จะเกิดอะไรขึ้นกับ "หัวใจ" หากดื่มกาแฟวันละ 10 แก้ว? เจาะผลต่อชีพจร-ความดันโลหิต!

จะเกิดอะไรขึ้นกับ "หัวใจ" หากดื่มกาแฟวันละ 10 แก้ว? เจาะผลต่อชีพจร-ความดันโลหิต!

จะเกิดอะไรขึ้นกับ "หัวใจ" หากดื่มกาแฟวันละ 10 แก้ว? เจาะผลต่อชีพจร-ความดันโลหิต!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ดื่มกาแฟวันละ 10 แก้ว เกิดอะไรขึ้นกับหัวใจ? ยิ่งดื่มมากไม่ได้แปลว่ายิ่งดี

กาแฟในปริมาณพอเหมาะอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจในคนส่วนใหญ่ แต่การดื่มมากถึงวันละ 10 แก้วอาจทำให้ได้รับคาเฟอีนเกินระดับที่แนะนำ และเพิ่มโอกาสเกิดใจสั่น ความดันโลหิตสูงชั่วคราว รวมถึงรบกวนการนอนหลับ โดยผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เพราะคาเฟอีนช่วยให้รู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิมากขึ้น ขณะเดียวกัน งานวิจัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็พบว่า การดื่มกาแฟในปริมาณพอเหมาะไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในคนส่วนใหญ่ และอาจมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจล้มเหลวที่ลดลงในบางกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ดื่มพอเหมาะ” ไม่ได้หมายถึงการดื่มกาแฟได้ไม่จำกัด ปัจจุบันสมาคมโรคหัวใจอเมริกันระบุว่า สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ การได้รับคาเฟอีนไม่เกินประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือราว 3–5 แก้วขนาด 8 ออนซ์ของกาแฟดำที่มีคาเฟอีน โดยไม่มีน้ำตาลหรือส่วนผสมเพิ่มเติม ถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ 

ถ้าดื่มกาแฟวันละ 10 แก้ว ร่างกายอาจได้รับคาเฟอีนเท่าไร?

ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟไม่ได้เท่ากันทุกแก้ว เพราะขึ้นอยู่กับชนิดเมล็ดกาแฟ วิธีชง ขนาดแก้ว และความเข้มข้น โดยข้อมูลของสมาคมโรคหัวใจอเมริกันระบุว่า กาแฟชงทั่วไปที่ไม่มีการปรุงแต่งมีคาเฟอีนประมาณ 9.4–20.6 มิลลิกรัมต่อออนซ์ ดังนั้นกาแฟหนึ่งแก้วอาจมีคาเฟอีนแตกต่างกันมากพอสมควร 

หากสมมติว่ากาแฟแต่ละแก้วมีคาเฟอีนประมาณ 100 มิลลิกรัม การดื่ม 10 แก้วก็อาจทำให้ได้รับคาเฟอีนประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมากกว่าระดับ 400 มิลลิกรัมที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่กว่า 2 เท่า ดังนั้นจึงไม่ควรใช้จำนวน “แก้ว” เพียงอย่างเดียวในการประเมิน แต่ควรพิจารณาปริมาณคาเฟอีนจริงด้วย

คาเฟอีนปริมาณมากส่งผลต่อหัวใจอย่างไร?

คาเฟอีนออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายในภาวะตื่นตัว ผลที่เกิดขึ้นในระยะสั้นอาจรวมถึง อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว รวมถึงอาการใจสั่น กระสับกระส่าย และนอนไม่หลับ โดยระดับความไวต่อคาเฟอีนแตกต่างกันในแต่ละคน 

สำหรับคนที่ไวต่อคาเฟอีน การดื่มหลายแก้วติดต่อกันอาจทำให้เกิดอาการใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็วได้ แม้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ดื่มกาแฟมากจะเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง แต่หากมีอาการผิดปกติหลังดื่มกาแฟก็ควรลดปริมาณและประเมินอาการอย่างเหมาะสม

กาแฟไม่ได้มีแต่คาเฟอีน วิธีชงก็มีความสำคัญ

นอกจากคาเฟอีนแล้ว กาแฟยังมีสารประกอบอื่นที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ คาเฟสตอล (Cafestol) ซึ่งพบในกาแฟที่ไม่ได้ผ่านกระดาษกรอง เช่น กาแฟต้ม เฟรนช์เพรส และกาแฟบางรูปแบบที่มีตะกอน สารชนิดนี้มีความสัมพันธ์กับระดับคอเลสเตอรอล LDL ที่เพิ่มขึ้นจากการทดลองทางคลินิกแบบสุ่ม 

ในทางกลับกัน กาแฟที่ผ่านกระดาษกรองสามารถช่วยลดคาเฟสตอลลงได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำและต้องการควบคุมคอเลสเตอรอล การเลือกกาแฟที่ผ่านกระดาษกรองอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมกว่า

ดื่มกาแฟเยอะ แล้วยิ่งสูบบุหรี่ด้วย ยิ่งต้องระวัง

การดื่มกาแฟปริมาณมากไม่ควรถูกมองแยกจากพฤติกรรมสุขภาพอื่น ๆ หากดื่มกาแฟเข้มข้นหลายแก้วร่วมกับการสูบบุหรี่ นอนน้อย หรือมีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจอยู่เดิม ภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอาจเพิ่มขึ้น

นิโคตินจากบุหรี่มีผลกระตุ้นระบบประสาทและทำให้หลอดเลือดหดตัว ขณะที่คาเฟอีนสามารถเพิ่มความตื่นตัวและทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วคราว การมีปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันจึงเป็นเหตุผลที่ผู้มีความเสี่ยงโรคหัวใจควรใส่ใจปริมาณกาแฟและพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมมากเป็นพิเศษ

ดื่มกาแฟช่วงเย็นหรือตอนกลางคืน อาจกระทบหัวใจทางอ้อม

อีกปัญหาหนึ่งของการดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันคือ หลายคนต้องดื่มต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นหรือกลางคืนเพื่อให้สามารถทำงานหรืออ่านหนังสือต่อได้ แต่คาเฟอีนอาจรบกวนการนอนหลับ ทำให้หลับยากหรือนอนหลับไม่มีคุณภาพ

เมื่อการนอนถูกรบกวนเป็นประจำ ร่างกายอาจไม่ได้รับช่วงเวลาพักฟื้นอย่างเพียงพอ และอาจส่งผลต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว ดังนั้น หากดื่มกาแฟแล้วทำให้นอนไม่หลับ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มในช่วงบ่ายแก่ ๆ หรือช่วงใกล้เวลานอน

ทำไมบางคนดื่มกาแฟหลายแก้วแล้วยังไม่เป็นอะไร?

คำตอบหนึ่งคือ แต่ละคนตอบสนองต่อคาเฟอีนไม่เหมือนกัน การเผาผลาญคาเฟอีนได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม อายุ การเผาผลาญของร่างกาย การดื่มกาแฟเป็นประจำ รวมถึงโรคประจำตัวและยาบางชนิด

ดังนั้น คนหนึ่งอาจดื่มกาแฟหลายแก้วแล้วรู้สึกเพียงตื่นตัว ขณะที่อีกคนอาจมีอาการมือสั่น ใจสั่น วิตกกังวล หรือหลับยากจากปริมาณที่เท่ากันได้ สมาคมโรคหัวใจอเมริกันจึงเน้นว่าไม่มีปริมาณคาเฟอีนที่เหมาะกับทุกคนแบบเดียวกัน 

แล้วควรดื่มกาแฟวันละกี่แก้ว?

สำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพทั่วไป แนวทางปัจจุบันให้ยึด คาเฟอีนรวมไม่เกินประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นหลัก มากกว่าการกำหนดจำนวนแก้วตายตัว เพราะกาแฟแต่ละชนิดมีคาเฟอีนไม่เท่ากัน 

ส่วนผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง มีอาการใจสั่น หรือมีโรคประจำตัวที่อาจไวต่อคาเฟอีน ควรปรึกษาแพทย์ว่าปริมาณที่เหมาะสมสำหรับตัวเองควรอยู่ที่เท่าไร ไม่ควรนำตัวเลข 400 มิลลิกรัมไปใช้กับทุกคนโดยอัตโนมัติ

  • เลือกกาแฟที่ทราบปริมาณคาเฟอีนและควบคุมปริมาณรวมตลอดทั้งวัน
  • หากดื่มกาแฟเป็นประจำและต้องการควบคุมคอเลสเตอรอล อาจเลือกกาแฟที่ผ่านกระดาษกรอง
  • หลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม หรือครีมในปริมาณมาก
  • หลีกเลี่ยงกาแฟช่วงใกล้เวลานอน หากทำให้นอนหลับยาก
  • หากเกิดอาการใจสั่นผิดปกติ เจ็บหน้าอก หรือหายใจไม่สะดวกหลังดื่มกาแฟ ควรหยุดดื่มและเข้ารับการประเมินทางการแพทย์

สรุป: กาแฟมีประโยชน์ได้ แต่ “10 แก้วต่อวัน” ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม

กาแฟไม่ได้เป็นศัตรูของหัวใจ และหลักฐานปัจจุบันยังพบว่าการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนในปริมาณพอเหมาะอาจสัมพันธ์กับประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดในคนบางกลุ่ม แต่การดื่มในปริมาณมากเกินไป โดยเฉพาะจนได้รับคาเฟอีนเกินระดับที่แนะนำ อาจทำให้เกิดอาการใจสั่น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นชั่วคราว และรบกวนการนอนหลับได้

ดังนั้น หากเป็นคนที่ดื่มกาแฟวันละหลายแก้ว ควรเริ่มจากการดู ปริมาณคาเฟอีนจริงในแต่ละแก้ว และสังเกตการตอบสนองของร่างกาย มากกว่าตัดสินจากจำนวนแก้วเพียงอย่างเดียว ส่วนใครที่ดื่มถึงวันละ 10 แก้วเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปริมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเพื่อการเผยแพร่และความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล