5 สงคราม "สั้นที่สุด" อันดับ 1 รบกันแค่ 38 นาทีจบ บางสมรภูมิยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ตั้งตัว!

5 สงคราม "สั้นที่สุด" อันดับ 1 รบกันแค่ 38 นาทีจบ บางสมรภูมิยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ตั้งตัว!

5 สงคราม "สั้นที่สุด" อันดับ 1 รบกันแค่ 38 นาทีจบ บางสมรภูมิยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ตั้งตัว!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ส่อง 5 อันดับ "สงครามที่สั้นที่สุดในโลก" บางสมรภูมิยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ตั้งตัว

เมื่อเราพูดถึงคำว่า "สงคราม" ภาพที่แล่นเข้ามาในหัวของใครหลายคนมักจะเป็นภาพของการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนานเป็นปี ๆ มีการสูญเสียทรัพยากรและกำลังพลอย่างมหาศาลข้ามทศวรรษ ทว่าในหน้าประวัติศาสตร์สากลอันยาวนานของมนุษยชาติ กลับมีบางสมรภูมิที่บันทึกความขัดแย้งเอาไว้ในรูปแบบที่ตลกร้ายและชวนอึ้ง เพราะกระบวนการรบตั้งแต่เริ่มต้นลั่นไกนัดแรก ไปจนถึงขั้วอำนาจหนึ่งยกธงขาวสะบัดยอมแพ้ กลับใช้เวลาสั้นเฉียบพลันเพียงไม่กี่วัน ไม่กี่ชั่วโมง หรือในอันดับที่หนึ่งนั้น... สั้นจนต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังไม่ทันหายร้อนด้วยซ้ำ!

วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกทำเนียบ 5 อันดับสงครามที่ "จบไวที่สุดในโลก" มาดูกันว่าฝ่ายไหนรบกับใคร และพวกเขาใช้เวลากันไปกี่นาทีที่ทำให้ประวัติศาสตร์ต้องจารึกความสายฟ้าแลบนี้ไว้ มาติดตามกัน

เปิด 5 อันดับสมรภูมิสายฟ้าแลบที่จบไวที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

อันดับ 1: สงครามอังกฤษ - แซนซิบาร์ (Anglo-Zanzibar War) – 38 นาที!

  • ช่วงเวลา: 27 สิงหาคม ค.ศ. 1896
  • เรื่องราวสุดเหลือเชื่อ: นี่คือสงครามที่ได้รับการบันทึกสถิติโลกอย่างเป็นทางการว่า "สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์" ชนวนเหตุเกิดจากการสิ้นพระชนม์ของสุลต่านผู้ฝักใฝ่อังกฤษ และมีสุลต่านองค์ใหม่ขึ้นยึดอำนาจโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากจักรวรรดิอังกฤษ ทางอังกฤษจึงยื่นคำขาดให้สละบัลลังก์ภายในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม พอสิ้นสุดเวลาปุ๊บ กองทัพเรืออังกฤษก็เปิดฉากระดมยิงปืนใหญ่ถล่มพระราชวังแซนซิบาร์ทันที หลังจากถล่มอย่างหนักจนพระราชวังพังยับเยินและทหารแซนซิบาร์บาดเจ็บล้มตายกว่า 500 นาย เวลาผ่านไปเพียง 38 นาที (บางบันทึกระบุว่า 45 นาที) ธงประจำพระองค์ของสุลต่านก็ถูกชักลง เป็นอันจบสงครามอย่างเป็นทางการโดยที่ทหารอังกฤษบาดเจ็บเพียงนายเดียวเท่านั้น

อันดับ 2: สงครามฟุตบอล (Football War) – 100 ชั่วโมง (ประมาณ 4 วัน)

  • ช่วงเวลา: 14 – 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1969
  • เรื่องราวสุดเหลือเชื่อ: แม้จะถูกเรียกว่าสงครามฟุตบอลเนื่องจากชนวนเหตุปะทุขึ้นหลังจากการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ดุเดือดระหว่างทีมชาติ "เอลซัลวาดอร์" และ "ฮอนดูรัส" แต่ในความเป็นจริงมันคือความตึงเครียดสะสมเรื่องผู้อพยพและสิทธิในที่ดินทำกิน หลังจากแมตช์ฟุตบอลจบลงด้วยการกระทบกระทั่ง กองทัพเอลซัลวาดอร์ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศและบุกเข้าพรมแดนฮอนดูรัสทันที การสู้รบดำเนินไปอย่างดุเดือดอยู่ 4 วัน ก่อนที่องค์การรัฐอเมริกัน (OAS) จะเข้ามาแทรกแซงและเจรจาให้มีการหยุดยิง นำไปสู่การถอนทหารของเอลซัลวาดอร์อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 100 ชั่วโมง

อันดับ 3: สงคราม 6 วัน (Six-Day War) – 6 วัน

  • ช่วงเวลา: 5 – 10 มิถุนายน ค.ศ. 1967
  • เรื่องราวสุดเหลือเชื่อ: หนึ่งในสงครามยุคโมเดิร์นที่ถูกหยิบยกมาศึกษาในโรงเรียนทหารมากที่สุดในโลก ชนวนเหตุเกิดจากความตึงเครียดขั้นสุดในตะวันออกกลาง เมื่อ "อิสราเอล" เผชิญหน้ากับพันธมิตรอาหรับ 3 ประเทศ (อียิปต์, จอร์แดน และซีเรีย) ที่โอบล้อมอยู่ แต่อิสราเอลเลือกใช้กลยุทธ์ชิงลงมือก่อน (Pre-emptive Strike) ส่งเครื่องบินรบไปทิ้งระเบิดทำลายฐานทัพอากาศของอียิปต์จนใช้การไม่ได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงแรก จากนั้นกองทัพบกอิสราเอลก็รุกคืบยึดคาบสมุทรไซนาย, ฉนวนกาซา, เขตเวสต์แบงก์ และที่ราบสูงโกลัน ได้สำเร็จเบ็ดเสร็จภายในเวลาเพียง 6 วัน พลิกโฉมแผนที่และขั้วอำนาจในตะวันออกกลางไปตลอดกาล

อันดับ 4: สงครามอัฟกานิสถาน - อังกฤษ ครั้งที่ 3 (Third Anglo-Afghan War) – 26 วัน

  • ช่วงเวลา: 6 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน ค.ศ. 1919
  • เรื่องราวสุดเหลือเชื่อ: มหากาพย์ความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดิอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่กับผู้กล้าแห่งเทือกเขาอัฟกานิสถาน โดยอัฟกานิสถานต้องการประกาศอิสรภาพและหลุดพ้นจากการควบคุมนโยบายต่างประเทศของอังกฤษ การรบพุ่งดำเนินไปอย่างรวดเร็ว อังกฤษใช้เครื่องบินรบส่งไปทิ้งระเบิดในกรุงคาบูลเพื่อข่มขวัญ แต่กองทัพอัฟกานิสถานก็สู้ไม่ถอยอย่างสมศักดิ์ศรี จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะยืดเยื้อ จึงได้ข้อสรุปในการลงนามในสนธิสัญญาราวาลพินดีหลังเปิดฉากสู้รบไปได้เพียง 26 วัน ส่งผลให้อัฟกานิสถานได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์

อันดับ 5: สงครามจีน-เวียดนาม (Sino-Vietnamese War) – 27 วัน

  • ช่วงเวลา: 17 กุมภาพันธ์ – 16 มีนาคม ค.ศ. 1979
  • เรื่องราวสุดเหลือเชื่อ: หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ "สงครามสั่งสอน" เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในอินโดจีนเมื่อเวียดนามส่งกองทัพบุกกัมพูชาเพื่อโค่นล้มระบอบเขมรแดง ทำให้จีนซึ่งเป็นพันธมิตรของเขมรแดงตัดสินใจส่งทหารนับแสนนายข้ามพรมแดนบุกเข้าสู่ภาคเหนือของเวียดนามเพื่อบทเรียน การปะทะกันอย่างรุนแรงดำเนินไปไม่ถึงหนึ่งเดือน จีนก็สามารถบุกยึดเมืองยุทธศาสตร์ชายแดนของเวียดนามได้หลายเมือง และเมื่อจีนประกาศว่าได้ทำ "การสั่งสอน" สำเร็จตามเป้าหมายแล้ว รัฐบาลปักกิ่งจึงสั่งถอนทหารทั้งหมดกลับประเทศอย่างรวดเร็ว ปิดฉากสมรภูมิเลือดนี้ลงในเวลาเพียง 27 วัน

ตารางสรุป: ทำเนียบสงครามที่ "จบไวที่สุดในโลก"

เพื่อให้เห็นภาพความเร็วสายฟ้าแลบของการลงนามหยุดยิงและการประกาศชัยชนะ สามารถดูสรุปข้อมูลสถิติเวลาโดยประมาณได้ดังนี้

ชื่อสงคราม คู่ขัดแย้งหลัก ระยะเวลาในการรบ (โดยประมาณ) บทสรุปทางประวัติศาสตร์
สงครามอังกฤษ-แซนซิบาร์ จักรวรรดิอังกฤษ VS แซนซิบาร์ 38 - 45 นาที อังกฤษชนะ, สุลต่านองค์ใหม่ยอมสละบัลลังก์
สงครามฟุตบอล เอลซัลวาดอร์ VS ฮอนดูรัส 100 ชั่วโมง (4 วัน) ประกาศหยุดยิงตามการเจรจาของกลุ่ม OAS
สงคราม 6 วัน อิสราเอล VS กลุ่มประเทศอาหรับ 6 วัน อิสราเอลชนะเด็ดขาด, ขยายเขตยึดครองดินแดน
สงครามอัฟกานิสถาน-อังกฤษ (ครั้งที่ 3) อัฟกานิสถาน VS จักรวรรดิอังกฤษ 26 วัน ลงนามสนธิสัญญา, อัฟกานิสถานได้เอกราชสมบูรณ์
สงครามจีน-เวียดนาม สาธารณรัฐประชาชนจีน VS เวียดนาม 27 วัน จีนประกาศความสำเร็จในการสั่งสอนแล้วถอนทหารกลับ

 

สรุปแล้ว แม้ว่าคำว่าสงครามจะฟังดูโหดร้ายและเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่บทเรียนจาก 5 อันดับสงครามที่จบไวที่สุดในโลกเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงประการหนึ่งว่า ความขัดแย้งทางการเมืองบางครั้งก็สามารถยุติลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว หากฝ่ายที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสูญเสียและหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจาได้ทันท่วงที หรือในมุมกลับกัน มันก็แสดงให้เห็นว่าพลานุภาพทางเทคโนโลยีทหารที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาด สามารถปิดเกมและสยบศัตรูให้ยอมสยบได้ก่อนที่สมรภูมิจะยืดเยื้อบานปลายจนยากเกินเยียวยา

แหล่งข้อมูล

  1. Encyclopaedia Britannica: Anglo-Zanzibar War (1896)
  2. Encyclopaedia Britannica: Six-Day-War - Middle East history
  3. Encyclopaedia Britannica: Football War - El Salvador and Honduras

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล