พยาบาลแนะนำ! 8 น้ำช่วย "ต้านการอักเสบ" ในร่างกาย ดื่มง่าย-สุขภาพดีขึ้นจริง

พยาบาลแนะนำ! 8 น้ำช่วย "ต้านการอักเสบ" ในร่างกาย ดื่มง่าย-สุขภาพดีขึ้นจริง

พยาบาลแนะนำ! 8 น้ำช่วย "ต้านการอักเสบ" ในร่างกาย ดื่มง่าย-สุขภาพดีขึ้นจริง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พยาบาลแนะนำ! 8 เครื่องดื่มต้านการอักเสบ ดื่มง่าย ช่วยดูแลสุขภาพจากภายใน

การอักเสบเป็นกลไกการรักษาธรรมชาติของร่างกาย แต่หากเกิด "ภาวะอักเสบเรื้อรัง" อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคร้ายแรงตามมา ดังนั้น Carrie Madormo, RN, MPH พยาบาลวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข จึงแนะนำว่า นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว เครื่องดื่ม 8 ชนิดนี้ยังสามารถช่วยลดและบรรเทาการอักเสบจากภายในได้อย่างธรรมชาติ


8 เครื่องดื่มต้านการอักเสบที่แนะนำ

1. น้ำเปล่า (Water)

การดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการขับสารพิษออกจากร่างกาย ภาวะขาดน้ำสามารถเพิ่มระดับการอักเสบในระบบต่างๆ และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายประการ

คำแนะนำ: ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หากรู้สึกเบื่อรสชาติ สามารถฝานผลไม้สด เช่น เลมอน มะนาว ส้ม สตรอว์เบอร์รี หรือสับปะรดใส่ลงไปเพื่อเพิ่มความสดชื่นได้

2. ชาเขียว (Green Tea)

ชาเขียวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชที่ช่วยป้องกันเซลล์ถูกทำลาย โดยเฉพาะสารกลุ่ม "โพลีฟีนอล" (Polyphenols) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรัง

คำแนะนำ: ดื่มชาเขียวร้อนหรือเย็นสัก 1-2 แก้วในตอนเช้า เพื่อช่วยเติมพลังงานอย่างอ่อนโยนโดยไม่ทำให้หัวใจสั่น

3. น้ำทาร์ตเชอร์รี (Tart Cherry Juice)

น้ำเชอร์รีรสเปรี้ยวอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและมีรงควัตถุธรรมชาติที่เรียกว่า "แอนโทไซยานิน" (Anthocyanins) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ งานวิจัยพบว่าการดื่มน้ำทาร์ตเชอร์รีช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดเมื่อยหลังการออกกำลังกายได้ดี

คำแนะนำ: เนื่องจากมีรสเปรี้ยวจัด หากดื่มยากแนะนำให้ผสมน้ำเปล่าเพื่อเจือจางรสชาติ

4. น้ำทับทิม (Pomegranate Juice)

น้ำทับทิมสีแดงสดแน่นไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยลดการอักเสบทั่วร่างกายและลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังบางชนิด

คำแนะนำ: ควรเลือกสูตรที่ "ไม่เติมน้ำตาล" หรือสารให้ความหวาน เนื่องจากน้ำตาลปริมาณมากจะส่งผลตรงกันข้ามโดยไปกระตุ้นการอักเสบแทน หากรสชาติเปรี้ยวอมฝาดเกินไป สามารถนำไปผสมน้ำเปล่าดื่มได้เช่นกัน

5. ชากระเจี๊ยบ (Hibiscus Tea)

ชากระเจี๊ยบทำจากกลีบดอกกระเจี๊ยบแดงแห้ง ให้รสเปรี้ยวสดชื่นและมีสีแดงอมชมพู อุดมด้วยฟลาโวนอยด์ วิตามินซี และสารแอนโทไซยานิน มีผลการศึกษาพบว่าการดื่มชากระเจี๊ยบเป็นประจำช่วยลดระดับค่า C-reactive protein (CRP) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการอักเสบในเลือดได้

6. คอมบูฉะ / ชาหมัก (Kombucha)

เครื่องดื่มชาหมักรสเปรี้ยวซ่าที่เป็นแหล่งของ "โพรไบโอติกส์" (Probiotics) หรือจุลินทรีย์มีชีวิตที่ช่วยเสริมสุขภาพลำไส้และลดการอักเสบ นอกเหนือจากสารโพลีฟีนอลจากชา

คำแนะนำ: เริ่มดื่มเพียงวันละ 1/2 ถึง 1 ถ้วยตวง แนะนำให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจากซูเปอร์มาร์เก็ตมากกว่าการหมักดื่มเองที่บ้าน เนื่องจากกระบวนการหมักเองมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรค

7. ชาขมิ้นชัน (Turmeric Tea)

ขมิ้นชันมีสารสำคัญคือ "เคอร์คูมิน" (Curcumin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบสูง มีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยลดอาการของโรคอักเสบ เช่น โรคลำไส้อักเสบและข้ออักเสบ รวมถึงช่วยบำรุงสมองและชะลอความเสื่อมตามวัย

คำแนะนำ: สามารถชงขมิ้นชันผงผสานกับน้ำอุ่นดื่มเป็นชาในตอนเช้าเพื่อความผ่อนคลาย

8. น้ำต้มกระดูก / น้ำซุปกระดูก (Bone Broth)

น้ำซุปที่ได้จากการเคี่ยวกระดูกสัตว์กับเครื่องเทศเป็นเวลานาน ประกอบด้วยสารอาหารจากกระดูกอ่อนที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ งานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าน้ำต้มกระดูกไก่ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการลำไส้อักเสบได้ดี (แม้จะยังต้องมีการศึกษารับรองเพิ่มเติมในมนุษย์)

เรียบเรียงภาษาไทยสำหรับ Sanook
บทความโดย: Carrie Madormo, RN, MPH (พยาบาลวิชาชีพและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข)
อ้างอิงข้อมูล: Verywell Health / Getty Images
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล