"น้ำสีเหลือง" ลอยแยกตัวบนโยเกิร์ต คืออะไร? สรุปต้องเททิ้งก่อนกินไหม!

"น้ำสีเหลือง" ลอยแยกตัวบนโยเกิร์ต คืออะไร? สรุปต้องเททิ้งก่อนกินไหม!

"น้ำสีเหลือง" ลอยแยกตัวบนโยเกิร์ต คืออะไร? สรุปต้องเททิ้งก่อนกินไหม!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

โยเกิร์ตแยกน้ำ อย่าเพิ่งตกใจ! ของเหลวสีเหลืองคือ “เวย์” กินได้หรือไม่?

หลายคนน่าจะเคยเจอเหตุการณ์เปิดโยเกิร์ตกินไม่หมด แล้วนำกลับไปแช่ตู้เย็น พอหยิบออกมาอีกครั้งกลับพบว่ามีน้ำสีเหลืองอ่อนลอยอยู่บนผิวหน้า จนอดสงสัยไม่ได้ว่าโยเกิร์ตเสียแล้วหรือยัง และควรทิ้งหรือไม่

ความจริงแล้ว ในหลายกรณีของเหลวสีเหลืองอ่อนที่แยกตัวออกมา ไม่ใช่สัญญาณว่าโยเกิร์ตเสีย แต่เป็นส่วนของเหลวที่เรียกว่า “เวย์” ซึ่งสามารถแยกออกจากเนื้อโยเกิร์ตได้ตามธรรมชาติระหว่างการเก็บรักษา

น้ำสีเหลืองบนโยเกิร์ตคืออะไร?

ของเหลวที่แยกตัวอยู่บนผิวโยเกิร์ตเรียกว่า เวย์ หรือ Whey เกิดจากโครงสร้างโปรตีนในนมที่จับตัวเป็นเจลระหว่างกระบวนการหมักและกักเก็บของเหลวเอาไว้ภายใน เมื่อเก็บไว้นานขึ้น ถูกเขย่าหรือเคลื่อนย้าย หรือมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ โครงสร้างดังกล่าวอาจหดตัวและปล่อยของเหลวออกมา

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า syneresis หรือการแยกน้ำออกจากเจล พบได้ตามธรรมชาติในโยเกิร์ตหลายชนิด โดยเฉพาะโยเกิร์ตที่ไม่ได้เติมสารช่วยเพิ่มความคงตัวมากนัก

ส่วนเวย์ที่แยกออกมาประกอบด้วยน้ำ แลคโตส แร่ธาตุ กรดอินทรีย์ โปรตีนเวย์ในปริมาณเล็กน้อย และวิตามินที่ละลายน้ำบางชนิด สีเหลืองอ่อนอาจสัมพันธ์กับรงควัตถุจากวิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวินที่มีอยู่ตามธรรมชาติในนม

เห็นน้ำแยกออกมาแล้วควรเททิ้งไหม?

หากโยเกิร์ตยังมีกลิ่น สี และเนื้อสัมผัสปกติ ไม่จำเป็นต้องเทของเหลวส่วนนี้ทิ้ง สามารถใช้ช้อนคนเบา ๆ ให้เวย์กลับมาผสมกับเนื้อโยเกิร์ตแล้วรับประทานได้ตามปกติ

ของเหลวส่วนนี้ยังมีสารอาหารบางชนิด เช่น โปรตีนเล็กน้อย วิตามินบี และแร่ธาตุอย่างโพแทสเซียม แม้ปริมาณจะไม่ได้สูงมาก แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของโยเกิร์ตที่สามารถรับประทานได้

แต่หากไม่ชอบเนื้อสัมผัสที่เหลวขึ้นหรือรสชาติที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย สามารถเทส่วนเวย์ออกได้เช่นกัน โดยไม่ได้ทำให้คุณค่าทางโภชนาการโดยรวมของโยเกิร์ตลดลงอย่างมาก

น้ำเวย์บนโยเกิร์ตคือแหล่งโปรตีนชั้นดีหรือไม่?

เมื่อพูดถึงคำว่า “เวย์” หลายคนอาจนึกถึงเวย์โปรตีนที่นิยมใช้ในกลุ่มออกกำลังกายและเพิ่มกล้ามเนื้อ แต่เวย์ที่แยกออกมาบนผิวโยเกิร์ตมีโปรตีนอยู่เพียงเล็กน้อย และไม่ควรถูกมองว่าเป็นแหล่งโปรตีนหลัก

หากต้องการเพิ่มโปรตีนในอาหาร การรับประทานไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา นม โยเกิร์ตทั้งถ้วย หรืออาหารจากถั่วเหลือง จะให้โปรตีนได้มากกว่าและเหมาะสมกว่า

อาหารชนิดใดมีเวย์โปรตีน?

นอกจากโยเกิร์ตแล้ว เวย์โปรตีนยังพบหรือถูกเติมในผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น นมผงบางประเภท โปรตีนผง เครื่องดื่มโปรตีน และโปรตีนบาร์ โดยเวย์เป็นโปรตีนจากนมที่มีกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิดและร่างกายย่อยได้ค่อนข้างง่าย

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์โปรตีนสำเร็จรูปบางชนิดอาจมีน้ำตาล พลังงาน หรือสารปรุงแต่งค่อนข้างสูง ผู้ที่ต้องควบคุมน้ำหนักหรือน้ำตาลในเลือดจึงควรอ่านฉลากโภชนาการและรายการส่วนประกอบก่อนเลือกซื้อ

ทำอย่างไรให้โยเกิร์ตแยกน้ำน้อยลง?

แม้การแยกเวย์จะเป็นเรื่องปกติ แต่หากต้องการให้โยเกิร์ตคงความข้นและเนื้อสัมผัสสม่ำเสมอได้นานขึ้น สามารถลดการเขย่าหรือเคลื่อนย้ายบ่อย ๆ และเก็บไว้ที่อุณหภูมิตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับโยเกิร์ตถ้วยใหญ่ที่กินไม่หมด ควรใช้ช้อนสะอาดตักทุกครั้งและปิดฝาให้สนิทหลังใช้งาน เลือกภาชนะขนาดเล็กที่กินหมดในครั้งเดียวหรือภายในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ช่วยลดการเปิด-ปิดและลดการปนเปื้อนได้

ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนักว่าจะต้องตักโยเกิร์ตในทิศทางใด เพราะปัจจัยสำคัญกว่าคือความสะอาดของช้อน การรักษาอุณหภูมิให้เย็นสม่ำเสมอ และการปิดภาชนะให้ดี

เมื่อไหร่ที่น้ำบนโยเกิร์ตอาจเป็นสัญญาณว่าเสีย?

แม้การมีเวย์แยกตัวออกมาไม่ใช่สัญญาณว่าเสียโดยอัตโนมัติ แต่โยเกิร์ตก็สามารถเน่าเสียได้หากเก็บไว้นานเกินไปหรือปนเปื้อน ดังนั้นควรดูทั้งสี กลิ่น และลักษณะของเนื้อโยเกิร์ตร่วมกัน

ลักษณะที่ยังถือว่าปกติ คือของเหลวใสหรือเหลืองอ่อน โยเกิร์ตยังมีกลิ่นนมและรสเปรี้ยวตามธรรมชาติ และเมื่อคนแล้วเนื้อสามารถกลับมารวมกันได้

สัญญาณที่ควรทิ้ง ได้แก่ มีเชื้อราหรือจุดสีผิดปกติ เช่น เขียว ดำ ชมพู หรือส้ม มีกลิ่นเหม็น กลิ่นหมักหรือกลิ่นผิดไปจากเดิมอย่างชัดเจน รวมถึงภาชนะบวม มีฟองก๊าซ หรือเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ

หากพบเชื้อราบนโยเกิร์ต ไม่ควรตักเฉพาะส่วนที่มีราออกแล้วกินส่วนที่เหลือ เพราะอาหารที่มีความชื้นสูงอาจมีเชื้อกระจายลึกเกินกว่าที่มองเห็น ควรทิ้งทั้งภาชนะเพื่อความปลอดภัย

โยเกิร์ตเปิดแล้วเก็บได้นานแค่ไหน?

หลังเปิดฝา ควรนำโยเกิร์ตกลับเข้าตู้เย็นทันทีและหลีกเลี่ยงการวางไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน ควรยึดวันควรบริโภคหรือวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก พร้อมสังเกตความผิดปกติทุกครั้งก่อนรับประทาน

หากโยเกิร์ตถูกวางไว้นอกตู้เย็นเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน ไม่ควรเสี่ยงนำกลับมากินแม้จะยังไม่มีกลิ่นผิดปกติ เพราะจุลินทรีย์บางชนิดอาจเพิ่มจำนวนได้โดยที่เราไม่สามารถสังเกตจากกลิ่นหรือรสได้ทันที

สรุปว่า น้ำสีเหลืองอ่อนที่ลอยอยู่บนโยเกิร์ตส่วนใหญ่คือ “เวย์” ที่แยกตัวออกมาตามธรรมชาติ ไม่ใช่หลักฐานว่าโยเกิร์ตเสีย สามารถคนกลับเข้าไปแล้วรับประทานได้ หากสี กลิ่น เนื้อสัมผัส และการเก็บรักษายังปกติ

สิ่งที่ควรระวังจริง ๆ คือเชื้อรา กลิ่นผิดปกติ ภาชนะบวม สีแปลก หรือการเก็บไว้นอกตู้เย็นนานเกินไป หากไม่แน่ใจว่าโยเกิร์ตยังปลอดภัยหรือไม่ การทิ้งถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการเสี่ยงรับประทาน

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล