หลายคนทำผิดวิธี! ทันตแพทย์เฉลย "บ้วนปาก" หลังแปรงฟันห้ามเกินกี่ครั้ง?

หลายคนทำผิดวิธี! ทันตแพทย์เฉลย "บ้วนปาก" หลังแปรงฟันห้ามเกินกี่ครั้ง?

หลายคนทำผิดวิธี! ทันตแพทย์เฉลย "บ้วนปาก" หลังแปรงฟันห้ามเกินกี่ครั้ง?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนทำผิด! แปรงฟันเสร็จบ้วนปากหลายครั้ง อาจล้างฟลูออไรด์ทิ้ง เสียประโยชน์ป้องกันฟันผุ

หลังแปรงฟันเสร็จ คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ที่ต้องบ้วนปากหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีฟองยาสีฟันเหลืออยู่ในปาก หลายคนอาจคิดว่ายิ่งบ้วนจนสะอาดหมดจดยิ่งดี แต่ในมุมของการป้องกันฟันผุ พฤติกรรมนี้อาจทำให้ ฟลูออไรด์จากยาสีฟันถูกชะล้างออกไปมากเกินจำเป็น

ทันตแพทย์ชาวญี่ปุ่น Naoya Kubo ให้ข้อมูลผ่านสื่อญี่ปุ่นว่า หากต้องการให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันคงอยู่ในช่องปากนานขึ้น หลังแปรงฟันควรบ้วนฟองออกให้หมดโดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากบ้วนซ้ำหลายรอบ หากไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แนะนำให้ใช้น้ำเพียงเล็กน้อยและบ้วนเบา ๆ เพียงครั้งเดียว

แปรงฟันเสร็จแล้วบ้วนปากหลายครั้ง ฟลูออไรด์ก็อาจถูกล้างออกไปด้วย

Naoya Kubo ระบุว่า ฟลูออไรด์เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของยาสีฟันที่ช่วยดูแลสุขภาพฟัน โดยเฉพาะในด้านการป้องกันฟันผุ ดังนั้นการบ้วนปากด้วยน้ำจำนวนมากทันทีหลังแปรงฟัน อาจทำให้ฟลูออไรด์ที่ควรคงอยู่บนผิวฟันถูกชะล้างออกไป

หากต้องการรักษาฟลูออไรด์ไว้ในช่องปากให้นานขึ้น แนวทางที่แนะนำคือหลังแปรงฟันให้ บ้วนฟองยาสีฟันออก แล้วหลีกเลี่ยงการบ้วนปากด้วยน้ำซ้ำหลายครั้ง ทั้งนี้ ฟองยาสีฟันที่เหลือสามารถบ้วนทิ้งตามปกติได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมากตามไปล้าง

ข้อมูลจากทันตแพทย์รายนี้ระบุว่า หากใช้น้ำบ้วนปากหลังแปรงฟัน ฟลูออไรด์ในช่องปากอาจลดลงอย่างมากตั้งแต่การบ้วนครั้งแรก และหากบ้วนซ้ำหลายครั้งก็มีแนวโน้มที่จะลดลงมากขึ้น ดังนั้น หากเป้าหมายคือการป้องกันฟันผุ การบ้วนปากจนรู้สึกว่า “สะอาดหมดจด” อาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นที่สุด

ถ้าไม่ชอบความรู้สึกของยาสีฟันในปาก บ้วนได้ แต่ใช้น้ำน้อย

สำหรับคนที่รู้สึกไม่สบายใจหากไม่ได้บ้วนปากหลังแปรงฟันเลย Naoya Kubo แนะนำให้ใช้น้ำประมาณ 10-15 มิลลิลิตร หรือราว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วบ้วนเบา ๆ เพียงครั้งเดียว วิธีนี้ช่วยลดปริมาณน้ำที่ใช้ชะล้างฟลูออไรด์ออกจากช่องปาก

หลักสำคัญจึงไม่ใช่การห้ามบ้วนปากโดยเด็ดขาด แต่เป็นการ ลดทั้งปริมาณน้ำและจำนวนครั้งในการบ้วน เพื่อให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันยังคงอยู่ในช่องปากมากที่สุดเท่าที่ทำได้

ทำไมต้องอยากให้ฟลูออไรด์อยู่ในปาก?

ฟลูออไรด์มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพฟัน โดยช่วยส่งเสริมกระบวนการคืนแร่ธาตุให้กับผิวฟัน หรือที่เรียกว่า การคืนแร่ธาตุ (remineralization) จึงเป็นหนึ่งในสารสำคัญที่ใช้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของฟันผุ

เมื่อแปรงฟันเสร็จแล้วปล่อยให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันคงอยู่ในช่องปากระยะหนึ่ง จึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากสารดังกล่าวมากกว่าการบ้วนด้วยน้ำปริมาณมากทันที อย่างไรก็ตาม การดูแลฟันยังต้องทำร่วมกับการแปรงฟันอย่างถูกวิธี การทำความสะอาดซอกฟัน และการควบคุมการบริโภคน้ำตาล

หลังแปรงฟันควรเว้นช่วงก่อนกินหรือดื่ม

นอกจากเรื่องการบ้วนปากแล้ว Naoya Kubo ยังแนะนำว่า หลังแปรงฟันควรหลีกเลี่ยงการกินหรือดื่มในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อไม่ให้ฟลูออไรด์ถูกชะล้างออกจากช่องปากอย่างรวดเร็ว โดยแหล่งข้อมูลต้นทางระบุช่วงเวลาประมาณ 30 นาที

แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันมีเวลาอยู่บนผิวฟันมากขึ้น ดังนั้น หากสามารถทำได้ การแปรงฟันหลังมื้ออาหารและก่อนเข้านอนจึงเป็นช่วงเวลาที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ

อยากให้ปากสะอาดสดชื่น ใช้น้ำยาบ้วนปากได้หรือไม่?

สำหรับคนที่ติดความรู้สึกสะอาดสดชื่นหลังแปรงฟัน หากต้องการใช้น้ำยาบ้วนปาก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์และใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าการใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นสิ่งที่ต้องทำทุกครั้งหลังแปรงฟัน เพราะการแปรงฟันอย่างถูกต้องยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลช่องปาก

แปรงฟันเสร็จ ไม่จำเป็นต้องบ้วนจนหมดฟอง

สรุปแล้ว การแปรงฟันไม่ได้หมายความว่าหลังจากนั้นต้องบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆ ครั้งจนไม่เหลือความรู้สึกของยาสีฟันเลย หากต้องการคงฟลูออไรด์ไว้ ควรบ้วนฟองยาสีฟันออกและหลีกเลี่ยงการใช้น้ำปริมาณมากบ้วนซ้ำ

สำหรับคนที่ไม่ชอบการไม่บ้วนปาก สามารถใช้น้ำเพียงประมาณ 10-15 มิลลิลิตร บ้วนเบา ๆ เพียงครั้งเดียวได้ สิ่งสำคัญคือไม่ควรคิดว่า “บ้วนยิ่งสะอาดยิ่งดี” เพราะการบ้วนหลายครั้งด้วยน้ำจำนวนมากอาจทำให้ฟลูออไรด์ที่ต้องการให้ช่วยปกป้องฟันถูกชะล้างออกไปด้วย

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล