หลายคนทำผิดวิธี! ทันตแพทย์เฉลย "บ้วนปาก" หลังแปรงฟันห้ามเกินกี่ครั้ง?

หลายคนทำผิด! แปรงฟันเสร็จบ้วนปากหลายครั้ง อาจล้างฟลูออไรด์ทิ้ง เสียประโยชน์ป้องกันฟันผุ
หลังแปรงฟันเสร็จ คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ที่ต้องบ้วนปากหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีฟองยาสีฟันเหลืออยู่ในปาก หลายคนอาจคิดว่ายิ่งบ้วนจนสะอาดหมดจดยิ่งดี แต่ในมุมของการป้องกันฟันผุ พฤติกรรมนี้อาจทำให้ ฟลูออไรด์จากยาสีฟันถูกชะล้างออกไปมากเกินจำเป็น
ทันตแพทย์ชาวญี่ปุ่น Naoya Kubo ให้ข้อมูลผ่านสื่อญี่ปุ่นว่า หากต้องการให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันคงอยู่ในช่องปากนานขึ้น หลังแปรงฟันควรบ้วนฟองออกให้หมดโดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากบ้วนซ้ำหลายรอบ หากไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แนะนำให้ใช้น้ำเพียงเล็กน้อยและบ้วนเบา ๆ เพียงครั้งเดียว
แปรงฟันเสร็จแล้วบ้วนปากหลายครั้ง ฟลูออไรด์ก็อาจถูกล้างออกไปด้วย
Naoya Kubo ระบุว่า ฟลูออไรด์เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของยาสีฟันที่ช่วยดูแลสุขภาพฟัน โดยเฉพาะในด้านการป้องกันฟันผุ ดังนั้นการบ้วนปากด้วยน้ำจำนวนมากทันทีหลังแปรงฟัน อาจทำให้ฟลูออไรด์ที่ควรคงอยู่บนผิวฟันถูกชะล้างออกไป
หากต้องการรักษาฟลูออไรด์ไว้ในช่องปากให้นานขึ้น แนวทางที่แนะนำคือหลังแปรงฟันให้ บ้วนฟองยาสีฟันออก แล้วหลีกเลี่ยงการบ้วนปากด้วยน้ำซ้ำหลายครั้ง ทั้งนี้ ฟองยาสีฟันที่เหลือสามารถบ้วนทิ้งตามปกติได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมากตามไปล้าง
ข้อมูลจากทันตแพทย์รายนี้ระบุว่า หากใช้น้ำบ้วนปากหลังแปรงฟัน ฟลูออไรด์ในช่องปากอาจลดลงอย่างมากตั้งแต่การบ้วนครั้งแรก และหากบ้วนซ้ำหลายครั้งก็มีแนวโน้มที่จะลดลงมากขึ้น ดังนั้น หากเป้าหมายคือการป้องกันฟันผุ การบ้วนปากจนรู้สึกว่า “สะอาดหมดจด” อาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นที่สุด
ถ้าไม่ชอบความรู้สึกของยาสีฟันในปาก บ้วนได้ แต่ใช้น้ำน้อย
สำหรับคนที่รู้สึกไม่สบายใจหากไม่ได้บ้วนปากหลังแปรงฟันเลย Naoya Kubo แนะนำให้ใช้น้ำประมาณ 10-15 มิลลิลิตร หรือราว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วบ้วนเบา ๆ เพียงครั้งเดียว วิธีนี้ช่วยลดปริมาณน้ำที่ใช้ชะล้างฟลูออไรด์ออกจากช่องปาก
หลักสำคัญจึงไม่ใช่การห้ามบ้วนปากโดยเด็ดขาด แต่เป็นการ ลดทั้งปริมาณน้ำและจำนวนครั้งในการบ้วน เพื่อให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันยังคงอยู่ในช่องปากมากที่สุดเท่าที่ทำได้
ทำไมต้องอยากให้ฟลูออไรด์อยู่ในปาก?
ฟลูออไรด์มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพฟัน โดยช่วยส่งเสริมกระบวนการคืนแร่ธาตุให้กับผิวฟัน หรือที่เรียกว่า การคืนแร่ธาตุ (remineralization) จึงเป็นหนึ่งในสารสำคัญที่ใช้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของฟันผุ
เมื่อแปรงฟันเสร็จแล้วปล่อยให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันคงอยู่ในช่องปากระยะหนึ่ง จึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากสารดังกล่าวมากกว่าการบ้วนด้วยน้ำปริมาณมากทันที อย่างไรก็ตาม การดูแลฟันยังต้องทำร่วมกับการแปรงฟันอย่างถูกวิธี การทำความสะอาดซอกฟัน และการควบคุมการบริโภคน้ำตาล
หลังแปรงฟันควรเว้นช่วงก่อนกินหรือดื่ม
นอกจากเรื่องการบ้วนปากแล้ว Naoya Kubo ยังแนะนำว่า หลังแปรงฟันควรหลีกเลี่ยงการกินหรือดื่มในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อไม่ให้ฟลูออไรด์ถูกชะล้างออกจากช่องปากอย่างรวดเร็ว โดยแหล่งข้อมูลต้นทางระบุช่วงเวลาประมาณ 30 นาที
แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันมีเวลาอยู่บนผิวฟันมากขึ้น ดังนั้น หากสามารถทำได้ การแปรงฟันหลังมื้ออาหารและก่อนเข้านอนจึงเป็นช่วงเวลาที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
อยากให้ปากสะอาดสดชื่น ใช้น้ำยาบ้วนปากได้หรือไม่?
สำหรับคนที่ติดความรู้สึกสะอาดสดชื่นหลังแปรงฟัน หากต้องการใช้น้ำยาบ้วนปาก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์และใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าการใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นสิ่งที่ต้องทำทุกครั้งหลังแปรงฟัน เพราะการแปรงฟันอย่างถูกต้องยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลช่องปาก
แปรงฟันเสร็จ ไม่จำเป็นต้องบ้วนจนหมดฟอง
สรุปแล้ว การแปรงฟันไม่ได้หมายความว่าหลังจากนั้นต้องบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆ ครั้งจนไม่เหลือความรู้สึกของยาสีฟันเลย หากต้องการคงฟลูออไรด์ไว้ ควรบ้วนฟองยาสีฟันออกและหลีกเลี่ยงการใช้น้ำปริมาณมากบ้วนซ้ำ
สำหรับคนที่ไม่ชอบการไม่บ้วนปาก สามารถใช้น้ำเพียงประมาณ 10-15 มิลลิลิตร บ้วนเบา ๆ เพียงครั้งเดียวได้ สิ่งสำคัญคือไม่ควรคิดว่า “บ้วนยิ่งสะอาดยิ่งดี” เพราะการบ้วนหลายครั้งด้วยน้ำจำนวนมากอาจทำให้ฟลูออไรด์ที่ต้องการให้ช่วยปกป้องฟันถูกชะล้างออกไปด้วย
- 4 อุปกรณ์ "ดูดไฟเงียบ" ปิดสวิตช์แล้วแต่ "เงินยังรั่ว" ตลอด 24 ชั่วโมง
- ลูกชายร้องลั่น เย็บหน้า 38 เข็ม แค่เพราะหยิบ "สิ่งนี้" จากช่องฟรีซ เตือนแช่ไว้แทบทุกบ้าน!!!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
