สถิติโลกบอกมา! "ภาษาไทย" ยากระดับหิน เผยต้องใช้เวลาฝึกกี่เดือน? คนได้อังกฤษยังมีร่วง

ส่องอันดับโลก! "ภาษาไทย" ยากแค่ไหนในสายตาต่างชาติ? เผยบาร์สถิติต้องเรียน 44 สัปดาห์ถึงพูดรอด
ภาษาไหนปราบเซียนสุด? จัดอันดับ "ภาษาที่เรียนยากที่สุด" สำหรับคนรู้ภาษาอังกฤษ เผยพิกัดเอเชียกวาดแชมป์ปราบเซียน ต้องใช้เวลาเรียนนานกว่าปกติถึง 4 เท่า!
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนเรียนภาษาที่สองอย่างฝรั่งเศสหรือสเปนได้ในเวลาไม่กี่เดือน แต่พอจะสลับไปเรียนภาษาจีนหรือญี่ปุ่นกลับรู้สึกยากเข็ญจนอยากถอดใจ?
สำหรับคนไทยเราอาจจะมองว่าภาษาของเราใช้กันอยู่ทุกวันคงไม่ได้ยากอะไร แต่ในสายตาของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก 'ภาษาไทย' ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มภาษาปราบเซียนที่ต้องใช้เวลาเรียนนานเกือบปีเลยทีเดียว! วันนี้ Sanook Knowledge จะพาไปเปิดโพลระดับโลกกันว่า ภาษาไทยอยู่จุดไหน และภาษาไหนที่ได้ชื่อว่ามหาหินที่สุดในโลก..
ข้อมูลชุดนี้สร้างสรรค์โดย Julie R. Peasley โดยอ้างอิงเกณฑ์ประเมินระยะเวลาในการเรียนรู้จากสถาบัน Effective Language Learning และ Rosetta Stone ซึ่งอิงมาตรฐานเดียวกับ Foreign Service Institute (FSI) หรือสถาบันวิชาการทูตของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อจัดอันดับความยากง่ายของภาษาต่าง ๆ ทั่วโลก โดยวัดจากระยะเวลาที่คนพูดภาษาอังกฤษ (หรือผู้ที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษดี) ต้องใช้ในการเรียนรู้จนถึงระดับที่สามารถใช้งานในการทำงานได้อย่างมืออาชีพ (Professional Working Proficiency)
ความต่างของระยะเวลาสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ภาษานั้นมีความใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษมากน้อยแค่ไหน ทั้งในแง่ของคลังคำศัพท์, ไวยากรณ์, การออกเสียง และระบบการเขียน
กลุ่มภาษาที่เรียน "ง่ายที่สุด" สำหรับคนได้ภาษาอังกฤษ
ภาษาที่เรียนง่ายมักจะเป็นภาษาที่มีโครงสร้างไวยากรณ์, คลังคำศัพท์, เสียง หรือระบบการเขียนที่คุ้นเคยอยู่แล้ว นั่นคือเหตุผลที่ภาษาใน กลุ่มที่ 1 (Category I) เช่น สเปน, ฝรั่งเศส, อิตาลี, ดัตช์ และสวีเดน ถูกมองว่าเป็นภาษาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด
ภาษาเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้อักษรละติน (Latin Alphabet) เหมือนภาษาอังกฤษ และมีรากศัพท์ร่วมกันผ่านความเชื่อมโยงของกลุ่มภาษาเจอร์แมนิก (Germanic) หรือกลุ่มภาษารอมานซ์ (Romance) นี่จึงเป็นคำตอบว่าทำไมภาษาแถบยุโรปเหล่านี้ถึงได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายในแอปพลิเคชันเรียนภาษา และมักจะติดอันดับภาษาที่มีคนเรียนมากที่สุดในโลกบน Duolingo เสมอ
อะไรที่ทำให้ภาษาอื่น ๆ เริ่มมีความยากและซับซ้อนขึ้น?
เมื่อขยับมาที่ กลุ่มที่ 3 (Category III) ภาษาเหล่านี้จะมี "ระยะห่างทางภาษาศาสตร์" (Linguistic Distance) ที่ไกลจากภาษาอังกฤษมากขึ้น ตัวอย่างเช่น รัสเซีย, กรีก, ฮินดี, ตุรกี รวมไปถึงภาษาในอาเซียนอย่าง เวียดนาม และไทย
ความท้าทายของภาษากลุ่มนี้คือระบบไวยากรณ์ที่ไม่คุ้นเคย รูปประโยคที่ไม่ตรงกับตรรกะของคนพูดภาษาอังกฤษ บางภาษามีตัวอักษรและพยัญชนะเป็นของตัวเอง (เช่น อักษรไทย, อักษรซีริลลิกของรัสเซีย) หรือบางภาษาก็มีระบบการออกเสียงที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเพื่อให้เกิดความเคยชินนานกว่าปกติ
กลุ่มภาษา "ซูเปอร์โหด" ระดับปราบเซียน
กลุ่มที่ 4 (Category IV) คือกลุ่มภาษาที่ขึ้นชื่อว่า "ยากที่สุดในโลก" สำหรับคนสากล ประกอบด้วย ภาษาอาหรับ, ภาษาจีนกวางตุ้ง, ภาษาจีนกลาง, ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเกาหลี
สาเหตุที่ภาษากลุ่มนี้ต้องใช้เวลาเรียนยาวนานเกือบ 2 ปีเต็ม (88 สัปดาห์) เป็นเพราะผู้เรียนต้องเจอกับกำแพงความยากหลายด้านพร้อม ๆ กันในเวลาเดียว:
-
ภาษาจีนกลางและจีนกวางตุ้ง: ต้องวรรณยุกต์และระดับเสียง (Tones) ที่เปลี่ยนความหมายคำ รวมถึงการจำอักษรภาพ
-
ภาษาญี่ปุ่น: มีการผสมผสานระบบการเขียนถึง 3 แบบในเวลาเดียวกัน (ฮิรางานะ, คาตาคานะ, คันจิ)
-
ภาษาเกาหลี: มีโครงสร้างไวยากรณ์และการเรียงประโยคที่ฉีกแนวออกไปโดยสิ้นเชิง รวมถึงระบบคำระบุสถานะ
-
ภาษาอาหรับ: ใช้ระบบตัวเขียนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงและเขียนจากขวาไปซ้าย
ด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรมและภาษาที่หยั่งรากลึกคนละแบบ ทำให้อุตสาหกรรมการศึกษาต้องใช้เวลากว่าเท่าตัวเพื่อผลักดันให้ผู้เรียนก้าวข้ามไปสู่ระดับมืออาชีพได้สำเร็จ
- ไม่ใช่อังกฤษ! 3 ภาษาแห่งอนาคต "AI แนะนำให้เรียน" นายจ้างแย่งตัว-เงินเดือนพุ่งปี 2026
- เปิดพิกัดคนล้นโลก! 10 ประเทศ "ประชากรโตเร็วที่สุด" แชมป์เก่ามีหนาว บางที่พุ่งพรวด 400%

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


