เปิด 12 ประเภท "มือที่สาม" นักจิตวิทยาชี้แบบไหนรับมือยากที่สุด? พูดคำไหนสามีก็หลง

เปิด 12 ประเภท "มือที่สาม" นักจิตวิทยาชี้แบบไหนรับมือยากที่สุด? พูดคำไหนสามีก็หลง

เปิด 12 ประเภท "มือที่สาม" นักจิตวิทยาชี้แบบไหนรับมือยากที่สุด? พูดคำไหนสามีก็หลง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

12 ประเภท "มือที่สาม" เผยโฉม! นักจิตวิทยาชี้ "แบบไหนรับมือยากสุด" ยอมใจทุกคำพูดช่างแสนดีและรู้ใจ

เมื่อชีวิตคู่ต้องเผชิญกับมรสุมการนอกใจ สิ่งที่ผู้บาดเจ็บจากความสัมพันธ์อยากรู้มากที่สุดมักจะเป็น จะรับมือกับมือที่สามอย่างไรเพื่อให้คู่ชีวิตยอมกลับคืนสู่ครอบครัว? และจะทำอย่างไรไม่ให้กลายเป็นการช่วยโปรโมตมือที่สาม จนกลายเป็นการผลักคนรักให้ห่างออกไปไกลกว่าเดิม?

"หลิน ชุ่ยเฟิน" นักจิตวิทยาการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จากไต้หวัน ได้ระบุไว้ในหนังสือ "ถอดรหัสใจในวันนอกใจ: เยียวยาบาดแผลและสร้างความเชื่อใจขึ้นใหม่" ว่า แม้ว่ามือที่สามมักจะมีสภาวะจิตใจที่คล้ายคลึงกัน แต่ในการรับมือเราจำเป็นต้องมองให้ออกถึง "ความต้องการความใกล้ชิด" และ "ลักษณะบุคลิกภาพ" ของมือที่สามในแต่ละรูปแบบ เพื่อนำมาวิเคราะห์และคิดหาวิธีดึงหัวใจของคนรักให้กลับคืนมา

หลิน ชุ่ยเฟิน เผยว่า การจะเข้าใจมือที่สามนั้น จำเป็นต้องรู้ถึงบทบาทหน้าที่การงาน ตรรกะทางภาษา ความต้องการส่วนลึกในใจ รวมถึงสิ่งที่พวกเขาอยากได้จากคนรักของเรา ในอีกมุมหนึ่ง การสังเกตปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนรักของเรากับมือที่สาม

จะช่วยให้เราเข้าใจความต้องการทางอารมณ์ของคนรักได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงได้เห็นข้อแตกต่างระหว่างตัวเรากับมือที่สาม ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถนำมาปรับปรุงและบริหารความสัมพันธ์ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ผู้บาดเจ็บทางใจหลายคนเคยพูดกับหลิน ชุ่ยเฟิน เป็นเสียงเดียวกันว่า "สิ่งที่มือที่สามทำได้ ฉันก็ทำได้เหมือนกัน" แม้คำพูดนี้จะแฝงไปด้วยความรู้สึกไม่ยอมแพ้และเอาชนะ แต่ถ้าหากเราลองวางความรู้สึกขุ่นมัวลง ไม่ทรยศต่อความตั้งใจของตัวเอง และพิจารณาอย่างสงบ เราอาจจะพบจุดบกพร่องในความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนรัก และได้มองปัญหาชีวิตคู่นี้จากมุมมองที่หลากหลายขึ้น

1. มือที่สามสายแพ้ความใกล้ชิด: จากเลขาฯ สู่คนรัก รู้สึกผิดน้อยที่สุด

มือที่สามจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นจากการเป็นเลขาฯ ผู้แสนดีที่คอยจัดการตารางงานให้ "เจ้านายคนรัก" หรือเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยตามติดไปทุกที่ จนค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้ และทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนไปในที่สุด

พวกเขาชื่นชมในความมีอำนาจและเสน่ห์ของเจ้านาย ขณะเดียวกันก็ต้องคอยปฏิบัติตามคำสั่ง ความสัมพันธ์แบบบน-ล่างเช่นนี้ทำให้พวกเขาสามารถไปไหนมาไหนด้วยกันได้อย่างแนบเนียน และช่วยลดความรู้สึกผิดลงได้ง่าย

มือที่สามกลุ่มนี้มักไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเข้ามาแทรกกลางความสัมพันธ์ของคนอื่น เมื่อเจ้านายแสดงความรัก พวกเขาจะรู้สึกตื้นตันใจจนเผลอตัวตกหลุมรักและถอนตัวไม่ขึ้น เนื่องจากพวกเขาเปรียบเสมือน "สิ่งจำเป็นในงานและการใช้ชีวิต"

การจะแยกพวกเขาออกจากกันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และเมื่อเรื่องชู้สาวถูกจับได้ ฝ่ายชายก็มักจะโมโหและปกป้องเพื่อรักษาตำแหน่งงานของมือที่สามไว้ ซึ่งยิ่งทำให้บาดแผลในใจของหลวงยากจะเยียวยา

2. มือที่สามสายร่วมอุดมการณ์: เคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าฟัน อารมณ์พัฒนาอย่างรวดเร็ว

คนสองคนที่ร่วมทำโปรเจกต์บริษัทด้วยกัน กลางวันทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ กลางคืนร่วมกันวางแผน แบ่งปันความล้มเหลวและดื่มด่ำกับความสำเร็จร่วมกัน แม้จะแยกย้ายกันแล้วก็ยังส่งข้อความหากันไม่ขาด ความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมรบจึงพัฒนาไปเป็นคนรักได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อโปรเจกต์สิ้นสุดลง หรือเมื่อมีภารกิจใหม่ หรือมีเพื่อนร่วมงานคนใหม่เข้ามาแทนที่ ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ก็อาจจะค่อยๆ ซาและจบลงได้เช่นกัน

3. มือที่สามสายมืออาชีพ: คนรักคือเครื่องมือสะสมความมั่งคั่ง

“มือที่สามระดับมืออาชีพ” มีอยู่หลายรูปแบบ รูปแบบหนึ่งคือตั้งใจหาผู้ชายที่แต่งงานแล้วเพื่อคบหาและตักตวงผลประโยชน์ โดยมองคนรักเป็นเพียงเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายและสะสมความมั่งคั่ง ไม่ต้องการคำมั่นสัญญา และพร้อมจะจบความสัมพันธ์ทันทีเมื่อเจอคนที่มีผลประโยชน์มากกว่า

ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งคือ กลุ่มที่ทำงานที่ต้องสร้างบรรยากาศความสุขเก่ง สามารถทำให้คนรักผ่อนคลายจากความเครียดอันหนักหน่วงได้ พวกเขาเข้าใจจิตวิทยาของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ แค่มองตาก็รู้ว่าต้องการกระดาษเช็ดมือ คอยแกะเปลือกกุ้ง แกะเมล็ดผลไม้ให้อย่างเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ทั้งยังพร้อมเป็นผู้ฟังที่ดี คอยชื่นชมและให้กำลังใจอย่างถูกจังหวะ ทุกคำพูดล้วนเข้าหู

เมียหลวงที่เจอพบกับมือที่สามประเภทนี้มักมีความรู้สึกที่ซับซ้อน: ทั้งที่รู้ดีว่าสิ่งที่ชู้ทำคือสิ่งที่สามีชอบ แต่ตัวเองกลับไม่อยากทำตาม ความขัดแย้งในใจนี้สร้างความเหนื่อยล้าทางจิตใจและบั่นทอนความรู้สึกที่เหลืออยู่จนหมดสิ้น

4. มือที่สามสายอยากแต่งงาน: ยิ่งทุกข์ยิ่งไม่ปล่อยมือจากอาการ "ย้อนแย้งในใจ"

มือที่สามประเภทนี้จะยื่นเงื่อนไขตั้งแต่เริ่มคบกันว่า "ต้องหย่า" ฝ่ายชายที่กำลังหน้ามืดตามัวมักจะรับปากไปก่อน หลังจากนั้นความสัมพันธ์ก็จะเข้าสู่ช่วงดึงเชงและทะเลาะเบาะแว้งกันยาวนาน: จะหย่าเมื่อไหร่? บอกภรรยาหรือยัง? คุณโกหกฉันใช่ไหม คุณยังไม่ได้บอกเธอใช่ไหม? บางครั้งฝ่ายชายถูกบีบจนไม่มีทางออก ถึงขั้นปลอมแปลงใบหย่าเพื่อเอาตัวรอดไปก่อน

หลิน ชุ่ยเฟิน ชี้ว่า ยิ่งมือที่สามลงทุนและเสียสละไปมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเกิดภาวะ "ย้อนแย้งในใจ" เพราะการยอมรับว่าตัวเองถูกหลอกจะสร้างความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง เพื่อลดความเครียดนั้น ทางที่ง่ายที่สุดคือปฏิเสธที่จะเชื่อความจริง

นี่คือสาเหตุที่มือที่สามมักจะยอมจมปลักอยู่กับความสัมพันธ์ที่เจ็บปวด และทำทุกวิถีทางเพื่อบีบให้คนรักหย่าร้าง ซึ่งในกระบวนการนี้อาจก่อให้เกิดวิกฤติตามมามากมาย เช่น การบุกไปเจรจากับเมียหลวงโดยตรง แต่ผลลัพธ์มักไม่เป็นไปตามที่คิด

5. มือที่สามสายซื้อใจ: นุ่มนวลเข้าใจโลก จนนักจิตวิทยายังยอมใจ

มือที่สามประเภทนี้เชี่ยวชาญในการทำความเข้าใจความต้องการทางจิตใจของคนรักเป็นอย่างดี ทุกคำพูดล้วนเต็มไปด้วยความเอาใจใส่และอบอุ่น เมื่อคนรักโทรมาปรับทุกข์ เธอจะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน: "คุณทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน คืนนี้ให้ฉันนวดให้ไหมคะ?"

เมื่อคนรักไปดื่มสังสรรค์จนมึนเมา เธอจะพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง: "คุณอยู่ที่ไหน? เดี๋ยวฉันไปรับนะ ไม่งั้นฉันนอนไม่หลับจริงๆ" ในคำพูดมีแต่ความห่วงใย ไม่มีคำต่อว่าแม้แต่คำเดียว

หลิน ชุ่ยเฟิน สารภาพตามตรงว่า แม้แต่ตัวเธอที่เป็นนักจิตวิทยายังต้องยอมรับในความสามารถการเข้าอกเข้าใจของมือที่สามกลุ่มนี้ และรับมือได้ยากมาก เพราะตราบใดที่เมียหลวงแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวออกมา ก็เท่ากับเป็นการผลักสามีให้ไปหาพวกเขาในทันที

iStockphoto

6. มือที่สามสายปมรักพ่อ: ทำลายครอบครัวอื่นโดยไม่รู้สึกผิด

แม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ในใจยังอยากเป็น "เด็กหญิงตัวเล็กๆ ในอ้อมกอดของพ่อ" คอยพึ่งพิงและต้องการให้ "คนรักในคราบพ่อ" มอบเงินทอง ความรัก และการปกป้องคุ้มครองให้ และเพื่อให้ได้มาซึ่งความรักนั้น พวกเธอมักจะทำลายครอบครัวของคนอื่นอย่างเอาแต่ใจ

คนกลุ่มนี้มักขาดความรักจากพ่ออย่างรุนแรงในวัยเด็ก เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดหายไป จึงมักพึงพอใจกับคนรักที่มีอายุมากกว่าเป็นพิเศษ แต่เมื่อเด็กหญิงในใจเติบโตขึ้นและไม่ต้องการคนดูแลอีกต่อไป เธอก็จะอยากเดินออกจากความสัมพันธ์ ซึ่งบางครั้งกลับกลายเป็นฝ่าย "คนรักรุ่นพ่อ" เองที่ไม่ยอมปล่อยมือ

7. มือที่สามภายใต้บทบาทเครือญาติ: ตัณหาที่ถูกกดทับยิ่งเพิ่มแรงดึงดูด

ในรายงานข่าวปัจจุบัน เรามักจะเห็นข่าวเรื่องชู้สาวของคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันบ่อยขึ้น เช่น ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างพ่อสามีกับลูกสะใภ้ ซึ่งตามจารีตประเพณีเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก แต่ถ้ามองในมุมจิตวิทยา นี่คือการทำงานของ "ทฤษฎีแรงดึงดูด"

การที่ทั้งสองฝ่ายใช้เวลาอยู่ร่วมกันเป็นเวลานาน มีปฏิสัมพันธ์กันบ่อยครั้ง และอยู่ในพื้นที่ชีวิตที่ใกล้ชิดกัน ย่อมกระตุ้นให้เกิดแรงดึงดูดได้ง่าย ความใคร่ที่ถูกกดทับไว้กลับยิ่งเพิ่มแรงดึงดูดให้รุนแรงขึ้น จนเกิดเป็น "ปรากฏการณ์โรมิโอกับจูเลียต" ยิ่งมีอุปสรรคหรือคนในครอบครัวคัดค้าน ความสัมพันธ์ก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ สิ่งสำคัญคือการพูดคุยอย่างเปิดอกและซื่อสัตย์ และหากจำเป็นควรเข้ารับคำปรึกษาจากนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ

8. มือที่สามสายขอความช่วยเหลือ: จุดเริ่มต้นจากการซ่อมหลอดไฟ สู่การทรยศสองเท่า

ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนบ้านหรือเพื่อนสนิทที่คุ้นเคยกัน เริ่มต้นจากการขอความช่วยเหลือในชีวิตประจำวันจนเกิดความผูกพันทางอารมณ์ จากนั้นไม่ว่าจะเกิดเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในบ้าน ก็จะเอ่ยปากเชิญให้อีกฝ่ายแวะมาดู มาพูดคุย จนความสัมพันธ์ค่อยๆ ถลำลึก และเนื่องจากเป็นคนที่เมียหลวงรู้จักและไว้ใจ

เมื่อความจริงปรากฏ จึงสร้างความช็อกจนยากจะยอมรับได้ และรู้สึกเหมือนถูกทรยศหักหลังเป็นสองเท่า จนทำให้หมดศรัทธาในความเป็นมนุษย์ไปเลยทีเดียว

9. มือที่สามสายรักสันโดษไม่นิยมแต่งงาน: ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยที่สุด

สำหรับคนที่ไม่คิดจะแต่งงาน การเป็นมือที่สามถือเป็นความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยที่สุด เพราะไม่ต้องเจอกับแรงกดดันเรื่องการแต่งงาน ไม่ต้องพาอีกฝ่ายไปเจอครอบครัว ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ แต่อยู่ในจุดที่มีอำนาจควบคุมและมีความอิสระสูง

มือที่สามประเภทนี้มักเคยได้รับความบอบช้ำอย่างรุนแรงจากครอบครัวเดิม หรือมีความรู้สึกปมด้อยและละอายใจต่อครอบครัวของตัวเอง จึงไม่ต้องการให้คนรักไปเจอหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว

10. มือที่สามสายปั่นหัวให้ขบถ: ชายวัยทองมักตกเป็นเหยื่อได้ง่ายที่สุด

มือที่สามบางคนจะคอยพูดจายุยงคนรักอยู่ตลอดเวลา เช่น "คุณควรเป็นตัวของตัวเองนะ สลัดกรอบและพันธนาการพวกนี้ทิ้งไปเถอะ" "คุณเสียสละเพื่อบ้านนี้มามากพอแล้ว" "เมียคุณมองไม่เห็นความดีของคุณหรอก มีแต่ฉันเท่านั้นที่รู้ว่าคุณดีที่สุด" "ฉันสงสารคุณจังที่ต้องคอยถูกเอาเปรียบและกดขี่อยู่ตลอด"

หรือบางคนอาจจะซื้อของฝากให้คนรักนำกลับไปให้ลูกที่บ้าน พร้อมกำชับว่า "บอกลูกนะว่าเป็นของที่พ่อซื้อให้" โดยไม่เอาความดีความชอบใส่ตัว หรือทำตัวเป็นผู้สนับสนุนที่ดี: "เรื่องไหนที่ภรรยาคุณไม่ยอมช่วย ฉันยินดีทำแทนให้ทุกอย่างเลยค่ะ"

คำพูดปั่นหัวเหล่านี้มีพลังทำลายล้างที่สูงมาก โดยเฉพาะคนรักที่กำลังอยู่ในช่วง "วิกฤตวัยทอง" จะคล้อยตามได้ง่ายที่สุด และจะกลับบ้านมาพร้อมกับความโกรธและความไม่พอใจในตัวคนรักของตน ในช่วงเวลานี้ สิ่งสำคัญคือผู้บาดเจ็บต้องตั้งสติและไม่ถูกยั่วยุอารมณ์ได้ง่าย เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมแผนการของมือที่สาม

11. มือที่สามสายขี้หึงและแค้นฝังหุ่น: อารมณ์ที่ไม่สมดุลอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรม

มือที่สามบางคนมีความอิจฉาริษยาและเป็นศัตรูกับเมียหลวงอย่างชัดเจน โดยจะเรียกร้องไม่ให้คนรักร่วมห้องนอน ไม่ให้นอนเตียงเดียวกันเมื่อกลับบ้าน และห้ามใช้สรรพนามที่สนิทสนม เมื่อความริษยารุนแรงขึ้น พวกเขาจะอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบ: ทำไมยัยนั่นถึงได้ครอบครองทั้งคนรักและลูก ในขณะที่ตัวเองไม่เหลืออะไรเลย?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนรักตัดสินใจกลับไปหาครอบครัว มือที่สามจะถูกถาโถมด้วยความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และอาจนำไปสู่การแก้แค้นที่ขาดสติ ในข่าวสังคมเรามักจะเห็นมือที่สามใช้มีดทำร้ายคนรัก หรือคิดที่จะทำลายล้างไปด้วยกัน: "ในเมื่อพวกเขาทำลายทุกอย่างของฉัน ฉันก็จะทำลายพวกเขาเหมือนกัน ให้พวกเขาได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของฉันบ้าง"

12. มือที่สามสายขู่ฆ่าตัวตาย: "เบ็ดตกจิต" ที่อันตรายที่สุด

มือที่สามบางคนมักจะตัดพ้อว่า "ถ้าไม่มีคุณ ฉันก็อยู่ต่อไปไม่ได้" คำพูดลักษณะนี้สำหรับคนรักประเภทที่มีความรู้สึกผิดง่าย หรือมีความต้องการ "เป็นที่ต้องการของคนอื่น" จะทำหน้าที่เหมือน "เบ็ดตกจิต" ขนาดใหญ่ที่เกี่ยวล็อกไว้จนไม่กล้าขยับตัวทำอะไร

เมื่อมือที่สามสัมผัสได้ว่าความรักของอีกฝ่ายเริ่มจืดจางลง หรือความหวังที่จะได้สร้างครอบครัวร่วมกันพังทลาย ความทุกข์และความกลัวอันมหาศาลจะระเบิดออกมาเหมือนเขื่อนแตก และบางคนจะใช้ความตายมาข่มขู่เพื่อรั้งไม่ให้อีกฝ่ายจากไป ห

ลิน ชุ่ยเฟิน เตือนว่า คนรักที่นอกใจจำนวนมากมักใช้วิธีปลอบประโลมหรือผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะทำร้ายตัวเองจริงๆ แต่การทำเช่นนั้นกลับยิ่งทำให้มือที่สามเข้าใจผิดว่า "การขู่ฆ่าตัวตาย" เป็นวิธีที่ได้ผล และจะใช้ความตายมาควบคุมจิตใจและอารมณ์ของคนรักอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ก็อาจกลายเป็นกลายเป็นเรื่องจริง หรือเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมาได้จริงๆ

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล