สหรัฐฯ เปิดชื่อ 5 เครื่องดื่ม "กัดกร่อน" หัวใจอย่างเงียบๆ แต่คนไทยดื่มครบทุกข้อ?!

สื่อสหรัฐฯ เตือน เครื่องดื่มราคาถูกที่กำลัง "กัดเซาะหัวใจ" อย่างเงียบๆ คนไทยหลายคนยังดื่มทุกวันโดยไม่รู้ตัว
ผู้เชี่ยวชาญชาวสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า เครื่องดื่มที่บริโภคกันอยู่เป็นประจำทุกวัน อาจส่งผลกระทบต่อหัวใจได้เร็ىและรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด
จากข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้าส่วนตัวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ดร.วาสซิลี เอลิโอปูลอส (Dr. Vassily Eliopoulos) ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (สหรัฐอเมริกา) และผู้ร่วมก่อตั้งรวมถึงผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของ Longevity Health ระบุว่า หลายคนมักให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารการกิน แต่กลับมองข้ามผลกระทบที่เครื่องดื่มมีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
รายชื่อเครื่องดื่มที่แนะนำให้ควรจำกัดการบริโภค:
1. กาแฟที่ใส่ครีมเทียมและน้ำตาลปริมาณมาก
กาแฟดำเพียวๆ นั้นถือว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเติมน้ำตาล น้ำเชื่อมแต่งกลิ่น หรือครีมไขมันสูงลงไปมากๆ คุณค่าทางโภชนาการของเครื่องดื่มแก้วนั้นก็จะลดลงไปอย่างมาก
ดร.เอลิโอปูลอส เผยว่า กาแฟลาเต้แก้วใหญ่ที่ปรุงแต่งกลิ่นรสเพิ่มเติมอาจมีน้ำตาลสูงถึง 50 กรัม ซึ่งในแง่ขององค์ประกอบแล้ว เครื่องดื่มเหล่านี้แทบไม่ต่างอะไรกับของหวานที่อัดแน่นด้วยน้ำตาล มากกว่าจะเป็นกาแฟเพื่อสุขภาพ
2. เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬาที่มีคาร์โบไฮเดรตและแคลอรีสูง
เครื่องดื่มสำหรับผู้เล่นกีฬามักจะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตและแคลอรีค่อนข้างสูง แถมยังอาจมีการแต่งสีสังเคราะห์เพิ่มเติมเข้ามาด้วย
ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ระบุว่า ยกเว้นแต่คุณจะต้องทำกิจกรรมทางกายที่ใช้แรงเข้มข้นมากๆ หรือแข่งขันกีฬากลางแจ้งติดต่อกันหลายวัน คนส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องรับคาร์โบไฮเดรตปริมาณมหาศาลจากเครื่องดื่มเหล่านี้เลย การดื่มน้ำเปล่าควบคู่ไปกับแหล่งเกลือแร่ที่เหมาะสมก็เพียงพอต่อความต้องการในการชดเชยน้ำและฟื้นฟูร่างกายของคนทั่วไปแล้ว โดยไม่สร้างภาระส่วนเกินให้แก่ระบบเผาผลาญ
3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ดร.เอลิโอปูลอส ชี้ว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำสามารถเพิ่มความดันโลหิตได้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ และไปกระตุ้นปฏิกิริยาการอักเสบในร่างกาย ซึ่งส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
4. น้ำอัดลมสูตรปราศจากน้ำตาล (Diet Soda)
หลายคนหันไปเลือกดื่มน้ำอัดลมสูตรไดเอทโดยหวังว่ามันจะเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม ดร.เอลิโอปูลอส มองว่าสารให้ความหวานแทนน้ำตาลยังคงสามารถกระตุ้นการตอบสนองของอินซูลิน และเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของจุลินทรีย์ในลำไส้ได้
เขายังระบุด้วยว่า งานวิจัยขนาดใหญ่หลายชิ้นได้บันทึกความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคเครื่องดื่มเหล่านี้กับความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย
5. น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง
แม้ผลไม้สดจะเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ แต่น้ำผลไม้กลับไม่ได้มอบประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน
ตามคำกล่าวของ ดร.เอลิโอปูลอส น้ำผลไม้มีปริมาณน้ำตาลธรรมชาติสูงมากแต่แทบไม่มีใยอาหารหลงเหลืออยู่เลย ซึ่งใยอาหารนี่เองที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าน้ำผลไม้สามารถทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าน้ำอัดลมเสียอีก สิ่งนี้ส่งผลให้ระดับไตรглиเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้น และบังคับให้ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินออกมามากขึ้นตามไปด้วย
ปลูกฝัง 3 นิสัยนี้เพื่อปกป้องสุขภาพหัวใจ
ตามคำแนะนำของ Dr. Sanjay Bhojraj แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบสวนหัวใจจากสหรัฐฯ ระบุว่า ค่าผลตรวจเลือดที่ปกติไม่ได้หมายความว่าหัวใจของคุณแข็งแรงสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงไม่ควรชะล่าใจ เพื่อรักษาสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง ทุกคนจำเป็นต้องสร้างวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ดังนี้:
-
นอนหลับให้เพียงพอ: การนอนหลับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพหัวใจ การอดนอนเรื้อรังสามารถเพิ่มความดันโลหิต กระตุ้นการอักเสบ และทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลออกมามากขึ้น ดังนั้น ผู้ใหญ่ควรนอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้น ฟูและรักษากลไกการทำงานของระบบหัวใจให้คงที่
-
รักษาความกระฉับกระเฉงและออกกำลังกายสม่ำเสมอ: หัวใจคืออวัยวะที่เป็นกล้ามเนื้อและจำเป็นต้องได้รับการ "ฝึกฝน" เป็นประจำ การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิต และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหักโหม แต่สิ่งสำคัญคือการรักษานิสัยการเคลื่อนไหวร่างกายให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายของตนเอง
-
ให้ความสำคัญกับสุขภาพระบบเผาผลาญ: แพทย์ชี้ว่าสุขภาพระบบเผาผลาญมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสุขภาพหัวใจ ปัญหาอย่างภาวะดื้ออินซูลินสามารถสร้างความเสียหายต่อหลอดเลือดอย่างเงียบๆ เป็นเวลาหลายปีก่อนที่จะแสดงอาการ ดังนั้น นอกเหนือจากการติดตามผลตรวจเลือดแล้ว ทุกคนควรใส่ใจความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ระดับพลังงาน และสมรรถภาพทางกายของตัวเองด้วย
ผู้เชี่ยวชาญรายนี้เน้นย้ำว่า เราไม่จำเป็นต้องใช้วิธีดูแลสุขภาพที่ตึงเครียดหรือสุดโต่งจนเกินไป แต่การนอนหลับให้เพียงพอ ขยับร่างกายสม่ำเสมอ และรักษาระบบเผาผลาญให้อยู่ในเกณฑ์ดี คือรากฐานสำคัญที่จะช่วยปกป้องหัวใจในระยะยาว
- เลี่ยงได้เลี่ยง! 4 มื้อเช้าที่ “ชวนป่วย” บำรุงเซลล์มะเร็งแบบเงียบๆ หลายคนกินไม่รู้ตัว
- ไม่ต้องผสมน้ำผึ้ง! กูรูต่างชาติแนะ 2 เครื่องดื่ม "ของดียามเช้า" ช่วยลำไส้สะอาด บำรุงตับ-ไต

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี