีการบริโภคแอลกอฮอล์สูงและอายุขัยสูง ตามข้อมูลต้นฉบับ
  2. องค์การอนามัยโลก (WHO) – ข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภคแอลกอฮอล์และความเสี่ยงต่อสุขภาพ
  3. ธนาคารโลก (World Bank) – ข้อมูลอายุขัยเฉลี่ยของประชากรแต่ละประเทศ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล